IAQE Thailand

IAQE Thailand

แชร์

Indoor Air Quality and Energy Management / R&D

06/08/2025

Legionnaires are back...

04/02/2022

คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) นักฆ่าไร้เสียง

สำนักงานพัฒนาเทคโลโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เฝ้าติดตามและรายงานผลสถานการณ์ต่างๆ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยข้อมูลจากดาวเทียมอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะในเรื่องของจุดความร้อน ฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศ จากสถานการณ์ที่ผ่านมา เรามักจะได้รับข้อมูลของสภาพอากาศที่ผิดปกติ สร้างความวิตกกังวลในการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ในปัจจุบันอาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าเราจะได้กลับมาสัมผัสอากาศที่สดชื่นขึ้น เนื่องจากข้อมูลปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์จากดาวเทียม Sentinel-5P นั้นมีปริมาณลดน้อยลงหากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาเดียวกัน แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับก๊าซชนิดนี้กันก่อนครับ

CO หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Carbon monoxide (คา-บอน-มอ-น็อก-ไซ) โดย CO เป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี เกิดจากการเผาไหม้คาร์บอนที่ไม่สมบูรณ์ในเชื้อเพลิงต่างๆ เช่น ฟอสซิล การเผาถ่าน เตาเผา ไฟไหม้ เครื่องยนต์ สารเคมีหรือปฏิกิริยาเคมีบางชนิด

ปกติแล้วอากาศที่เราใช้ในการหายใจระหว่างดำเนินชีวิตประจำวันนั้น มี CO ปะปนอยู่เป็นปกติ แต่เนื่องจากมีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากๆ จึงไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายและระบบทางเดินหายใจ โดยหน่วยวัดปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์เรียกว่า Part Per Million (ppm) มีความหมายคือ ปริมาณหนึ่งส่วนในล้านส่วน (1 ใน 1,000,00) ยกตัวอย่างเช่น CO ในที่อยู่อาศัยจะมีปริมาณ 0.5-5 ppm หรือในห้องครัว 5-15 ppm ซึ่งค่าสูงสุดที่ยอมรับได้ในพื้นที่อุตสาหกรรมนั้นจะอยู่ที่ 200 ppm หรือค่าเฉลี่ย 8 ชม./วัน อยู่ที่ 35 ppm

ดังนั้นเมื่อพูดถึงผลกระทบแล้วล่ะก็ หากเราได้รับ CO มากเกินไปก็จะสามารถทำให้ร่างกายของมนุษย์ขาดออกซิเจน ซึ่งเกิดจาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ 1) คาร์บอนมอนอกไซด์จะแย่งจับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ ที่ทำหน้าที่นำพาออกซิเจนไปส่งให้กับเนื้อเยื้อต่างๆ ในร่างกาย 2) คาร์บอนมอนอกไซด์ขัดขวางการนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื้อต่างๆ ของเม็ดเลือดแดงส่วนที่เหลือ ส่งผลให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ คือ รู้สึกมึนศีรษะ เวียนศีรษะ เจ็บแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน หอบเหนื่อย หมดสติ หรือจนถึงขั้นเสียชีวิต

นอกจากผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป CO ยังสร้างผลกระทบต่อสังคมไม่แพ้กัน โดยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์นั้น เป็นมลพิษทางอากาศ 1 ใน 6 ชนิดที่นำมาคำนวณค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ที่หลายหน่วยงานนิยมใช้ในการรายงานสถานการณ์ ทำให้ในบางครั้งถึงแม้ว่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีปริมาณไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. แต่ก็ยังส่งผลให้ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของสุขภาพประชาชนไปจนถึงระบบเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม โดยเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการจะมีเศรษฐกิจที่ดีได้นั้นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกับอากาศที่บริสุทธิ์

แต่หากเรามาย้อนดูข้อมูลปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จากดาวเทียม Sentinel-5P ที่แสดงผลควบคู่กับข้อมูลจุดเผาไหม้ทั่วโลก (FIRMS: Fire Information for Resource Management System) มีจุดที่น่าสังเกตุคือในปี พ.ศ. 2564 (สีแดง) และ ปี พ.ศ. 2565 (สีเหลือง) ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน (เดือนมกราคม) ปี 2565 มีปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์น้อยกว่า ซึ่งก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าในอนาคต CO หรือมลพิษทางอากาศชนิดอื่นๆ อาจจะมีปริมาณลดน้อยลงอันเป็นผลมาจากการร่วมมือของประชาชนและหลายๆหน่วยงาน ที่ออกมาตรการต่างๆ โดยเสมอมา

แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ หรือสารมลพิษทางอากาศชนิดอื่นๆจะน้อยลงอย่างที่คาดเดาหรือไม่ เราคงต้องอาศัยความร่วมมือป้องกัน เฝ้าระวัง โดยในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีต่างๆ มากมายที่ให้ข้อมูลและมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ บริหารจัดการ สามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งจุดนี้ก็อาจทำให้มนุษย์เราได้กลับมามีอากาศที่บริสุทธิอย่างที่เคยมีอีกครั้งก็เป็นได้
#จิสด้า #ก้าวสู่ปีที่22 #คาร์บอนมอนอกไซด์ #ภัยพิบัติและมลพิษทางอากาศ #ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #มองไปกับเป็ด

The World's Facing a Silent 'Pandemic' More Dangerous Than Most Viruses: Air Pollution 07/03/2020

Globally, the authors say, about 75 percent of deaths attributed to air pollution occurred in people over 60 years old. And among the young, most deaths were for kids under five.

The World's Facing a Silent 'Pandemic' More Dangerous Than Most Viruses: Air Pollution New research suggests the silent killer of air pollution has become an insidious 'pandemic', even more dangerous and deadly than war, violence and many diseases.

เรื่องเล่าจากหมอกีฬา 29/02/2020

เรื่องเล่าจากหมอกีฬา "ว่าด้วยเรื่องการแพร่เชื้อภายในห้องโดยสารเครื่องบิน" เป็นหมอกีฬาต้องเดินทางโดยเครื่องบินโดยสารไปกับนัก...

28/01/2019

คพ. ชี้แจงโลหะหนักในฝุ่นละออง PM 2.5 ปริมาณและองค์ประกอบมีความแตกต่างกัน
ผลกระทบต้องมีการพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบ

ตามที่ นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาป้องกันและจัดการภัยพิบัติ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโลหะหนักในฝุ่นละออง PM 2.5 ที่วัดได้ในชั้นบรรยากาศทั่ว กทม. มีประเด็นที่ 1.ผลวิจัยเป็นเวลา 1 ปี พบธาตุทางเคมีที่เป็นโลหะหนัก ซึ่งเป็นธาตุก่อมะเร็งปะปนอยู่ในอากาศระดับต้องเฝ้าระวังอยู่ถึง 3 ชนิด คือ “สารหนู” “ซีลีเนียม” และ “แคดเมียม” โดยกลุ่มธาตุพวกนี้เกิดจากการเผาไหม้ของอุตสาหกรรมและยานพาหนะ และ 2.คณะวิจัยฯ ได้เก็บค่าระดับความเข้มข้นของโลหะหนักในฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จากสถานีตรวจวัดฝุ่นละออง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 2 ปี พบธาตุโลหะหนักเพิ่มอีก 2 ชนิดคือ “ทังสเตน” และ “แคดเมียม” โดยธาตุ 2 ชนิดนี้พบในส่วนผสมของโลหะดิสก์เบรกยานยนต์ เพราะปริมาณโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอากาศตอนนี้ทั้งหมดมีฤทธิ์ก่อมะเร็งในร่างกายได้ หากสะสมไว้ปริมาณมาก

ทางกรมควบคุมมลพิษขอชี้แจงดังนี้

ปริมาณฝุ่น รวมทั้งองค์ประกอบของฝุ่นจะมีความแตกต่างกันตามฤดูกาล และกิจกรรมในบริเวณใกล้เคียง การวิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่นสามารถใช้เพื่อศึกษาแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้ เช่น โปแตสเซียม (K) เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผาไม้ (wood burning), สังกะสี (Zn) เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผามูลฝอย , โซเดียม (Na) เป็นองค์ประกอบของฝุ่นละอองจากทะเล, นิกเกิล (Ni) เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผาไหม้น้ำมัน (oil burning), อะลูมิเนียม (Al) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) แคลเซียม (Ca) เป็นองค์ประกอบของฝุ่นในเมืองหรือฝุ่นฟุ้งกระจายจากถนน และ สารหนู (As) แคดเมียม (Cd) เป็นองค์ประกอบของฝุ่นจากอุตสาหกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมากในหลายประการ เช่น ความแข็งแรงของร่างกาย โรคประจำตัว อุปนิสัย เป็นต้น การพิจารณาผลกระทบจากปริมาณฝุ่นและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นที่บุคคลได้รับ ในประเด็นนี้ จึงต้องมีการพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบ

ปัจจุบัน หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานสำหรับองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นบางชนิดเป็นค่ามาตรฐานแล้ว เช่น ตะกั่ว มีแหล่งกำเนิดหลักเป็นองค์ประกอบในน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับประเทศไทยได้กำหนดค่ามาตรฐานของตะกั่วซึ่งเป็นองค์ประกอบของฝุ่นมาตั้งแต่ปี 2538 (ค่ามาตรฐานตะกั่วในบรรยากาศ เฉลี่ย 1 เดือน ไม่เกิน 1.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

นอกจากนี้ คพ. มีโครงการความร่วมมือ ไทย-ญี่ปุ่น ด้านการจัดการคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดทำบัญชีการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และการพัฒนานโยบายมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองสำหรับประเทศไทย โดยมีระยะเวลาดำเนินการอย่างน้อย 2 ปี (2561-2563)

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น รวมทั้งโครงการความร่วมมือกับ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ได้กำหนดให้มีการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีต่าง ๆ เช่น ซัลเฟต (SO42-), ไนเตรท (NO3-), คลอไรด์ (Cl-), แอมโมเนียม (NH4+), โซเดียม (Na+), แมกนีเซียม (Mg2+), โพแทสเซียม (K+), แคลเซียม (Ca2+) , รวมทั้งองประกอบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กลุ่มโลหะหนัก ได้แก่ อะลูมิเนียม (Al), สารหนู (As), แบเรียม (Ba), โบรมีน (Br), โคบอลต์ (Co), โครเมียม (Cr), ทองแดง (Cu), เหล็ก (Fe), นิกเกิล (Ni), ตะกั่ว (Pb), ซีลีเนียม (Se), ซิลิกอน (Si), พลวง (Sb), ไทเทเนียม (Ti), เทลลูเรียม (Te), วาเนเดียม (V) และ สังกะสี (Zn) เป็นต้น สำหรับการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีที่ไม่สามารถดำเนินการในประเทศไทยได้ เช่น ปริมาณธาตุคาร์บอน(elemental carbon) ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน (organic carbon) นั้น ได้รับความอนุเคระห์จาก Asia Center for Air Pollution Reserch ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการ คาดว่าจะมีการนำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวในการสัมมนาครั้งที่ 3 ในเดือนเมษายน 2562

ข่าวช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ - นายกฯออก 9 มาตรการแก้ฝุ่น ชี้ ปชช.ต้องแก้ที่ตัวเองด้วย ไม่ใช่ 22/01/2019

แปะไว้ก่อน

ข่าวช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ - นายกฯออก 9 มาตรการแก้ฝุ่น ชี้ ปชช.ต้องแก้ที่ตัวเองด้วย ไม่ใช่ ข่าวด่วน ข่าววันนี้ กับเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ.....

กำจัด "ฝุ่นควัน" ต้องประกาศสงครามแบบจีน!! 15/01/2019

จีนไม่ได้แก้ปัญหาแบบขอไปที เพราะในขณะที่ประกาศจะลดค่า PM2.5 และ PM10 ไปพร้อมๆ กับกำจัดกระบวนการเผาผลาญพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ถ่านหินและหันไปใช้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ แม้การลดการใช้ถ่านหินและการลดกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษปริมาณมหาศาล จีนก็ยอมทำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน

กำจัด "ฝุ่นควัน" ต้องประกาศสงครามแบบจีน!! เมื่อจีนต้องเผชิญปัญหาฝุ่นควันรุนแรง ผู้บริหารประเทศจึงประกาศยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเดินหน้าแก้....

ถอดบทเรียน 5 ประเทศกับวิธีจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ 13/01/2019

https://workpointnews.com/2019/01/13/ถอดบทเรียน-5-ประเทศกับวิ/

ถอดบทเรียน 5 ประเทศกับวิธีจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เรียนรู้บทเรียน 5 ประเทศจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องเจอ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


King Mongkut's University Of Technology Thonburi
Bangkok