โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ องค์กรนั้น

ETDA Thailand สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า)
กำกับดูแล DID & DPS, ส่งเสริม New Tech สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)

Electronic Transactions Development Agency หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2554 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการทำธุรกรรมออนไลน์ของประเทศ (e-Transactions) เช่น การจัดทำนโยบาย การเสนอแนะกฎหมาย มาตรฐานหรือมาตรการที่จำเป็น การส่งเสริม R&D การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล รวมไปถึงการขยับบทบาทสู่การกำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัลหรือ Digital Service ในแบบของ ETDA ที่เรียกว่า Co-creation regulator

ETDA ให้ความสำคัญทั้งในกลุ่ม Service provider กลุ่ม SMEs การทำงานร่วมกับ Regulator รวมไปถึงการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ เอกชนใน Sector สำคัญตามแผนการทำงานในแต่ละปี พร้อมๆ กับการส่งต่อความรู้สู่ชุมชน ประชาชน และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการทำธุรกรรมในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างรู้เท่าทัน ปลอดภัยมากขึ้น #ชีวิตดีเมื่อมีดิจิทัล

การไม่หยุดพัฒนา และเรียนรู้ พร้อมส่งต่อสิ่งที่เรามีให้กับสังคม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคน ETDA ที่มุ่งทำงานด้วย DNA ของความเป็น Smart Partner (เพื่อนคู่คิด) Friendly (เพื่อนที่เข้าถึงได้) และ Problem solver (เพื่อนที่ช่วยแก้ปัญหา) ผนวกกับการให้บริการในรูปแบบต่างๆ เข้ามาทำความรู้จักกับเรามากขึ้นได้ผ่าน www.etda.or.th

#ชีวิตดีเมื่อมีดิจิทัล

แพลตฟอร์ม–ร้านค้า กด Save!สรุปสาระสำคัญ ‘คู่มือ Total Take Rate: TTR’ ก่อนร่วมแคมเปญ รู้ค่าใช้จ่ายรวมให้ครบ เช็กยอดรับสุ...
08/10/2026

แพลตฟอร์ม–ร้านค้า กด Save!
สรุปสาระสำคัญ ‘คู่มือ Total Take Rate: TTR’ ก่อนร่วมแคมเปญ รู้ค่าใช้จ่ายรวมให้ครบ เช็กยอดรับสุทธิให้ชัด
แคมเปญส่วนลด คูปอง หรือบริการเสริม อาจช่วยเพิ่มโอกาสขาย แต่ก่อนกดยืนยัน ร้านค้าควรรู้ว่า ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเมื่อหักแล้วจะได้รับเงินสุทธิเท่าไร เพราะค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าคอมมิชชัน แต่อาจรวมค่าชำระเงิน ค่าเข้าร่วมแคมเปญ ค่าโฆษณา และรายการอื่น ๆ ด้วย
ETDA จึงจัดทำ “คู่มือการเปิดเผยอัตราส่วนแบ่งรวม หรือ Total Take Rate: TTR” เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ แพลตฟอร์ม e-Marketplace นำไปใช้เป็นแนวทางในการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้ร้านค้าเห็นค่าใช้จ่ายครบ เข้าใจง่าย และเปรียบเทียบได้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญ
😊แพลตฟอร์มใช้เป็นแนวทาง ร้านค้าศึกษาไว้ดูแลสิทธิของตัวเอง
รู้ว่าควรได้รับข้อมูลอะไร ประเมินความคุ้มค่าก่อนเข้าร่วม และตรวจสอบรายการหักเงินจริงหลังขาย หากพบส่วนต่าง ก็มีข้อมูลไว้สอบถามหรือขอทบทวน
เลื่อนอ่านสรุปสาระสำคัญของคู่มือในภาพ ครบ 4 เรื่องใกล้ตัว ทั้ง
📍ขายตามปกติ กับร่วมแคมเปญ ต่างกันแค่ไหน เข้าใจ TTR ทั้ง 3 ค่า พร้อมตัวอย่างเปรียบเทียบ
📍ค่าธรรมเนียมแต่ละรายการ คิดอย่างไร ข้อมูลอะไรบ้างที่แพลตฟอร์มควรเปิดให้ร้านค้ารู้
📍เครื่องมือคำนวณ TTR อย่างน้อยๆ ต้องประกอบไปด้วยข้อมูลอะไรบ้าง ที่แพลตฟอร์มควรทำ
📍เมื่อค่าธรรมเนียมเปลี่ยน หรือขายสำเร็จแล้ว การแจ้งล่วงหน้าและข้อมูลที่ร้านค้าควรมีไว้ตรวจสอบมีเงื่อนไขที่ต้องรู้อะไรบ้าง
คู่มือนี้ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยไม่ได้กำหนดเพดานค่าธรรมเนียม
อ่านคู่มือฉบับเต็มได้ที่ https://sl.etda.link/mxYbhr3zsS
อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ https://www.etda.or.th/th/pr-news/DPS_TTR-Guide-eMarketplace-TotalCost.aspx
#แพลตฟอร์มดิจิทัล #ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

ลบชื่อแล้ว…ปลอดภัยจริงหรือ? ก่อนส่งข้อมูลให้ AI เช็กให้ชัวร์ว่า ยังรู้ได้ไหมว่าเป็นใครลองนึกถึงข้อความสัมภาษณ์ที่ลบชื่ออ...
08/10/2026

ลบชื่อแล้ว…ปลอดภัยจริงหรือ? ก่อนส่งข้อมูลให้ AI เช็กให้ชัวร์ว่า ยังรู้ได้ไหมว่าเป็นใคร
ลองนึกถึงข้อความสัมภาษณ์ที่ลบชื่อออกแล้ว แต่ยังระบุว่าเป็น “ผู้หญิง อายุ 52 ปี รองผู้อำนวยการฝ่ายหนึ่ง เข้าประชุมในวันที่กำหนด และเป็นผู้แทนเพียงคนเดียวจากหน่วยงานนั้น” รายละเอียดเหล่านี้เมื่อนำมาประกอบกัน อาจชี้กลับไปถึงบุคคลได้ แม้ไม่มีชื่อ–นามสกุลปรากฏอยู่เลย🤔
นี่คือเหตุผลที่ “ลบชื่อ” ไม่เท่ากับ “ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้” การใช้ชื่อสมมติหรือรหัสแทนชื่อก็เช่นกัน หากข้อมูลอื่นยังเชื่อมโยงกลับไปหาเจ้าของข้อมูลได้ ก็ยังต้องระมัดระวัง
หนึ่งความรู้ดีๆ ที่ ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ถ่ายทอดแนวทางใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ในหัวข้อ “จริยธรรมในการใช้ AI (PDPA)” ภายในงานอบรม “AI For Journalists : เรียนรู้ Agentic AI” จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ที่ชวนสื่อมวลชนรวมถึงคนที่ทำงานด้านงานเขียน หรือกลุ่มที่ต้องใช้ AI ในการทำงาน พิจารณาทั้งข้อมูลที่ส่งให้ AI วัตถุประสงค์ของการใช้ เครื่องมือที่เลือกใช้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพราะการให้ AI สรุปรายงานสาธารณะ กับการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ร้องเรียนหรือประวัติสุขภาพ หรืออื่นๆ มีความเสี่ยงแฝงอยู่แตกต่างกัน
โดยแนะนำ 🚦 ก่อนส่งข้อมูลให้ AI ช่วยอ่าน ช่วยทำงาน ลองแบ่งข้อมูลด้วย “สัญญานไฟ 3 สี” ที่แบ่งตามระดับความเสี่ยง 👇
🟢 สีเขียว | โดยทั่วไปความเสี่ยงต่ำ แต่ยังต้องใช้วิจารณญาณ
เช่น กฎหมายที่เผยแพร่แล้ว รายงานสาธารณะ หรือข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยตรวจสอบว่าไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับแฝงอยู่ และตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้

🟡 สีเหลือง | ตรวจสอบ ลดข้อมูล แล้วเลือกเครื่องมือให้เหมาะ
เช่น เสียงสัมภาษณ์ ร่างข่าวที่ยังไม่เผยแพร่ ภาพที่ระบุตัวบุคคลได้ และชุดข้อมูลที่มีข้อมูลส่วนบุคคล

หากต้องการถอดเสียงสัมภาษณ์ ควรตัดช่วงที่ไม่เกี่ยวข้องและข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นออกก่อน ส่วนการวิเคราะห์แนวโน้มข้อร้องเรียน อาจใช้เพียงประเภทปัญหา พื้นที่ และช่วงเวลา โดยแยกชื่อ เบอร์โทร หรือเลขประจำตัวออก พร้อมพิจารณาว่ารายละเอียดที่เหลือยังระบุตัวบุคคลได้หรือไม่ และใช้เครื่องมือที่องค์กรตรวจสอบและอนุมัติแล้ว

🔴 สีแดง | หยุดก่อนส่งเข้า AI สาธารณะทั่วไป
เช่น รหัสผ่าน API Keys ภาพเอกสารยืนยันตัวตน ข้อมูลชีวภาพ ประวัติการรักษาโดยละเอียด หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลหรือได้มาโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรหยุดและหาวิธีที่ปลอดภัยกว่าหรือปรึกษาผู้เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
แนวคิดนี้เป็นกรอบช่วยบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่ข้อวินิจฉัยทางกฎหมายโดยตรง จึงต้องพิจารณาบริบท วัตถุประสงค์ และมาตรการของระบบที่ใช้ประกอบด้วย
ที่สำคัญ อย่าลืม ข้อมูลที่เปิดเผยแล้ว ก็ยังต้องเช็กก่อนใช้]
เช่น ภาพถ่ายหรือโพสต์สาธารณะอาจมีใบหน้า สถานที่ วันเวลา หรือข้อมูลพิกัดแฝงอยู่ การนำหลายโพสต์มาวิเคราะห์ร่วมกัน อาจเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลมากกว่าที่เจ้าของข้อมูลตั้งใจ จึงควรเลือกใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็น และคำนึงถึงผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล
และอีกหนึ่งมุมมอง ที่น่าสนใจ คือ การ “ไม่ใช้ฝึกโมเดล” ไม่ได้แปลว่า “ไม่เก็บข้อมูล”
เพราะ การตั้งค่า No Training ตอบเพียงเรื่องการนำข้อมูลไปฝึกโมเดล ยังต้องตรวจสอบต่อว่า ระบบเก็บข้อมูลไว้นานแค่ไหน ใครเข้าถึงได้ และลบอย่างไร ทั้งนี้ แม้จะใช้แพ็กเกจระดับองค์กร ก็ต้องดูเงื่อนไข การตั้งค่า และสิทธิ์เข้าถึงให้เหมาะกับงานด้วย
ห้ามลืม! ก่อนกด Enter ควรถามให้ครบ 5 ข้อ

• WHO — ข้อมูลของใคร? ข้อมูลเกี่ยวข้องกับใครบ้าง และยังระบุตัวบุคคลได้หรือไม่ แม้ลบชื่อออกแล้ว
• WHAT — ข้อมูลอะไร? เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลอ่อนไหว หรือข้อมูลลับ และต้องระมัดระวังเพียงใด
• WHY — จำเป็นต้องใช้ AI หรือไม่? เราต้องการให้ AI ทำอะไร และจำเป็นต้องใช้ AI เพื่อทำงานนี้หรือไม่
• WHERE — ข้อมูลไปที่ใด? ข้อมูลจะถูกส่งไปที่ไหน ใครสามารถเข้าถึงได้ และเก็บไว้นานเท่าไร
• HARM — ถ้าพลาด ใครเสียหายอย่างไร? หากข้อมูลรั่วไหลหรือ AI ทำงานผิดพลาด ใครจะได้รับผลกระทบ เช่น แหล่งข่าวถูกเปิดเผย หรือเจ้าของข้อมูลเสียความเป็นส่วนตัว
เมื่อใช้ AI Agent เชื่อมต่ออีเมล ไฟล์ หรือฐานข้อมูล ต้องเช็กเพิ่มว่า AI เข้าถึงอะไรได้บ้าง เช่น หากให้ช่วยสรุปเอกสารสัมภาษณ์ ก็ควรให้เข้าถึงเฉพาะไฟล์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้มนุษย์ยืนยันก่อนการส่งต่อ เผยแพร่ หรือลบข้อมูลสำคัญ และมีบันทึกการทำงานให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
ก่อนกด Enter รู้ว่ากำลังส่งอะไรให้ AI
ก่อนกด Connect รู้ว่า AI จะเข้าถึงอะไรได้บ้าง
ทั้งหมดคือหลักการง่ายๆ ที่ หลายๆ คนนำไปใช้ได้ เพื่อให้การใช้งาน AI เป็นไปอย่างรับผิดชอบ และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น😊
ไม่พลาดความรู้ดีๆ แบบนี้ กดติดตามเลย ที่ เพจ ETDA Thailand

ETDA จับมือ มธ. ศึกษากฎหมาย 10 ประเด็น หาทางออกปัญหาแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่เมื่อแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นส...
07/10/2026

ETDA จับมือ มธ. ศึกษากฎหมาย 10 ประเด็น หาทางออกปัญหาแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่
เมื่อแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทั้งซื้อสินค้า เรียกรถ และสื่อสารออนไลน์ การคุ้มครองผู้ใช้งานจึงต้องเท่าทันปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่สินค้าไม่ได้มาตรฐาน สิทธิของคนทำงาน การหลอกลวงออนไลน์ ไปจนถึงการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ ETDA ร่วมกับ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ เชื่อมความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายกับประสบการณ์กำกับดูแลแพลตฟอร์ม เพื่อศึกษาวิจัย 10 ประเด็นสำคัญ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Papers) สำหรับพัฒนาแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย ครอบคลุม

• รูปแบบการกำกับดูแลและกรอบแนวคิดกฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล
• ตลาดออนไลน์ การคุ้มครองผู้ซื้อ–ผู้ขาย และมาตรฐานสินค้า
• บริการยานพาหนะผ่านแอปพลิเคชัน ทั้งสิทธิคนทำงานและความรับผิดทางแพ่ง
• สื่อสังคมออนไลน์ การดูแลเนื้อหา การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และการเยียวยาจากการหลอกลวงออนไลน์
• ความโปร่งใสของอัลกอริทึมและการควบคุมโดยผู้ใช้บริการ
• ทรัพย์สินทางปัญญาและการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม
พร้อมเปิดโอกาสให้ นักศึกษาเรียนรู้จากโจทย์จริง ร่วมศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ และพัฒนาทักษะการวิจัยกับคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและทีม ETDA รวมถึงจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชน เพื่อให้ข้อเสนอเชิงนโยบายเชื่อมโยงกับปัญหาและความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง
ต่อยอดงานวิจัยสู่แนวทางกำกับดูแลที่ใช้ได้จริง มุ่งคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และคนทำงานบนแพลตฟอร์ม ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และเพิ่มความปลอดภัยในโลกออนไลน์
#แพลตฟอร์มดิจิทัล

1 พ.ย.นี้ ก่อนยิงแอด ต้องรู้! แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ต้อง “พิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณา” แบรนด์–Agency ต้องเตรียมอะไรบ้าง? ...
03/10/2026

1 พ.ย.นี้ ก่อนยิงแอด ต้องรู้! แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ต้อง “พิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณา” แบรนด์–Agency ต้องเตรียมอะไรบ้าง? มาเช็กให้พร้อมกับ FAQ จาก ETDA
“ประกาศ คธอ. มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2)” ภายใต้ พ.ร.ก.บัญชีม้า กำหนดให้ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาก่อนเผยแพร่ เพื่อให้ตรวจสอบและติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังโฆษณาได้ ประกาศเริ่มบังคับใช้ 1 พ.ย. 2569 นี้
ไม่ว่าจะลงโฆษณาเอง จ้าง Agency หรือใช้บริการ Boost Post ชวนทำความเข้าใจว่าใครต้องพิสูจน์ตัวตน ใช้หลักฐานอะไร และผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลอย่างไร?
ETDA ชวนไขข้อข้องใจ ตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง อ่านเลย...ในภาพนี้
แล้วเตรียมพร้อมก่อนกติกาใหม่มีผลบังคับใช้ ร่วมสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้
อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ :https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/113758.pdf
#แพลตฟอร์มดิจิทัล #โฆษณาออนไลน์

เปิดสาระสำคัญ “ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” จะมีอะไรเปลี่ยนไป ประชาชนและธุรกิจได้ประโยชน์อย่างไร?คณะรัฐมนตรีอนุม...
02/10/2026

เปิดสาระสำคัญ “ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” จะมีอะไรเปลี่ยนไป ประชาชนและธุรกิจได้ประโยชน์อย่างไร?
คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อปรับกฎหมายให้ทันสมัย สร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมในยุคดิจิทัล
ทำไมต้องปรับปรุงกฎหมายนี้?
กฎหมายเดิมใช้มากว่า 20 ปี (ตั้งแต่ พ.ศ. 2544) ขณะที่รูปแบบการทำธุรกรรมและเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น จึงต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มความเชื่อมั่นและความปลอดภัย ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
6 กลไกสำคัญในร่างกฎหมายฉบับนี้

•รับรองผลทางกฎหมายของเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงตราประทับอิเล็กทรอนิกส์
• รองรับสัญญาด้วยระบบอัตโนมัติ ให้มีผลบังคับทางกฎหมาย
• รองรับตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค กำหนดหลักเกณฑ์การครอบครอง การสลักหลัง และการส่งมอบ
• กำกับดูแลผู้ให้บริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดมาตรฐานตามระดับความเสี่ยงและลักษณะบริการ
• รับรองผู้ให้บริการ (Trusted Provider) โดย สพธอ. พร้อมเผยแพร่รายชื่อให้ประชาชนตรวจสอบ
• รองรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ออกจากข้อมูลนั้น ให้ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย
ใครได้ประโยชน์?
ประชาชนทำธุรกรรมได้สะดวก ปลอดภัย และมั่นใจในผลทางกฎหมายมากขึ้น ภาคธุรกิจลดต้นทุน ลดเอกสาร และใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ หน่วยงานของรัฐเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ขณะที่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลมีมาตรฐานและกรอบความรับผิดที่ชัดเจน สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
ร่างกฎหมายนี้ มุ่งส่งเสริมให้การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางหลัก แทนการใช้เอกสารรูปแบบเดิม แต่ไม่ได้ห้ามประชาชนหรือภาคธุรกิจทำธุรกรรมด้วยเอกสารตามปกติ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://dg.th/gstnxkeiow
#กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ #ธุรกรรมออนไลน์

จ่ายค่าอะไร คิดอย่างไร และได้บริการอะไรกลับมา?ชวนรู้จัก “คู่มือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัล” จาก ETDA ที่ช่วยให้แพลตฟอร์...
01/10/2026

จ่ายค่าอะไร คิดอย่างไร และได้บริการอะไรกลับมา?
ชวนรู้จัก “คู่มือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัล” จาก ETDA ที่ช่วยให้แพลตฟอร์มเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน ร้านค้าวางแผนต้นทุนได้ และผู้ใช้บริการเข้าใจสิทธิของตนเอง
เมื่อค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มมีหลายรายการ ทั้งค่าคอมมิชชัน ค่าชำระเงิน ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชัน การรู้เพียงอัตราที่เรียกเก็บอาจยังไม่เพียงพอ ผู้ใช้บริการควรเข้าใจด้วยว่า แต่ละรายการครอบคลุมบริการใด คำนวณจากอะไร และมีเงื่อนไขอย่างไร
ETDA จึงจัดทำ “คู่มือการดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการคิดค่าธรรมเนียมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ให้แพลตฟอร์มนำไปปรับใช้ในการออกแบบโครงสร้างราคา เปิดเผยข้อมูล และจัดเก็บค่าธรรมเนียมอย่างสมเหตุสมผล พร้อมสร้างหลักอ้างอิงร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ใช้บริการ
5 สาระสำคัญที่ชวนอ่านและนำไปใช้
1. รวมค่าธรรมเนียมไว้ในที่เดียว ดูครบ เข้าใจง่าย
จัดทำรายการค่าธรรมเนียม หรือ Fee Catalogue ระบุชื่อ ความหมาย ขอบเขตบริการ อัตรา ช่วงเวลาที่เรียกเก็บ และตัวอย่างการคำนวณ เพื่อให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบและประเมินค่าใช้จ่ายได้
2. สูตรคำนวณชัดเจน อธิบายที่มาของราคาได้
เปิดเผยฐานและวิธีคำนวณที่เข้าใจง่าย พร้อมอธิบายปัจจัยที่ใช้กำหนดค่าธรรมเนียม เช่น การดูแลระบบ ความปลอดภัย และการดำเนินงาน เพื่อให้เข้าใจเหตุผลของค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย
3. เปลี่ยนค่าธรรมเนียม ต้องให้เวลาเตรียมตัว
แนวทางในคู่มือแนะนำให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า พร้อมเหตุผล ขอบเขต และผลกระทบ รวมถึงช่องทางสอบถาม เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีเวลาประเมินและปรับแผนธุรกิจ
4. แยก “ค่าพื้นฐาน” กับ “บริการเสริม” ให้ชัด
ค่าธรรมเนียมพื้นฐานควรยึดหลัก 1 กิจกรรม = 1 ค่าธรรมเนียม ลดการเรียกเก็บซ้ำซ้อน และระบุบริการขั้นต่ำที่ผู้ใช้บริการจะได้รับ ส่วนบริการเสริม เช่น โฆษณาหรือโปรโมชัน ควรเลือกใช้ได้ตามความสมัครใจ พร้อมข้อมูลประโยชน์ที่ได้รับเพื่อประเมินความคุ้มค่า
5. ไม่ซื้อบริการเสริม ก็ยังได้รับสิทธิพื้นฐานอย่างเป็นธรรม
การไม่เลือกใช้บริการเสริมไม่ควรทำให้สิทธิหรือบริการพื้นฐานลดลงอย่างไม่เป็นธรรม โดยแพลตฟอร์มควรระบุบริการขั้นต่ำให้ชัดเจน เช่น การมองเห็นขั้นต่ำและการเข้าถึงระบบพื้นฐาน
ในคู่มือยังมีแนวทางให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วม ทั้งช่องทางรับฟังความคิดเห็น การโต้แย้งค่าธรรมเนียม (Fee Challenge) และการยกเลิกบริการอย่างเป็นธรรม (Fair Exit) เพื่อช่วยลดข้อพิพาทและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน
📥 อ่านคู่มือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัล https://sl.etda.link/DvcmRpe5L3t
รู้ค่าธรรมเนียมแต่ละรายการแล้ว ก่อนร่วมแคมเปญ ชวนดู “ต้นทุนรวม” ให้ครบด้วยคู่มือ TTR
คู่มือการดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการทราบอัตราส่วนแบ่งรวมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าก่อนการเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริม” หรือที่เรียกย่อๆ คือ 'คู่มือ Total Take Rate: TTR’ ช่วยให้ร้านค้าบน e-Marketplace เข้าใจค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม ประเมินยอดรับสุทธิ และเปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริม
📥 อ่านคู่มือ TTR https://sl.etda.link/mxYbhr3zsS
#คู่มือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

ETDA ชวนโหลดฟรี! คู่มือ ‘AI & Digital Ethics for Education’ สำหรับครู ป.4–ม.6 ให้พร้อมสอนจริยธรรม AI มีแผนจัดกิจกรรม ใบง...
01/10/2026

ETDA ชวนโหลดฟรี! คู่มือ ‘AI & Digital Ethics for Education’ สำหรับครู ป.4–ม.6 ให้พร้อมสอนจริยธรรม AI มีแผนจัดกิจกรรม ใบงาน และแนวทางประเมินผล ช่วยให้ครูนำไปปรับใช้ในห้องเรียนได้จริง คลิก https://sl.etda.link/2V4nLXTfKN
วันนี้เด็ก ๆ ใช้ AI ช่วยค้นข้อมูล ทำการบ้าน และสร้างสรรค์ผลงานได้ง่ายขึ้น แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าคำตอบของ AI ถูกต้อง? ข้อมูลส่วนตัวแบบไหนไม่ควรบอก AI? และเมื่อใช้ AI ช่วยทำงานแล้ว เรายังต้องรับผิดชอบต่อผลงานนั้นอย่างไร?
ETDA ร่วมกับ สสวท. สพฐ. และ UNICEF Thailand ร่วมพัฒนา “คู่มือการจัดการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม (AI & Digital Ethics for Education)” เพื่อช่วยครูชวนเด็กหาคำตอบผ่านกิจกรรมในห้องเรียน พร้อมเปิดให้ครูและสถานศึกษาทั่วประเทศดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี
คู่มือนี้ “พร้อมใช้” อย่างไร?
ครูไม่ต้องเริ่มคิดบทเรียนเรื่อง AI จากหน้ากระดาษเปล่า เพราะแต่ละกิจกรรมบอกไว้ครบว่า ต้องการให้เด็กเรียนรู้อะไร จะเริ่มบทเรียนอย่างไร ให้เด็กลงมือทำอะไร ต้องเตรียมสื่อหรือใบกิจกรรมใด และจะประเมินความเข้าใจของเด็กอย่างไร ครูสามารถเลือกกิจกรรมที่ตรงกับสิ่งที่อยากสอน แล้วปรับเวลาและวิธีดำเนินกิจกรรมให้เหมาะกับนักเรียนและความพร้อมของโรงเรียน
ภายในเล่มมีทั้งหมด 9 โมดูล 20 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่ AI ในชีวิตประจำวัน จริยธรรมและอคติของ AI การใช้ AI ช่วยคิดอย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงข้อมูลส่วนตัว ความปลอดภัยออนไลน์ ร่องรอยดิจิทัล และการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์
เนื้อหาถูกออกแบบให้เด็กได้คิดจากเรื่องใกล้ตัว เช่น นักเรียนประถมเรียนจริยธรรม AI ผ่านนิทาน สำรวจอคติผ่านเกม และทดลองใช้ AI เป็น “เพื่อนช่วยคิด” โดยต้องตรวจสอบผลงานก่อนนำไปใช้ ส่วนนักเรียนมัธยมได้ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ที่พบได้จริงบนโลกออนไลน์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือผลที่ตามมาจากการโพสต์และแชร์ข้อมูล เด็กจึงไม่ได้เรียนเพียงข้อควรระวัง แต่ได้ฝึกอธิบายเหตุผลและตัดสินใจด้วยตนเอง
คู่มือฉบับนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดการทำงานของ ครูแกนนำ 100 คน จาก 100 โรงเรียน ที่ ETDA และภาคีได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพ เพื่อขยายการเรียนรู้เรื่อง AI ที่ปลอดภัยและมีจริยธรรมไปสู่โรงเรียนเครือข่ายและห้องเรียนทั่วประเทศ
ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้สนใจ ดาวน์โหลดคู่มือฟรีได้ที่ https://sl.etda.link/2V4nLXTfKN
ื่อการศึกษา #สพฐ #สสวท #การศึกษาไทยยุคAI #หลักสูตรAIEthics

รวมสายด่วนขอความช่วยเหลือ น้ำท่วมไทย💦📲🚨▪️ปภ. (ขอความช่วยเหลือ/อพยพ) หรือ Line ปภ.  — 1784▪️เจ็บป่วยฉุกเฉิน สถาบันการแพทย...
27/09/2026

รวมสายด่วนขอความช่วยเหลือ น้ำท่วมไทย💦📲🚨

▪️ปภ. (ขอความช่วยเหลือ/อพยพ) หรือ Line ปภ. — 1784

▪️เจ็บป่วยฉุกเฉิน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) — 1669

▪️กรมทางหลวง — 1586

▪️กรมทางหลวงชนบท (สอบถามเส้นทาง) — 1146

▪️กฟภ. (ไฟฟ้าต่างจังหวัด) — 1129

▪️กฟน. (กทม.-นนทบุรี-สมุทรปราการ) — 1130

✅️ คำแนะนำ: "เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่ารอช้า โทรขอความช่วยเหลือได้ทันที" 🔴 ตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ ปลอดภัยไว้ก่อน → หนึ่งเบอร์โทร อาจช่วยชีวิตได้ → ร่วมฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#รวมเบอร์โทร

รวมสายด่วนขอความช่วยเหลือ น้ำท่วมไทย💦📲🚨

▪️ปภ. (ขอความช่วยเหลือ/อพยพ) หรือ Line ปภ. — 1784

▪️เจ็บป่วยฉุกเฉิน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) — 1669

▪️กรมทางหลวง — 1586

▪️กรมทางหลวงชนบท (สอบถามเส้นทาง) — 1146

▪️กฟภ. (ไฟฟ้าต่างจังหวัด) — 1129

▪️กฟน. (กทม.-นนทบุรี-สมุทรปราการ) — 1130

✅️ คำแนะนำ: "เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่ารอช้า โทรขอความช่วยเหลือได้ทันที" 🔴 ตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ ปลอดภัยไว้ก่อน → หนึ่งเบอร์โทร อาจช่วยชีวิตได้ → ร่วมฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#รวมเบอร์โทร

จะรับมืออย่างไร? เมื่อ AI Agent “ทำเกินคำสั่ง” เปิดไฟล์ ส่งอีเมล หรือดำเนินการแทน โดยไม่ถามเราก่อน  แค่สั่งว่า “ช่วยจัดก...
25/09/2026

จะรับมืออย่างไร? เมื่อ AI Agent “ทำเกินคำสั่ง” เปิดไฟล์ ส่งอีเมล หรือดำเนินการแทน โดยไม่ถามเราก่อน
แค่สั่งว่า “ช่วยจัดการอีเมลนี้ให้หน่อย” AI Agent อาจไม่ได้หยุดแค่การร่างคำตอบ แต่อาจเปิดไฟล์ ดึงข้อมูลจากระบบภายใน และส่งอีเมลออกไปทันที โดยที่เรายังไม่ได้ตรวจสอบ หรือเมื่อสั่งให้ “จัดระเบียบโฟลเดอร์” AI อาจตีความว่าต้องลบไฟล์บางส่วน ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลสำคัญขององค์กร
นี่คือความต่างระหว่าง AI ทั่วไปกับ AI Agent เพราะ AI Agent ไม่ได้เพียง “ตอบคำถาม” แต่สามารถ “ลงมือทำ” แทนเราได้ ตั้งแต่เปิดไฟล์ อ่านอีเมล เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ไปจนถึงส่งข้อมูลหรือรันคำสั่งในระบบ
และแน่นอนว่า หากเราให้สิทธิ์มันมากเกินไป ความสะดวกจึงอาจกลายเป็นความเสี่ยงได้
ล่าสุด Infocomm Media Development Authority หรือ IMDA หน่วยงานกำกับดูแลด้านดิจิทัลของสิงคโปร์ ได้เผยแพร่เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน OpenClaw แพลตฟอร์ม AI Agent แบบโอเพนซอร์ส พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้และองค์กรกำหนดขอบเขตการทำงานของ AI Agent ให้ชัดเจน
OpenClaw สามารถเชื่อมต่อกับ AI Model เช่น GPT และ Claude รวมถึงเครื่องมือและแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อช่วยค้นข้อมูล ร่างรายงาน ตอบอีเมล จัดตารางนัดหมาย ตอบคำถามลูกค้า หรือช่วยงานด้านโค้ด แต่การทำงานลักษณะนี้อาจทำให้ Agent เข้าถึงไฟล์ แอปพลิเคชัน หรือข้อมูลมากกว่าที่ผู้ใช้คาดไว้ เช่น
👉 Agent อาจเข้าถึงไฟล์มากกว่าที่เราคิด – OpenClaw ใช้สิทธิ์เดียวกับบัญชีที่ติดตั้ง หากบัญชีของเราเปิดดูไฟล์ลูกค้า เอกสารภายใน หรือข้อมูลสำคัญได้ AI Agent ก็อาจเข้าถึงไฟล์เหล่านั้นได้เช่นกัน
👉 คนอื่นอาจสั่ง Agent ของเราได้ – หากเชื่อม OpenClaw กับห้องแชตร่วม เช่น Slack สมาชิกในห้องอาจส่งคำสั่งให้ Agent ทำงานได้ หากไม่มีการจำกัดสิทธิ์ว่าใครเป็นผู้สั่ง
👉 ข้อมูลอาจถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอก – เพื่อคิดและวางแผนการทำงาน OpenClaw อาจส่งข้อความ ไฟล์ หรืออีเมลที่เกี่ยวข้องไปยังผู้ให้บริการโมเดล AI โดยผู้ใช้อาจไม่รู้ว่าข้อมูลใดถูกส่งออกไปบ้าง
👉 Agent อาจทำตามคำสั่งที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหา – อีเมล เว็บไซต์ หรือเอกสารที่ Agent เปิดอ่าน อาจมีคำสั่งแฝง ซึ่งหลอกให้ Agent เปิดเผยข้อมูลหรือทำงานอื่นนอกเหนือจากที่เราสั่ง
👉 เครื่องมือเสริมที่ติดตั้งเพิ่มอาจไม่ปลอดภัย – เพราะ Skills ที่นำมาเพิ่มความสามารถให้ OpenClaw บางรายการอาจดูเหมือนเครื่องมือทั่วไป แต่ภายในอาจซ่อนมัลแวร์หรือคำสั่งที่ออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลจากอุปกรณ์ของผู้ใช้
พูดง่าย ๆ คือ AI Agent อาจไม่ได้ตั้งใจ “ขัดคำสั่ง” แต่สามารถตีความและลงมือทำเกินกว่าที่ผู้ใช้คาดไว้ หากไม่มีขอบเขตคอยกำกับ
แล้วจะป้องกันอย่างไร?
🔹แบ่ง Agent ตามงาน ไม่ควรให้ Agent ตัวเดียวทำได้ทุกอย่าง เช่น แยกตัวที่จัดการปฏิทินออกจากตัวที่ช่วยเขียนโค้ด
🔹 จำกัดสิทธิ์ให้พอดีกับงาน ให้เข้าถึงเฉพาะไฟล์ แอป และข้อมูลที่จำเป็น โดยไม่ให้สิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบ
🔹 งานสำคัญต้องให้คนอนุมัติก่อน เช่น ส่งอีเมล ทำธุรกรรม ลบข้อมูล หรือรันโค้ดในระบบจริง พร้อมตั้งค่าระบบให้ Agent หยุดรอ ไม่ใช่เพียงเขียนกำชับไว้ใน Prompt
🔹 เลือกเครื่องมือที่เชื่อถือได้ ใช้ Skills ที่ตรวจสอบผู้พัฒนา แหล่งที่มา และโค้ดได้ รวมถึงไม่ขอสิทธิ์เกินกว่าหน้าที่
🔹 บันทึกทุกการทำงานและต้องตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า Agent เปิดไฟล์ใด ใช้เครื่องมืออะไร และส่งข้อมูลไปที่ไหน
ที่สำคัญ IMDA ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำ OpenClaw ในรูปแบบโอเพนซอร์สไปใช้กับระบบที่มีความสำคัญสูง เช่น ระบบการผลิตหลัก ระบบการเงิน หรือระบบที่จัดการข้อมูลอ่อนไหว รวมถึงไม่ควรติดตั้งบนอุปกรณ์หลักที่มีข้อมูลสำคัญ
แล้วองค์กรไทยล่ะต้องเตรียมตัวอย่างไรกับประเด็นนี้?
เมื่อองค์กรไทยเริ่มใช้ AI Agent ช่วยจัดการอีเมล เอกสาร ข้อมูลลูกค้า และระบบภายในมากขึ้น ความเสี่ยงจึงไม่ใช่เพียง “AI ตอบผิด” แต่รวมถึง “AI ทำอะไรได้บ้าง” และ “AI เข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง”
ก่อนเปิดให้ใช้งาน องค์กรจึงควรกำหนดให้ชัดว่า
👉 Agent ทำงานใดได้เอง
👉 งานใดต้องได้รับอนุมัติ
👉 เข้าถึงข้อมูลและระบบใดได้บ้าง
👉 ใครรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด
👉 สามารถหยุดและตรวจสอบการทำงานย้อนหลังได้หรือไม่
ทั้งนี้ คำแนะนำของ IMDA ไม่ใช่คำสั่งห้ามใช้ OpenClaw แต่เป็นแนวทางช่วยให้การใช้ AI Agent มีขอบเขต มีผู้รับผิดชอบ และมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
เพราะเมื่อ AI เปลี่ยนจากผู้ช่วยที่ให้คำตอบ มาเป็นผู้ช่วยที่สามารถ “ลงมือทำแทน” สิ่งสำคัญคือเราควบคุมสิ่งที่ AI ทำได้ดีแค่ไหน
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของ AI Watch Series Vol.7 ที่ ETDA รวบรวมและวิเคราะห์ เพื่อให้คนไทยได้ร่วมติดตามแนวทางกำกับดูแล AI จากทั่วโลก และเตรียมพร้อมใช้ AI Agent อย่างมั่นคงปลอดภัยและรับผิดชอบ
อ่านเพิ่มเติมใน AI Watch Series Vol.7
https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/ai_watch7.aspx
ติดตามทุกประเด็นใน AI Watch Series ได้ที่
https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/documents-for-download.aspx?keyword=ai%20watch


.
[Sources]

https://www.imda.gov.sg/assets/c0a78f6e-7bd4-485b-ae57-1dfe4246478a.pdf

https://www.straitstimes.com/singapore/avoid-using-openclaw-in-mission-critical-settings-giving-unrestricted-access-imda

ETDA ร่วมกับ ITU ถ่ายทอดประสบการณ์ AI Governance ของไทยสู่เวทีนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ - ETDA โดย ศูนย์ปฏิบัติการธรรมาภิบา...
25/09/2026

ETDA ร่วมกับ ITU ถ่ายทอดประสบการณ์ AI Governance ของไทยสู่เวทีนานาชาติ
เมื่อเร็วๆ นี้ - ETDA โดย ศูนย์ปฏิบัติการธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Practice Center หรือ AIGPC) ร่วมกับ International Telecommunication Union หรือ ITU จัด Masterclass ออนไลน์ “AI Governance in Action: Insights from Thailand’s Experience” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางนำหลักธรรมาภิบาล AI ไปใช้ในบริบทจริง
เวทีนี้มีผู้ลงทะเบียนกว่า 286 คน และผู้เข้าร่วมสดมากกว่า 155 คน จากกว่า 20 ประเทศ ทั้งในเอเชีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป และลาตินอเมริกา
ETDA นำเสนอกรอบการขับเคลื่อน AI Governance ของไทยผ่าน 3-Pillar Framework ซึ่งมุ่งลดช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ พร้อมแบ่งปันเครื่องมือประเมินความเสี่ยง อย่าง RAM และ EIA และกรณีศึกษา Thailand Banking AI Red Team Challenge
ผู้เข้าร่วมยังได้ฟังประสบการณ์จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC Thailand) และบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ที่สะท้อนโจทย์การใช้ AI อย่างรับผิดชอบในภาคการศึกษา ตลาดทุน และเทคโนโลยี
Masterclass ครั้งนี้เป็นอีกก้าวของ AIGPC ในการเชื่อมประสบการณ์ของไทยกับเครือข่ายนานาชาติผ่าน ITU Academy และต่อยอดความร่วมมือเพื่อผลักดัน AI Governance ที่นำไปใช้ได้จริง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน

ที่อยู่

ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารซี)
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621231234

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ETDA Thailand โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ETDA Thailand:

ทางลัด

แชร์