01/06/2026
📢สอวช. Update (1 มิถุนายน 2569)
สอวช. ไม่ใช่สำนักข่าว แต่จะมาอัพเดทความก้าวหน้า ด้าน Higher Education (การอุดมศึกษา ครอบคลุม Manpower – Brain Power), Innovation (นวัตกรรม), Creative Economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์) เติมพลังยามเช้า กับเรื่องราวที่น่าสนใจ ทุก วันจันทร์ - พุธ - ศุกร์
🔸เรียนได้งบ จบได้งาน ส่งนศ.ฝึกงานญี่ปุ่น เพิ่มทักษะสู่แรงงานโลก
รัฐบาลเดินหน้า “เรียนได้งบ จบได้งาน” ดันโครงการ “3 ม. ต่างประเทศ” ส่งนักศึกษารุ่นแรกฝึกงานญี่ปุ่น มิ.ย. นี้ สร้างรายได้ระหว่างเรียน เพิ่มทักษะสู่ตลาดแรงงานโลก
อ่านต่อ
https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2063474/?bid=1
🔸ผลสำรวจชี้ชัด Functional Food โอกาสใหม่ตลาดสุขภาพ
ผลสำรวจจาก Po***ck Communications และ Today's Dietitian ที่รวบรวมข้อมูลจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพกว่า 800 คน ระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 ให้ความสำคัญกับการเลือกบริโภคอาหาร โดยลำดับแรกคือความคุ้มค่าด้านราคา (34.59%) ตามด้วยความอิ่มท้องและอารมณ์ที่ดี (17.32%) และสุขภาพลำไส้ (14.90%) โดยต้องการประโยชน์ที่จับต้องได้จริงมากกว่าเพียงแค่คำโฆษณา
อ่านต่อ
https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9690000051350
🔸อว. ดัน ม.กาฬสินธุ์ ชู Soft Power วัฒนธรรม เกษตรอัจฉริยะ
รมว.อว. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ม.กาฬสินธุ์ ย้ำชัด! การใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่ต้องเป็น "เทคโนโลยีที่ใช่และตอบโจทย์พื้นที่ได้จริง"
อ่านต่อ
https://www.thebetter.co.th/news/politics/43265
🔸ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจากแหล่งที่มาตามลิงก์
#เรียนได้งบจบได้งาน #นักศึกษารุ่นแรก #ฝึกงานญี่ปุ่น #แรงงานทักษะ #ตลาดแรงงานโลก
#โอกาสทางเศรษฐกิจ #มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ #วัฒนธรรม #เกษตรอัจฉริยะ
30/05/2026
วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีที่เกิดอธิกมาส (ปีที่มีเดือน ๘ สองหน) ตรงกับวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ✨โดยเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในพระพุทธศาสนา ๓ ประการ คือวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน นับว่าเป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก 🙏
#สอวช #วันวิสาขบูชา
30/05/2026
ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค สอวช. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายวิจัยและนวัตกรรมในเวทีเอเปค เน้นย้ำการใช้ Foresight รับมือความท้าทายระยะยาว พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเปิด เชื่อมโยงกำลังคนและเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) เข้าร่วมกิจกรรม 2026 APEC Program Series Events ภายใต้กรอบความร่วมมือเอเปค ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 21–26 พฤษภาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการพัฒนาเมืองนวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเปิดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยกิจกรรมประกอบด้วย 2 เวทีสำคัญ ได้แก่ “APEC Innovation City Workshop: Digital Transformation and Industry-Academia Collaboration Development Policy Exchange” ระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 และ “APEC Voluntary Contribution Platform for the Best Practices in Open Innovation Ecosystem” ระหว่างวันที่ 24–26 พฤษภาคม 2569
การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจาก 14 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค (APEC Economies) เข้าร่วม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เปรู เม็กซิโก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ รัสเซีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งผู้แทนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมในภูมิภาค
ภายในงาน ดร.นัทธมน สุวรรณพรหม นักพัฒนานโยบาย สอวช. ได้ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองของประเทศไทยในหัวข้อ “Thailand’s Innovation City Policy System” ภายใต้งานเสวนา “APEC Innovative City Seminar” เพื่อสะท้อนแนวทางการพัฒนาระบบนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาย่านนวัตกรรม (Innovation Districts) อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Regional Science Parks) และการนำการคาดการณ์อนาคต หรือ Foresight มาใช้สนับสนุนการกำหนดทิศทางนโยบายระยะยาว ภายใต้บริบทของการพัฒนาเมืองนวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในระดับภูมิภาคเอเปค
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nxpo.or.th/th/46087/
#สอวช #ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค
29/05/2026
สอวช. ชูเครื่องมือ Foresight ถอดรหัสฉากทัศน์อนาคต สู่นโยบายขับเคลื่อนประเทศ พร้อมเดินหน้าภาคีเครือข่าย TFA สร้างระบบนิเวศคาดการณ์อนาคต ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
(29 พฤษภาคม 2569) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “จากวิสัยทัศน์สู่นโยบาย: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาดการณ์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านคู่ขนาน (Foresight to Policy and the Twin Transition Strategy)” ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง FuEx 2: Future Readiness for Executive Networks รุ่นที่ 2 จัดโดย สถาบัน ADTE by ETDA ศูนย์บริการวิชาการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ณ ห้องเดอะสวีท โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพ โดยหลักสูตรนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างผู้บริหารระดับสูงให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัล สามารถกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกด้านดิจิทัลและบริหารความเสี่ยงเชิงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.สุรชัย กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ในฐานะหน่วยงานที่ทำนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ภายใต้ กระทรวง อว. อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 เป็นหน่วยงานเชี่ยวชาญแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้ง APEC และรัฐบาลไทย ซึ่งมีการใช้เครื่องมือการคาดการณ์อนาคตเพื่อการกำหนดนโยบาย
ดร.สุรชัย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์อนาคต หรือ Foresight ว่าเป็นกระบวนการวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง Foresight ไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่เป็นการคิดล่วงหน้าอย่างมีระบบ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความไม่แน่นอน โดยกรอบแนวคิดในการเลือกเครื่องมือสำหรับการทำ Foresight มีทั้งในมิติ Evidence-based ที่เน้นใช้ข้อมูลจริงหรือสถิติ ทำให้มีความแม่นยำและวัดผลได้ มิติ Creativity-based ใช้ความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นให้เกิดจินตนาการ มิติ Expertise-based พึ่งพาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้ข้อมูลที่เจาะลึก เป็นความรู้เฉพาะด้าน และ Interaction-based การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีจุดเด่นที่เปิดกว้างและสร้างให้เกิดฉันทามติ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nxpo.or.th/th/46073/
#สอวช #การคาดการณ์อนาคต #ระบบนิเวศคาดการณ์อนาคต
29/05/2026
เมื่อ ‘กฎระเบียบ’ กลายเป็นกำแพง และอุปสรรค คำถามคือ ผู้ประกอบการไทยจะก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไปได้อย่างไร?
สัมภาษณ์พิเศษในรายการ TOMORROW (เผยแพร่วันที่ 22 พ.ค. 2569)
พาไปเจาะลึกมุมมองจาก ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. ถึงบทบาทสำคัญของภาครัฐในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อก้าวขึ้นเป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างแท้จริง
#สอวช #ปลดล็อกธุรกิจ #อววน #ผู้ประกอบการ #สำนักข่าวทูเดย์
เมื่อ ‘กฎระเบียบ’ กลายเป็นกำแพง และอุปสรรค คำถามคือ ผู้ประกอบการไทยจะก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไปได้อย่างไร?
สัมภาษณ์พิเศษในรายการ TOMORROW (เผยแพร่วันที่ 22 พ.ค. 2569)
พาไปเจาะลึกมุมมองจาก ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. ถึงบทบาทสำคัญของภาครัฐในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อก้าวขึ้นเป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างแท้จริง
ซึ่ง สอวช. ได้เดินหน้าเร่ง ‘ปลดล็อก’ ข้อจำกัดต่างๆ ด้วยระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อววน. ผ่านการผลักดันนโยบาย และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อให้ภาคเอกชนได้เข้าถึงแหล่งทุน งานวิจัย และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากรั้วมหาวิทยาลัยให้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจกับภาคเอกชนได้ง่ายขึ้น
รวมถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการสร้างทางลัดให้อุตสาหกรรม Future Food ผ่านการจัดทำ 'Positive List' โดยร่วมมือกับ อย. นำงานวิจัยที่ผ่านการทดสอบคุณสมบัติแล้วมาขึ้นทะเบียนให้ผู้ประกอบการสามารถ นำไปใช้อ้างอิงได้ทันที ซึ่งเป็นทั้งการช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา และตัดปัญหาที่ผู้ประกอบการต้องไป เริ่มต้นลงทุนทำวิจัยใหม่ตั้งแต่ศูนย์
นอกจากนี้ ยังผลักดันกลไก University Holding Company เปลี่ยนงานวิจัยให้สามารถนำมาต่อยอดสู่โลกธุรกิจจริงได้ โดยปัจจุบันมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนลักษณะนี้แล้วใน 13 มหาวิทยาลัย ส่งผลให้เกิด Startup Spin-off ไม่ต่ำกว่า 110 แห่ง คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกว่า 500 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายต่อไป สอวช. เตรียมเดินหน้าผลักดันกลุ่ม ‘ผู้ประกอบการนวัตกรรม’ หรือ Innovation Driven Enterprise - IDE ที่มีรายได้เฉลี่ย 1,000 ล้านบาท ให้ทะลุเป้าหมาย 1,000 ราย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 688 ราย และพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับมาตรฐานสินค้า และเจาะลึกข้อมูลอินไซต์ของตลาด เพื่อติดปีก และสนับสนุนภาคธุรกิจในทุกสเต็ปของการเติบโต ให้สามารถ Scale up ได้อย่างมั่นคง และก้าวขึ้นเป็น Global Player ในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
#สอวช #ปลดล็อกธุรกิจ #อววน #ผู้ประกอบการ #สำนักข่าวทูเดย์
29/05/2026
📢สอวช. Update (29 พฤษภาคม 2569)
สอวช. ไม่ใช่สำนักข่าว แต่จะมาอัพเดทความก้าวหน้า ด้าน Higher Education (การอุดมศึกษา ครอบคลุม Manpower – Brain Power), Innovation (นวัตกรรม), Creative Economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์) เติมพลังยามเช้า กับเรื่องราวที่น่าสนใจ ทุก วันจันทร์ - พุธ - ศุกร์
🔸เปิดวิชั่นอนาคตพลังงานไทย สจล.ชูพลังงานสะอาดแบตฯกราฟีนนิวเคลียร์จิ๋ว
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดเวทีเสวนา “อนาคตพลังงานไทยในโลกผันผวน: จากพลังงานทดแทนสู่นิวเคลียร์และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน” ภายในงานแถลงข่าว “ลาดกระบังนิทรรศน์ 69” (KMITL EXPO 2026) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์ทิศทางพลังงานยุคใหม่ พร้อมย้ำบทบาทการพัฒนางานวิจัยและกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต
อ่านต่อ
https://ibusiness.co/detail/9690000050801
🔸ยศชนันดันไทยขึ้นผู้นำ เทคโนโลยีอวกาศภูมิภาค หารือดึงฝรั่งเศสร่วมท่าอวกาศยานไทย
“ยศชนัน” ดันไทยขึ้นแท่นผู้นำเทคโนโลยีอวกาศในระดับภูมิภาค หารือบริษัทจรวดยักษ์ใหญ่ฝรั่งเศส Arianespace ดึงร่วมโครงการ “กลุ่มดาวเทียมสำรวจโลก 18 ดวง - ท่าอวกาศยานไทย”
อ่านต่อ
https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2058094/?bid=1
🔸ดันหมอลำสู่ศก.สร้างสรรค์กาฬสินธ์จัดอบรมถ่ายทอดศิลปะการแสดงสู่สากล
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะและถ่ายทอดศิลปะการแสดงหมอลำ มุ่งอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอีสาน พร้อมต่อยอดทุนวัฒนธรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด
อ่านต่อ
http://innews.news/news.php?n=95861
🔸ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจากแหล่งที่มาตามลิงก์
#สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง #สจล #อนาคตพลังงานไทย #พลังงานทดแทน #นิวเคลียร์ #เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน #ลาดกระบังนิทรรศน์69 #เทคโนโลยีอวกาศ #ประเทศฝรั่งเศส #กลุ่มดาวเทียมสำรวจโลก #ท่าอวกาศยานไทย #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ #วัฒนธรรมอีสาน #ศิลปะการแสดงหมอลำ #ทุนวัฒนธรรม
28/05/2026
มากกว่ารายได้คือการสร้างคุณค่า สอวช. ชวนรู้จัก “วิสาหกิจเพื่อสังคม” โมเดลธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับการเชื่อมโยงคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเปลี่ยน “ปัญหา” ที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ ให้กลายเป็น “โอกาสทางธุรกิจ” ที่สร้างการเติบโตได้ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนทางสังคม และนี่คือหัวใจของ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” หรือ Social Enterprise (SE) พื้นที่ตรงกลางที่สร้างทั้งรายได้และความยั่งยืนไปพร้อมกันได้จริง
SE นิยามตามกฎหมายคือ บริษัท ห้างหุ้นส่วน นิติบุคล หรือนิติบุคคลอื่น ที่จัดตั้งขึ้นและได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่ายสินค้า หรือการบริการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งการดำเนินงานของ สอวช. จะมองถึงคุณลักษณะสำคัญของ SE ได้แก่ 1. เป็นกิจการลูกผสมระหว่างกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์และกิจการที่แสวงหากำไร 2. การดำเนินงานมีเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมเป็นตัวขับเคลื่อน 3. สามารถสร้างกำไรเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อสังคมได้อย่างยั่งยืนทางธุรกิจ 4. มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ถือหุ้น 5. สามารถนำรายได้กลับมาลงทุนในเป้าหมายทางสังคมและเป็นต้นทุนการดำเนินงาน 6. สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากฝั่งภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และภาครัฐ จะเห็นได้ว่า SE ไม่ได้มุ่งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับไปสร้างผลกระทบทางสังคม เช่น การสร้างงานให้กลุ่มเปราะบาง การพัฒนาชุมชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ SE จึงเป็นโมเดลธุรกิจที่เชื่อมโยง “คุณค่าทางเศรษฐกิจ” และ “คุณค่าทางสังคม” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
บทบาทสำคัญของ สอวช. คือการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อสร้างระบบสนับสนุน SE ของประเทศ หนึ่งในนั้นคือการจัดทำสมุดปกขาว “กลไกการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อสร้างความยั่งยืนในท้องถิ่นด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)” ในปี 2566 เพื่อเสนอแนวทางเชิงนโยบายในการพัฒนา SE ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยสาระสำคัญประกอบด้วยข้อเสนอเชิงนโยบายหลายประเด็น อาทิ 1. การจัดตั้ง Social Enterprise Academy เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสังคมรุ่นใหม่ 2. การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อสังคม อาทิ Social Impact Bond 3. การสนับสนุนแหล่งเงินทุนและการเข้าถึงตลาดสำหรับ SE 4. การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการและระบบการศึกษา 5. การสนับสนุนการขยายผลกระทบทางสังคมของ SE ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของ Social Enterprise ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nxpo.or.th/th/45231/
#สอวช #วิสาหกิจเพื่อสังคม
27/05/2026
สอวช. เดินเกม “ปลดล็อกกฎระเบียบ” พลิกโฉมผู้ประกอบการไทย สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร ดันธุรกิจนวัตกรรมสู่เวทีโลก
ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และ Startup ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญหลายด้าน ทั้งด้านเงินทุน บุคลากร ตลาด มาตรฐาน เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงกฎระเบียบที่ซับซ้อน กระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทำให้ต้องติดต่อหลายช่องทาง มีขั้นตอนซ้ำซ้อน และอาจทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสหรือได้รับการสนับสนุนที่ไม่ต่อเนื่อง สำหรับการปลดล็อกกฎระเบียบ ในบริบทของการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) คือ จึงเป็นการทำให้กฎหมายและกลไกภาครัฐเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม และปรับตัวได้ทันต่อเทคโนโลยี ลดช่องว่างระหว่างความเร็วของนวัตกรรมกับกระบวนการรัฐ เปลี่ยนบทบาทของกฎหมายจาก ‘ข้อจำกัด’ เป็น ‘ตัวเร่งนวัตกรรม’ โดยลดต้นทุน ลดความเสี่ยง เปิดโอกาส และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทดลองและการเติบโตของธุรกิจ โดยยึดความต้องการของผู้ประกอบการเป็นศูนย์กลาง
บทบาทของ สอวช. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงนโยบาย เชื่อมมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐ เพื่อค้นหาจุดเชื่อมโยงในระบบนิเวศนวัตกรรม และออกแบบกลไกสนับสนุนให้ตรงจุด ทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร เงินทุน มาตรฐาน และตลาด โดยเฉพาะการออกแบบนโยบายและมาตรการสำหรับช่วงรอยต่อจากงานวิจัยสู่ธุรกิจ และจาก Startup สู่ Scale-up
กลไกสำคัญที่ สอวช. ร่วมผลักดัน ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม หรือ TRIUP Act ที่เปิดให้ผู้รับทุนถือครองและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง รวมถึงกลไก University Holding Company ที่เปิดทางให้มหาวิทยาลัยนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยจัดตั้ง Holding Company แล้ว 13 แห่ง มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 500 ล้านบาท และร่วมลงทุนใน Startup และ Spin-off มากกว่า 110 บริษัท สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยบนหิ้งสู่นวัตกรรมเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nxpo.or.th/th/45894/
#สอวช #ปลดล็อกกฎระเบียบ #ผู้ประกอบการไทย #ระบบนิเวศนวัตกรรม
27/05/2026
สอวช. หนุนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานยั่งยืน ชูแนวทางยกระดับกำลังคนและงานวิจัย เตรียมรับมือความท้าทายจากวิกฤตพลังงานโลก
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “วิกฤตพลังงาน : การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อความยั่งยืน” จัดโดย คณะทำงานส่งเสริมความรู้และสร้างเครือข่ายด้านวิชาการและกฎหมาย สำนักวิชาการรัฐสภา โดยมี นายณัฏฐกฤษฏ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงานสัมมนา เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา
การจัดสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานโลกและผลกระทบต่อประเทศไทยให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตลอดจนเพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับหน่วยงานภายนอก และส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการมีส่วนร่วมเสนอแนะนโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นระบบ ซึ่งในงานสัมมนามีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการระดับแนวหน้าของประเทศร่วมเป็นวิทยากรเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกันเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน มุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนในอนาคต รวมถึงทักษะสำคัญของนักศึกษาในอนาคต ได้แก่ นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน. ดร.ณัทกฤช อภิภูชยะกุล นักวิชาการอิสระและสื่อมวลชนด้านเทคโนโลยีพลังงาน ดำเนินรายการและร่วมให้มุมมองโดย นายณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น นักจัดรายการวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.nxpo.or.th/th/45900/
#สอวช #นโยบายพลังงาน #วิกฤตพลังงานโลก #ความยั่งยืน