สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

แชร์

นำเสนอข่าวสาร อัพเดทสถานการณ์ และเผยแพร่สาระความรู้ เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหม

Photos from สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม's post 02/06/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้าดูแลคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึกและครอบครัว เห็นชอบเพิ่มวงเงินสินเชื่อสวัสดิการ พร้อมขยายเวลาผ่อนชำระ รวมถึงปรับปรุงที่พักอาศัยทหารผ่านศึกพิการ ยกระดับความเป็นอยู่ให้เหมาะสมและปลอดภัย ติดตามจากรายงาน

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องชัยสมรภูมิ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อพิจารณามาตรการสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึกและครอบครัว

ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางปรับปรุงสวัสดิการสินเชื่อ โดยเพิ่มวงเงินกู้เพื่อสวัสดิการสำหรับผู้มีเงินเลี้ยงชีพรายเดือน หรือเบี้ยหวัดบำนาญ จากเดิมไม่เกิน 70,000 บาท เป็นไม่เกิน 80,000 บาท และขยายระยะเวลาผ่อนชำระจากไม่เกิน 18 เดือน เป็นไม่เกิน 24 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เปิดโอกาสให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับประกอบอาชีพและใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่จำเป็น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงการปรับปรุงอาคารพักอาศัยทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพ หมู่บ้านทหารผ่านศึก รามอินทรา จำนวน 230 ห้อง ในปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมการซ่อมแซมหลังคาและระบบป้องกันน้ำรั่ว ปรับปรุงระบบสุขาภิบาล รวมถึงเปลี่ยนประตูห้องพักและห้องน้ำที่ชำรุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และยกระดับคุณภาพชีวิตของทหารผ่านศึกให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

#กระทรวงกลาโหม #สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม #ทหารผ่านศึก 

30/05/2026

🌏 สมรภูมิความมั่นคงโลกกำลังเปลี่ยน… และไทยไม่อาจอยู่ข้างสนาม

30–31 พฤษภาคมนี้ ติดตามภารกิจของ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุม IISS Shangri-La Dialogue 2026 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เวทีความมั่นคงและกลาโหมระดับโลกที่ผู้นำกลาโหม ผู้บัญชาการทหาร และผู้กำหนดนโยบายจากนานาประเทศ ร่วมกำหนดทิศทางความมั่นคงแห่งอนาคตของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและโลก

ท่ามกลางการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้ง และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ไทยจะขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างไร… จับตาบทบาทไทยบนเวทีโลกครั้งสำคัญนี้

#กระทรวงกลาโหม #สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

Photos from Adul A day อดุลย์ อะ เดย์'s post 29/05/2026

กลาโหมไทย x กระทรวงสงครามสหรัฐฯ 🇹🇭🇺🇸

ไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ยาวนาน และเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ ทั้งการฝึก การศึกษา การพัฒนากำลังพล และการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร


#กระทรวงกลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

29/05/2026

🌏 โลกกำลังเปลี่ยน เกมความมั่นคงกำลังเข้มข้น
30–31 พฤษภาคมนี้ จับตา “Shangri-La Dialogue 2026” เวทีความมั่นคงระดับโลกที่ผู้นำกลาโหมจากหลายประเทศร่วมกำหนดทิศทางอนาคต
ไทยได้อะไร? โลกกำลังคุยเรื่องไหน? และบทบาทของไทยอยู่ตรงไหนบนเวทีโลก

#กระทรวงกลาโหม #เวทีความมั่นคงโลก #กลาโหม

29/05/2026

”…อาชีพทหารอย่างพวกผมไม่เหมือนภาคธุรกิจที่ขาดทุนปีหน้าเริ่มใหม่ พวกผมขาดทุนคือการเสียอธิปไตย แขนขาด ขาขาด คือชีวิตของกำลังพล…“

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

อภิปรายต่อรัฐสภา
27 พ.ค. 69

#อดุลย์อะเดย์
#สภากลาโหม #สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#กระทรวงกลาโหม

Adul A Day Quote l

”…อาชีพทหารอย่างพวกผมไม่เหมือนภาคธุรกิจที่ขาดทุนปีหน้าเริ่มใหม่ พวกผมขาดทุนคือการเสียอธิปไตย แขนขาด ขาขาด คือชีวิตของกำลังพล…“

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

อภิปรายต่อรัฐสภา
27 พ.ค. 69

#อดุลย์อะเดย์
#สภากลาโหม

Photos from สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม's post 29/05/2026

🇹🇭🇸🇬 ไทย–สิงคโปร์ กระชับความสัมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ เดินหน้าความร่วมมือทางทหาร เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และบทบาทอาเซียนเพื่อเสถียรภาพของภูมิภาค

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบปะหารือกับ นาย Chan Chun Sing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ พร้อมหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์ บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจและความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน

โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบหารือกันอีกครั้ง ภายหลังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ได้เยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยการเยือนในครั้งนี้ ถือเป็นการเเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก ภายหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมขอบคุณสำหรับความสัมพันธ์อันอบอุ่นที่สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศในฐานะหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการยกระดับความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ การฝึกร่วมทางทหาร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ทั้งนี้ ไทยยินดีต่อการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ต่ออายุการฝึกคอบร้าโกลด์ของสิงคโปร์ในประเทศไทย และร่วมชื่นชมการขยายขอบเขตความร่วมมือด้านการทหารในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงร่วมกันในระยะยาว

ในส่วนของความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยพร้อมสนับสนุนสิงคโปร์ในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2570 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 60 ปีการก่อตั้งอาเซียน และพร้อมร่วมผลักดันแนวคิดการเสริมสร้างความเข้มแข็งร่วมกันของประเทศสมาชิก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของอาเซียนในเวทีโลก

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงการได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุม Shangri-La Dialogue ซึ่งเป็นเวทีหารือด้านความมั่นคงระดับโลก โดยมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและนำองค์ความรู้มาปรับใช้เพื่อพัฒนานโยบายด้านกลาโหมของไทย

อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างกระทรวงกลาโหมของไทยและสิงคโปร์ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาค

สำนักงานโฆษกกระทรวงกลาโหม
28 พฤษภาคม 2569

#กระทรวงกลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

27/05/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงร่างกฎหมายสำคัญต่อสภาผู้แทนราษฎร ย้ำเดินหน้าปฏิรูปกลาโหม–พัฒนากระบวนการยุติธรรมทางทหารให้ทันสมัย โปร่งใส และสอดคล้องมาตรฐานสากล

วันนี้ (27 พฤษภาคม 2569) พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญของกระทรวงกลาโหม จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบบริหารราชการของกระทรวงกลาโหมและกระบวนการยุติธรรมทางทหาร ให้มีความทันสมัย โปร่งใส สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และคุ้มครองสิทธิของประชาชนมากยิ่งขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายทั้งสองฉบับ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการบริหารราชการของกระทรวงกลาโหมให้มีความคล่องตัว ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังมุ่งยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางทหารให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนทั้งในประเทศและนานาชาติ

สำหรับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีสาระสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมทางทหาร โดยกำหนดให้ยกเลิกศาลจังหวัดทหารบก เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างมณฑลทหารบก รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายซึ่งมิใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร สามารถเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาในศาลทหารได้โดยตรง และเปิดสิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทหารในบางกรณี เพื่อให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีสาระสำคัญในการกำหนดให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิรูปและพัฒนาประสิทธิภาพของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้กองทัพมีความกะทัดรัด ทันสมัย พร้อมรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และสามารถสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างและบทบัญญัติบางประการให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารราชการในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเด็นการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางทหาร ความโปร่งใส ความเป็นอิสระของศาลทหาร การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ตลอดจนโครงสร้างและบทบาทของสภากลาโหม โดยมีข้อเสนอให้ทบทวนองค์ประกอบของสภากลาโหมและลดจำนวนสมาชิก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

ในช่วงท้ายของการชี้แจง พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงบทบาทและความจำเป็นของสภากลาโหม โดยยืนยันว่า ตนเองเติบโตจากนายทหารระดับล่างสุดคือนักเรียนนายสิบ ก่อนก้าวสู่การเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร และเติบโตในเส้นทางรับราชการทหารจนดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ก่อนเข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน จึงเข้าใจทั้งบทบาทของผู้ปฏิบัติและผู้กำหนดนโยบายเป็นอย่างดี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า กองทัพและเหล่าทัพยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง และการกำหนดนโยบายของกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่การตัดสินใจโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นระบบการทำงานที่อาศัยการหารือร่วมกัน โดยนำข้อเท็จจริง ปัญหา และข้อเสนอจากผู้เกี่ยวข้องมาพิจารณา เช่นเดียวกับการทำงานของสภากลาโหมที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทัพและประเทศชาติเป็นสำคัญ

พร้อมย้ำถึงความสำคัญของสภากลาโหม ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 21 คน รวมถึงอดีตข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้วอีก 3 คน เพื่อใช้ประสบการณ์ของผู้ที่เคยปฏิบัติงาน ประกอบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บังคับหน่วยในปัจจุบัน ในการร่วมกันกลั่นกรองและตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ

สำหรับข้อเสนอให้ลดจำนวนสมาชิกสภากลาโหมเหลือเพียง 7 คน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมใช้ที่ปรึกษาเพื่อประกอบการตัดสินใจนั้น พลโท อดุลย์ ระบุว่า แม้สามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม เพราะภารกิจด้านความมั่นคงไม่ใช่เรื่องทดลองผิดลองถูก แต่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของชาติ ชีวิตกำลังพล และความมั่นคงของประเทศ จึงไม่ควรให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งตัดสินใจเพียงลำพัง

ท้ายที่สุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า สภากลาโหมยังมีความจำเป็นในการกลั่นกรองนโยบายและร่วมตัดสินใจแก้ปัญหาของชาติ พร้อมขอบคุณสมาชิกสภาที่ร่วมอภิปราย และย้ำว่า “ไม่ต้องห่วงอำนาจหน้าที่ของผม เพราะสิ่งที่ผมสนใจคือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง”

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
27 พฤษภาคม 2569

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#กระทรวงกลาโหม

Photos from สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม's post 25/05/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้อนรับเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอำลาก่อนครบวาระ ย้ำความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียกว่า 73 ปี พร้อมเดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร และเสถียรภาพภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในศาลาว่าการกลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ แอนเจลา แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมอำลา ก่อนครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ในเดือนพฤษภาคมนี้

โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทย และ ออสเตรเลีย ที่ดำเนินมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องยาวนานกว่า 73 ปี พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงในหลายมิติ ทั้งการฝึกร่วมและฝึกผสมทางทหาร การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษในโรงเรียนทหารของไทย รวมถึงความคืบหน้าของกลไกการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสไทย–ออสเตรเลีย รูปแบบ 2+2 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังแสดงความยินดีต่อยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ ปี 2026 ของออสเตรเลีย ที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนและอินโด–แปซิฟิก พร้อมยืนยันความพร้อมของไทยในการร่วมส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทของเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์อาเซียน–ออสเตรเลีย ตลอดจนแนวทางการทูตภายใต้แนวคิด “Kindness in Action” ที่สะท้อนความเข้าใจในวัฒนธรรมและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก่อนกล่าวขอบคุณและอวยพรให้ประสบความสำเร็จในภารกิจต่อไป ณ ประเทศออสเตรเลีย

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
25 พฤษภาคม 2569

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม 
#กระทรวงกลาโหม

Photos from สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม's post 22/05/2026

ให้เสียงเครื่องยนต์ที่กึกก้องเหนือผืนฟ้า เป็นคำมั่นสัญญาว่า… “กองทัพอากาศไทย พร้อมปกป้องชาติไทยทุกเวลา” 🇹🇭

ปลัดกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกองทัพอากาศ พร้อมร่วมทำการบินกับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 เพื่อสัมผัสขีดความสามารถของกำลังทางอากาศไทย และชื่นชมกำลังพลกองทัพอากาศทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ เพื่อพิทักษ์อธิปไตยของชาติ

ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกองทัพอากาศยังคงแสดงให้เห็นถึงความพร้อมรบ การตอบสนองภารกิจอย่างมืออาชีพและการปฏิบัติการร่วมกับทุกเหล่าทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว

การเปลี่ยนผ่านจาก F-16 สู่ Gripen E/F ไม่ใช่เพียงการจัดหาอากาศยานรุ่นใหม่ แต่คือ “การก้าวกระโดดทางยุทธวิธีและเทคโนโลยี” ของกองทัพอากาศไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการปกป้องน่านฟ้าไทย รักษาผลประโยชน์สูงสุดของชาติและสร้างสมดุลแห่งอำนาจทางอากาศ รองรับทุกภัยคุกคามในอนาคต

CR. #กองทัพอากาศ

#กระทรวงกลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

Photos from สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม's post 22/05/2026

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย หารือส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคง ย้ำความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ไทย–ญี่ปุ่น

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นาย Otaka Masato (โอตากะ มาซาโตะ) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ศาลาว่าการกลาโหม

ทั้งสองฝ่ายได้ชื่นชมต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่น ซึ่งกำลังจะครบรอบ 140 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมความร่วมมือในฐานะ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” ซึ่งครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร

ในการนี้ ฝ่ายไทยได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับการสนับสนุนผ่านโครงการความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแบบให้เปล่า (Official Security Assistance : OSA) พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ไทยและญี่ปุ่นจะร่วมกันเป็นประธานคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting-Plus : ADMM-Plus) ในวงรอบถัดไป ระหว่างปี 2570–2573

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดจนแนวทางความร่วมมือในการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค

การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่เสถียรภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคต่อไป///

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม (สนฆ.กห.)

22 พฤษภาคม 69

#กระทรวงกลาโหม  #สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


ศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย เขตพระนคร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30