กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานราชการ
เครื่องหมายราชการแห่งกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรูปพระอิศวรปางประทานพร และมีภาพประกอบภายในกรอบวงกลม อันแสดงความหมายเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน ประกอบด้วย ดิน พืช ฝน แสงอาทิตย์ เบื้องล่างของภาพมีตัวอักษรกรมพัฒนาที่ดิน
23 พฤษภาคม 2506 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ใช้พระราชบัญญัติ 3 ฉบับให้มีการจัดตั้งกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติขึ้นโดยรวมงานของกระทรวงสหกรณ์ที่มีอยู่เดิมเข้าไว้กับกรมอื่นอี
ก รวมทั้งหมด 13 กรม ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินเป็นกรมหนึ่งได้รับการจัดตั้งครั้งนี้ด้วย
วิสัยทัศน์
พัฒนาที่ดินให้สมบูรณ์ เพิ่มพูนผลผลิต ในทิศทางการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม
พันธกิจ
สนับสนุนโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ วิจัยพัฒนา ให้บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาที่ดิน พร้อมทั้งกำหนดเขตการใช้ที่ดินที่เหมาะสมเพื่อการผลิตและให้บริการข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านต่าง ๆ ที่ถูกต้อง ทันสมัย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาที่ดินและน้ำ โดยการอนุรักษ์ดินและน้ำการฟื้นฟูปรับปรุงดิน เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ยั่งยืน ภายใต้กระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม พัฒนาหมอดินอาสา ยุวเกษตร เกษตรกร และกลุ่มเกษตร ให้มีความรู้ความเข้าใจการพัฒนาที่ดินเพื่อเป็นรากฐานการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและปฎิบัติตาม พ.ร.บ. พัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551
เป้าประสงค์หลัก
1. จัดทำแผนการใช้ที่ดินเพื่อการวางแผนพัฒนาในพื้นที่
2. ส่งเสริมเกษตรกรทำการผลิตตามความเหมาะสมของดิน
3. พื้นที่เกษตรได้รับการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
4. พื้นที่เกษตรกรรมได้รับการฟื้นฟูและปรับปรุงดิน
5. พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมการพัฒนาที่ดิน
6. เกษตรกรนำเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินไปใช้ประโยชน์
7. สร้างและพัฒนาต่อยอดภาคีเครือข่ายพัฒนาที่ดินให้เข้มแข็ง และยั่งยืน
ประเด็นยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การขับเคลื่อนแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การอนุรักษ์ดินและน้ำ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การวิจัยและถ่ายถอดเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ดิน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การสร้างพัฒนาภาคีเครือข่ายพัฒนาที่ดิน
ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การพัฒนาองค์กร
ขอบคุณเจ้าหน้าที่สังกัดกรมพัฒนาที่ดินทุกท่านที่ร่วมให้ความรู้แก่ประชาชน
การประชาสัมพันธ์นี้มีเจตนาเพื่อมอบความรู้แก่ประชาชนโดยมิได้หวังผลกำไร ทำไปด้วยใจของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่มีหัวใจรักต่อเพื่อนร่วมโลก อยากมอบประโยชน์เท่าที่ทำได้ให้ โปรดศึกษาด้วยใจและใช้วิจารณญาณก่อนติเตียนหนังสือเล่มใด เพราะถ้าไม่มีอดีตก็ไม่มีปัจจุบันและอนาคต อันไหนเป็นประโยชน์ก็นำไปใช้งานเก็บความรู้ไว้พินิจพิเคราะห์พิจารณาด้วยปัญญาและความสามารถ