กรมวิชาการเกษตร

กรมวิชาการเกษตร

แชร์

กรมวิชาการเกษตร

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 03/06/2026

คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง และห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 03/06/2026

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรมอบหมายนางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร และผู้แทนกองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร และกองยุทธศาสตร์และแผนงานเข้าร่วมการประชุมหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย – รัสเซีย ร่วมกับ Mr. Stanislav GOLUBEV ฝ่ายเกษตร ประจำสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานฝ่ายไทยในการประชุมหารือดังกล่าว

02/06/2026

ทรงพระเจริญ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
3 มิถุนายน 2569

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 01/06/2026

"รมช.ปิยะรัฐชย์" เปิดโรงงานต้นแบบจุลินทรีย์ย่อยสลาย หนุนเกษตรกรลดต้นทุน-ดับฝุ่น PM 2.5

วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้ นางวิลาวัณย์ ใคร่ครวญ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยนายธงชัย คำโคตร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธี "เปิดป้ายโรงงานต้นแบบการผลิตจุลินทรีย์ย่อยสลาย กรมวิชาการเกษตร"ณ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก

🌾 นวัตกรรม "หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์"

โรงงานต้นแบบแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายชีวภัณฑ์ระดับอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยมีจุดเด่นในการช่วยเกษตรกร ดังนี้ :
ย่อยสลายตอซัง/ฟางข้าวไว: ภายใน 7-10 วัน เตรียมแปลงปลูกได้ทันที ข้าวไม่เกิดอาการเมาตอซัง
ลดต้นทุนการผลิต 30-50%: ลดค่าไถกลบ สารเคมี ค่าแรง และลดการใช้ปุ๋ยเคมี
กำจัดข้าวดีด: ลดปัญหาข้าววัชพืชได้ถึง 50%
เพิ่มผลผลิต: ช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวได้สูงถึง 20-30%
ขับเคลื่อน 4 นโยบายสำคัญในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก
นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้รายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่:
ยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง: ส่งเสริมกาแฟคุณภาพ และบริหารจัดการทุเรียนกว่า 7,000 ไร่ เน้นมาตรฐาน GAP และการตรวจสอบสารปนเปื้อนเพื่อการส่งออก
โครงการ PM 2.5 Free Plus: ตรวจรับรองการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบไม่เผาแล้วกว่า 71 แปลง
นวัตกรรม DOA-Soil Test Kit: ใช้ AI ประมวลผลผ่าน Web Application เพื่อวิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ยแม่นยำ
ควบคุมคุณภาพปัจจัยการผลิต: บูรณาการตรวจร้านจำหน่าย และส่งเสริมโครงการ Q-Shop เพื่อให้เกษตรกรได้ปุ๋ยและยาที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม
กรมวิชาการเกษตรขอยืนยันความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่มือเกษตรกรอย่างทั่วถึง พร้อมรับมอบนโยบายจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำไปขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดพิษณุโลกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 31/05/2026

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้นายธงชัย คำโคตร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 นายอานนท์ มลิพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสเป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วัดราชคีรีวิเศษ หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์

ในการนี้ กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ร่วมให้คำปรึกษาด้านพืช โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร เช่น เทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม เมล็ดพันธุ์กรมวิชาการเกษตร การผลิตพืชไร่ใช้น้ำน้อย การตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ข้าวโพดเมล็ดแห้ง การใช้ชีวภัณฑ์เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ในการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน การใช้ปุ๋ยชีวภาพ PGPR 1 ในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และแหนแดง พร้อมให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ดีของกรมวิชาการเกษตร พร้อมมอบต้นกล้ามะนาว ต้นกล้าลางสาด ต้นไผ่ซางหม่น รวมจำนวน 100 ต้น และได้มอบใบ GAP ปลอดการเผาสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้ง แก่เกษตรกร จำนวน 13 ราย

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 30/05/2026

"ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" กรมวิชาการเกษตร ผนึกกำลัง ศิริราช ยกระดับสมุนไพรไทยมูลค่าสูง สอดรับกับกระแส "Longevity and Wellness" พร้อมโชว์ศักยภาพนวัตกรรมครบวงจรในงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการยกระดับสมุนไพรไทยสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์แผนไทยอย่างครบวงจร ภายใต้ "โครงการวิจัยเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผลิตพืชสมุนไพรและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยต้นแบบเชิงนวัตกรรม" โดยขับเคลื่อนด้วยแนวคิด "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" มุ่งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรและยกระดับสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยนางสาวเชาวนาถ พฤทธิเทพ ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคเกษตร นางสาวกาญจนา ทองนะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน นายอนุวัฒน์ รัตนชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวน สถาบันวิจัยพืชสวน ผู้บริหารและนักวิจัย เดินทางเข้าหารือความร่วมมือและศึกษาดูงาน ณ คลินิกอายุรเวทแพทย์แผนไทยประยุกต์ อาคารปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช โดยได้รับการต้อนรับจาก ผศ. เอื้อมพร สุวรรณไตรย์ หัวหน้าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ พร้อมคณะผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบด้านการผลิต ทั้งการสนับสนุนพันธุ์พืชสมุนไพรคุณภาพดี ปัจจัยการผลิต ชีวภัณฑ์ทางการเกษตร และการจัดทำแปลงต้นแบบตามมาตรฐาน GAP และ Medical Grade พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรเข้าสู่ภาคการแปรรูป ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเสริมความแข็งแกร่งในฝั่งปลายน้ำ ด้วยองค์ความรู้ด้านการใช้สมุนไพรเชิงคลินิก การวิจัยตำรับยา การประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการต่อยอดสู่ระบบบริการสุขภาพและเชิงพาณิชย์

ทั้งสองหน่วยงานตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศสมุนไพรครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืช การผลิตมาตรฐาน Medical Grade การสกัดและวิเคราะห์สารสำคัญ การพัฒนาและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างภาคการเกษตร ภาคการแพทย์ และภาคอุตสาหกรรมสุขภาพ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพของภูมิภาค สอดรับกับกระแส "Longevity and Wellness" ที่กำลังมาแรงทั่วโลก โดยไทยมีต้นทุนสำคัญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนไทย สมุนไพร หรือการนวดประคบ ซึ่งล้วนเป็นภูมิปัญญาที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและยืดอายุได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อตอกย้ำความสำเร็จและเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณชน ทั้งสองหน่วยงานเตรียมนำผลงานความร่วมมือไปจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พร้อมสาธิตนวัตกรรมการผลิตสมุนไพรต้นแบบและการเชื่อมโยงตลาด เพื่อแสดงศักยภาพของสมุนไพรไทยในการตอบโจทย์ด้านสุขภาพอย่างครบวงจร และสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการสมุนไพรไทยในระดับนานาชาติ

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผลักดันแนวทาง "ตลาดนำการผลิต" เพื่อแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ ควบคู่กับ "ตลาดนำการวิจัย" ในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI และ Big Data มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 29/05/2026

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลโครงการวิจัยด้านการเกษตร ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน และพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ในการประเมินผลโครงการวิจัยด้านการเกษตร ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารศูนย์ปฎิบัติการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมวิชาการเกษตร

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 29/05/2026

“เกษตรฯ” คุมเข้มผัก–ผลไม้นำเข้า ดัน e-Phyto เชื่อม NSW สกัดศัตรูพืช–ลดเอกสารปลอม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลผักและผลไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศ เร่งเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) ผ่านระบบ National Single Window (NSW) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ลดความเสี่ยงการปลอมแปลงเอกสาร และอำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่การป้องกันศัตรูพืชกักกันที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทย

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) พร้อมด้วยนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางวิลาวัณย์ ใคร่ครวญ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการกองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ลงพื้นที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามการบริหารจัดการผักและผลไม้สดนำเข้า ตรวจเยี่ยมห้องเย็น จุดพักสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า ภายใต้การกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อมูลปี 2568 ไทยนำเข้าผักและผลไม้สด 177,227 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 1.71 ล้านตัน มูลค่า 52,666 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569) มีการนำเข้าแล้ว 59,779 ชิปเมนต์ ปริมาณ 586,087 ตัน มูลค่า 15,696 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของการค้าเกษตรระหว่างประเทศ เร่งความจำเป็นที่จะต้องยกระดับระบบกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กระทรวงเกษตรฯ เน้นแนวทาง “คุมเข้มความปลอดภัยทางชีวภาพ ควบคู่การอำนวยความสะดวกทางการค้า” โดยปรับการตรวจสอบ ณ ด่านนำเข้า ยกระดับสู่การติดตามและเฝ้าระวังตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ด่านตรวจพืช ห้องเย็น จุดพักสินค้า ตลาดค้าส่ง และศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการความเสี่ยง การตรวจสอบย้อนกลับ และป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมฯ อยู่ระหว่างผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูล e-Phyto ระหว่างหน่วยงานกักกันพืชของประเทศคู่ค้า กรมวิชาการเกษตร และกรมศุลกากร ผ่านระบบ NSW เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าแบบ Real-time เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า และลดขั้นตอนด้านเอกสาร

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานของอนุสัญญาอารักขาพืชระหว่างประเทศ (IPPC) ที่หลายประเทศนำระบบ e-Phyto มาใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพและการค้าเกษตรยุคดิจิทัล โดยไทยจะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การค้าสินค้าเกษตร “รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้” ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางชีวภาพของประเทศในระยะยาว

Photos from กรมวิชาการเกษตร's post 28/05/2026

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้การต้อนรับ Mr. Adam Branson อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงาน U.S. Grains and Bioproducts Council (USGBC) ในโอกาสเข้าหารือเกี่ยวกับแนวทางการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา (Burn-Free Corn Import Policy)

การหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภายในกรมวิชาการเกษตรเข้าร่วม ได้แก่ กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคเกษตร สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช และกองยุทธศาสตร์และแผนงาน ณ ห้องประชุมสำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้หารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพสินค้าและมาตรการด้านสุขอนามัยพืช ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการรักษาความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะมาตรการป้องกันการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังคำนึงถึงการคุ้มครองเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดภายในประเทศเพื่อไม่ให้การนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ (1) ส่งเสริมการรับซื้อผลผลิตภายในประเทศในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม (2) กำหนดช่วงเวลานำเข้าไม่ให้ตรงกับฤดูกาลผลิตของไทย เพื่อลดผลกระทบต่อราคาและตลาดภายในประเทศ (3) ควบคุมการรั่วไหล การปนเปื้อน และการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พร้อมติดตามตรวจสอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน (4) จัดให้มีระบบตรวจสอบทั้งก่อนและหลังการนำเข้า โดยใช้ GIS และภาพถ่ายดาวเทียมในการยืนยันแหล่งผลิตปลอดการเผาและตรวจสอบย้อนกลับได้ และ (5) ทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้อง ให้มีความชัดเจน ทันสมัย และสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความสมดุลด้านเศรษฐกิจ การค้า สิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


50 ถนนพหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30