ไปรษณีย์ในไทยมีประวัติย้อนหลังไปตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นเส้นทางจดหมายจากสวรรคโลกผ่านสุโขทัยไปยังกำแพงเพชรใช้สำหรับการปกครอง ส่วนบริการไปรษณีย์สำหรับประชาชนทั่วไป มีหลายหน่วยงานเคยที่เปิดให้บริการทางด้านไปรษณีย์ ก่อนที่ไปรษณีย์ไทยของรัฐจะเปิดให้บริการ เช่น บริษัทเอกชน บริษัทเดินเรือนิร สถานกงสุลของอังกฤษ และ สหรัฐอเมริกาในไทย เป็นต้น โดยเป็นจดหมายส่งไปต่างประเทศ และมีการติดแสตมป์ของประเทศในแถบนี้ เช่น ฮ่องกง อังกฤษ อาณานิคมช่องแคบ (Strait Settlements, ปัจจุบันคือมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาะคริสต์มาส และหมู่เกาะโคโคส์) และ อินดีส์ตะวันออก (East Indies หรือ East India ปัจจุบันได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เมียนมาร์ ศรีลังกา และ มัลดีฟส์) เป็นต้น ก่อนที่จะส่งทางเรือเดินสมุทรไปยังไปรษณีย์เจ้าของแสตมป์นั้น ๆ เพื่อส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทาง
ในปี พ.ศ. 2423 เจ้าหมื่นเสมอใจราช หัวหมื่นมหาดเล็กเวรสิทธิ์ ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายคำแนะนำให้เปิดบริการไปรษณีย์ขึ้นใน ประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบ จึงทรงแต่งตั้งให้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ผู้ทรงมี ประสบการณ์ เกี่ยวกับการจัดส่งหนังสือพิมพ์รายวัน "ข่าวราชการ" ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์ เมื่อสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้า ภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ ได้ทรงวางโครงการและ เตรียมการไว้พร้อมที่จะเปิดบริการไปรษณีย์ได้แล้ว ก็ได้ประกาศเปิดรับฝาก ส่งจดหมายหรือหนังสือ เป็นการทดลองในเขตพระนครและธนบุรีขึ้นเมื่อ วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 มีที่ทำการตั้งอยู่ ณ ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปากคลองโอ่งอ่าง ด้านทิศเหนือ (ปัจจุบันถูกรื้อเพื่อใช้ที่สร้าง สะพานคู่ขนานกับสะพานพุทธ) ที่ทำการแห่งแรกนี้ใช้เป็น ที่ทำการไปรษณีย์สำหรับจังหวัดพระนคร ด้วยเรียกกันว่า "ไปรษณียาคาร"
ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการกราบบังคมทูลเสนอความเห็นว่าราชการ ของกรมไปรษณีย์และราชการของกรมโทรเลข ซึ่งตั้งขึ้นก่อนกรมไปรษณีย์แล้วนั้นเป็นงานใน ด้านสื่อสารด้วยกันควรรวมเป็นหน่วยราชการ เดียวกันเสียเพื่อความสะดวกแก่การดำเนินงาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็น เป็นสมควรจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมหน่วยงานทั้งสองเข้าด้วยกันเรียกว่า "กรมไปรษณีย์โทรเลข" ซึ่งต่อมาได้ย้ายไปใช้อาคารและที่ดินริมถนน เจริญกรุงเป็นที่ทำการและเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ที่ทำการไปรษณีย์กลาง" การไปรษณีย์ เป็นบริการสาธารณะจำเป็นต้องมีระเบียบข้อบังคับเพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการและ เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินบริการทราบและถือปฏิบัติเมื่อ เปิดการไปรษณีย์โทรเลขได้ประมาณ 2 ปีแล้ว รัฐบาลจึงได้ตรากฎหมายขึ้นใน ปี พ.ศ. 2428 เรียกว่า "พระราชบัญญัติการไปรษณีย์ไทย จุลศักราช 1248" ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ได้ออกพระราชกำหนดไปรษณีย์ ร.ศ.116 ยกเลิก พระราชบัญญัติฉบับแรกและใช้พระราชกำหนดนี้ตลอดมา จนกระทั่งปรับปรุงใหม่ออกเป็น "พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477" มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการเป็น ผู้รักษาตามพระราชบัญญัติ (ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติและพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่) มนมากมน
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ได้มีการจัดตั้ง “การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) งาม” ตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 โดยรับมอบกิจการด้านปฏิบัติการทั้งหมด รวมถึงการให้บริการไปรษณีย์จากกรมไปรษณีย์โทรเลขมาดำเนินการ โดยมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ใช้สถานที่ปฏิบัติงาน ณ ที่ทำการไปรษณีย์กลาง ต่อมาสำนักงานใหญ่ย้ายมาอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่ง กสท. ได้ปรับปรุงและพัฒนาบริการให้เจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด จนเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำที่ยิ่งใหญ่ มีศักยภาพเครือข่าย ระบบ และคุณภาพบริการระดับมาตรฐานสากล
จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการแปรสภาพรัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เทียบเท่าภาคเอกชน ซึ่ง กสท. เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ต้องดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 คณะรัฐมนตรีมีมติให้แปรสภาพ กสท. ตามแผนแม่บทพัฒนากิจการโทรคมนาคม และพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 แยกกิจการเป็น 2 บริษัท คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2546
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ยังคงสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตั้งอยู่ที่ อาคารสำนักงานใหญ่ ปณท. ถนนแจ้งวัฒนะ โดยปฏิรูปภาพลักษณ์ใหม่ ปรับปรุงบริการและการให้บริการไปรษณีย์แก่ประชาชนทั่วไปและพัฒนาการให้บริการเชิงธุรกิจ เพื่อให้ ปณท. ก้าวไกล ทันสมัย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดไป
[แก้] ไปรษณีย์กงสุลอังกฤษ
แสตมป์สำหรับใช้ที่ไปรษณีย์กงสุลอังกฤษที่ทำการไปรษณีย์ของกงสุลอังกฤษ ถือเป็นไปรษณีย์ที่สำคัญที่สุดก่อนที่มีการให้บริการไปรษณีย์ของไทย สามารถฝากส่งจดหมายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและอเมริกา โดยทางเรือไปส่งยังที่ไปรษณีย์สิงคโปร์เพื่อคัดแยกและนำจดหมายส่งต่อจนถึงปลายทาง (กรณีจดหมายไปอเมริกา มีการส่งไปฝากที่ทำการไปรษณีย์ฮ่องกงด้วย)
ไปรษณีย์นี้ตั้งอยู่ภายในกงสุลอังกฤษซึ่งเริ่มให้บริการเพียงหนึ่งปีหลังจากที่ก่อตั้งกงสุลเมื่อ พ.ศ. 2400 ต่อมาในปี พ.ศ. 2425 มีการนำแสตมป์จาก อินดีส์ตะวันออก และ อาณานิคมช่องแคบ มาประทับเครื่องหมาย "B" เพื่อใช้ติดบนซองที่ส่งจากกรุงเทพ ไปรษณีย์นี้ได้ปิดทำการเมื่อ กรกฎาคม พ.ศ. 2428 หลังไทยได้เข้าร่วมสหภาพสากลไปรษณีย์ (Universal Postal Union, UPU) และเริ่มให้บริการไปรษณีย์ไปต่างประเทศ
กงสุลอังกฤษแห่งนี้ปัจจุบันเปลี่ยนไปเป็นที่ทำการไปรษณีย์กลาง บางรัก ส่วนสถานกงสุลย้ายไปตั้งที่ใหม่อยู่บนถนนเพลินจิต
The Letter
Letter
ตั้งอยู่ตรงข้ามตลาดน้ำคลองลัดมะยม ถ.บางระมาด แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. การเดินทางให้วิ่งมาตามถ.บรมราชชนนีมุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑล จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถ. กาญจนาภิเษก (บางแค-บางบัวทอง) จะผ่านปั๊มน้ำมันเอสโซ่ (ปั้มที่ 1) ปั๊มเจ็ท และปั๊มเอสโซ่ (ปั๊มที่ 2) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างปั๊มเอสโซ่ที่ 2 ปากซอยเขียนว่าเป็นทางลัดสู่จรัญสนิทวงศ์ 35 วิ่งเข้ามาในซอยประมาณ 1 กม. จะเห็นตลาดน้ำคลองลัดมะยมอยู่ทาง
07/08/2015
กระต่ายที่ทำจากจานลายครามต้อนรับตรุษจีน
ในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี ประเทศจีน
เทศกาลตรุษจีนในปีกระต่ายที่ผ่านมาแล้วนั้น มีการโชว์กระต่ายประดิษฐ์ตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่ทำจากจานลายครามที่สนามประชาชนเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นมณฑลเจียงซี กระต่ายตัวนี้กว้าง 8.2 เมตร ยาว 9.6 เมตร ทำจากจานลายครามกว่า 30,000 ใบ มูลค่าประมาณ 1.2 แสนหยวน
เครื่องลายครามเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจีน เมืองจิ่งเต๋อเจิ้นได้รับการยกย่องว่าเป็น "เมืองแห่งเครื่องลายคราม" ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในจีนและต่างประเทศ กระต่ายที่ทำจากจานลายครามต้อนรับตรุษจีนแสดงให้เห็นถึงการต้อนรับปีเถาะด้วยความปิติยินดี และปรารถนาโชคลาภและความร่ำรวย
วันหยุดยาว เข้าพรรษา อาสาฬหบูชา
เจริญสุข เจริญปัญญา เจริญศรี
เจริญศีล เจริญธรรม นำสวัสดี
เจริญทวี เจริญภาวนา พาเจริญใจ
เจริญกิน เจริญเที่ยว เจริญทั่ว
เจริญครอบครัว เจริญมิตร เจริญได้
เจริญไอติม เจริญทุเรียน น่ะ!!..อันตรายย
พุงจะหญ่ายย..คางจะย้อยย..ห้อยทั้งตัว
ด้วยรักมาก หากไปไหน ไกลหรือใกล้
ขอคุณพระ คุ้มภัย ให้ถ้วนทั่ว
มีความสุข ปราศทุกข์ใจ ไร้ขุ่นมัว
ทั้งครอบครัว ล้วนรื่นรมย์ สมใจเอย😍😍
02/05/2013
เที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมกับ Neko Jump
สาวๆ neko jump พาเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยม คันปาก - วันนี้พิธีกรคันปาก "เชาเชา" ชวนสองสาว "เนย-แจม" neko jump ไปเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จะสนุกแค่ไหนต้องไปชมกัน
14/01/2013
ในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นมีเคร่องลายคราม เครื่องปั้นดินเผาที่งดงามตามศิลปะของจีนอยู่มากมาย
ซึ่งเครื่องลายครามที่ถนนแห่งเครื่องลายคราม (Porcelain Street) ซึ่งในสมัยก่อนถนนสายนี้ถือได้ว่าเป็นถนนที่วุ่นวายและคึกคักมากที่สุดในช่วงปลายราชวงศ์หมิง และยังเป็นสถานที่ที่จะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเครื่องลายครามที่หลากหลายลวดลายและสีสัน ชื่นชมประเพณีและวัฒนธรรมโบราณที่สวยงามที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองที่ผ่านมาในถนนสายนี้
14/01/2013
เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเจียงซี เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีน โดยเฉพาะชื่อเสียงในเรื่องของ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องลายครามต่างๆ จนเมืองแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งเครื่องลายครามโลก " และกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก
เมื่อมาถึงเมืองแห่งลายครามเช่นนี้แล้ว เราจึงอยากแนะนำให้คุณไปเยือน พิพิธภัณฑ์เซรามิกประจำเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น (Jingdezhen Ceramic Museum) โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงวัสดุอุปกรณืที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการทำเครื่องปั้นดินเผา เครื่องลายครามต่างๆ
02/01/2013
ในมณฑลเจียงซี ..
เสาไฟฟ้าที่นั่นก็ใช้ศิลปะกังใส..
^^
25/12/2012
^^
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
ที่อยู่
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
Bangkok
10170
เวลาทำการ
| เสาร์ | 09:00 - 16:00 |
| อาทิตย์ | 09:00 - 16:00 |
