02/06/2026
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยเเละสร้างสรรค์
02/06/2026
🔎 7 ข้อค้นพบสำคัญ จากผลการศึกษา “ภาพทีวีไทยในทศวรรษหน้า: การสร้างสรรค์อุตสาหกรรมเนื้อหาและสังคมไทยที่ยั่งยืน”
🔔 จากผลการศึกษาเรื่อง “ภาพทีวีไทยในทศวรรษหน้า: การสร้างสรรค์อุตสาหกรรมเนื้อหาและสังคมไทยที่ยั่งยืน” โดยทีมนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในงานเสวนาวิชาการ Media Alert กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในวันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมโฟร์วิงส์ กรุงเทพฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตคุณภาพเนื้อหาที่ลดลง และพื้นที่ของรายการเด็กที่หายไปจากการถูกบีบคั้นทางเศรษฐกิจ
ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไปสู่การรับชมผ่าน สตรีมมิ่ง มากขึ้น แต่ยังคงคาดหวังให้ทีวีเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น รายงานยังนำเสนอ 4 ฉากทัศน์ในอนาคต ที่มีตั้งแต่การอยู่รอดของผู้ที่ปรับตัวได้ไปจนถึงการล่มสลายอย่างช้า ๆ ของสถานีที่ไม่สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้งานวิจัยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของ นโยบายจากภาครัฐที่มีความชัดเจน และ การปรับรูปแบบธุรกิจสู่การเป็นผู้ผลิตเนื้อหาอย่างเต็มตัว เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมสื่อและสังคมไทย โดยสามารถสรุปข้อค้นพบสำคัญ 7 ข้อ ดังนี้
1. ทีวีไม่ตาย แต่ย้ายบ้าน: จากหน้าจอหลักสู่ Streaming และ "My Time"
แม้พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป แต่ทีวีดิจิทัลยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยผลการสำรวจพบว่าผู้ชมส่วนใหญ่ใช้เวลากับหน้าจอถึงวันละ 4-5 ชั่วโมง ทว่าช่องทางหลักได้เปลี่ยนจากหน้าจอโทรทัศน์ปกติไปสู่ แอปพลิเคชัน Streaming และสื่อโซเชียลมีเดีย มากขึ้น ส่งผลให้แนวคิดเรื่อง "Prime Time" หรือช่วงเวลาครอบครัวหายไป และถูกแทนที่ด้วย "My Time" ที่ผู้ชมเลือกรับชมตามความสนใจและจังหวะชีวิตของตนเองผ่านหน้าจอในระบบอื่น ๆ แทน
2. ช่องว่างแห่งความคาดหวัง: ดูบันเทิงแต่โหยหาอัตลักษณ์และสาระ
ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็น "Gap" ที่น่าสนใจระหว่างพฤติกรรมการรับชมจริงกับความคาดหวัง ในขณะที่รายการบันเทิง ละคร และซีรีส์ เป็นประเภทรายการที่คนรับชมมากที่สุด แต่ผู้ชมกลับมีความคาดหวังสูงที่สุดว่าทีวีดิจิทัลควรนำเสนอเนื้อหาที่ ส่งเสริมอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ผลิตในการผสานความต้องการเชิงคุณค่าเข้ากับความนิยมในเชิงพาณิชย์
3. รายการเด็กและท้องถิ่น: "พื้นที่ที่หายไป" ในผังรายการทีวีปัจจุบัน
จากการวิเคราะห์ผังรายการพบสัญญาณที่น่ากังวล คือรายการสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงรายการท้องถิ่นเกือบจะหายไปจากผังรายการทั้งหมด โดยเฉพาะรายการสำหรับเด็กปฐมวัย (ป3+) ที่ไม่พบเลยในผังทีวีดิจิทัล 21 ช่องในช่วงที่ทำการศึกษา ส่วนรายการท้องถิ่นก็มีสัดส่วนเบาบางมากเหลือเพียงประมาณร้อยละ 1.2 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจทำให้พื้นที่สำหรับเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ถูกลดทอนลงอย่างน่าตกใจ
4. ข่าว คือรายการ Flagship ที่ถูกท้าทายด้วย "การเล่าข่าว" และ "การขายสินค้า"
รายการข่าวยังคงเป็นเนื้อหาหลัก (Flagship) ของทุกกลุ่มสถานี แต่ในปัจจุบันรายการประเภท "เล่าข่าว" มีสัดส่วนเวลาใกล้เคียงกับรายการข่าวเหตุการณ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบการแทรก รายการขายสินค้า หรือโฆษณาแฝงลงไปในรายการข่าว ซึ่งบางครั้งกินเวลาเกือบ 5 นาทีกลางรายการ ซึ่งนอกจากจะรบกวนการรับชมแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ และจริยธรรมวิชาชีพในมุมมองของผู้ชมอีกด้วย
5. วงจรวิกฤตคุณภาพ: เมื่อรายได้ลด ต้นทุนต่ำ นำไปสู่การเสียฐานผู้ชม
อุตสาหกรรมทีวีกำลังเผชิญกับ "วงจรวิกฤตรายได้" ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เมื่อรายได้โฆษณาลดลงเนื่องจากแบรนด์ย้ายไปสื่อออนไลน์ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้คุณภาพเนื้อหาต่ำลง หรือหันไปผลิตเนื้อหาที่เน้นดราม่าเพื่อเรียกเรตติ้งราคาถูก เมื่อเนื้อหาไม่มีคุณภาพ ผู้ชมก็ย้ายไปรับชมผ่านแพลตฟอร์ม OTT มากขึ้น ทำให้รายได้ลดลงไปอีก เกิดเป็นวงจรที่ยากจะเปลี่ยนผ่านหากไม่มีกลไกสนับสนุนที่เพียงพอ
6. หมุดหมายแห่งความเชื่อถือ: ทีวียังเป็น "Anchor of Trust" ในยามวิกฤต
ท่ามกลางกระแส Fake News ในโลกออนไลน์ ทีวีดิจิทัลยังมีจุดแข็งสำคัญคือการเป็น แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และมีความรับผิดชอบเชิงสถาบัน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าบทบาทที่แพลตฟอร์มดิจิทัลทดแทนไม่ได้คือการเป็นสื่อกลางในยามเกิดวิกฤตการณ์ระดับชาติ (Crisis Communications) หรือเหตุการณ์สำคัญที่คนต้องการความจริงร่วมกัน ทีวีจึงยังถูกมองเป็น "โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลข่าวสาร" ที่สำคัญของสังคม
7. เปิด 4 ฉากทัศน์อนาคตทีวีไทย: สัญญาณเตือนภัยจาก "Slow Collapse"
จากการวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ภาพอนาคตหลังปี 2572 ออกเป็น 4 ฉากทัศน์ ดังนี้:
• Survival of the Fittest (ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่รอด): รัฐไม่ช่วย แต่ช่องที่ปรับตัวได้จะอยู่รอดด้วยกลยุทธ์ขาย IP และการใช้หน้าจอทีวีเป็น "โชว์รูม" สร้างแบรนด์
• Phoenix Rising (ฟีนิกซ์เริงระบำ): ฉากทัศน์ที่ดีที่สุดที่นโยบายรัฐเอื้ออำนวย และผู้ประกอบการปรับตัวจาก Broadcaster เพียงอย่างเดียว สู่การเป็น IP Content Provider ได้ สร้างโมเดลหารายได้หลายช่องทาง เกิดแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับชาติ มุ่งสร้าง Public Value
• State-Dependent Limbo (ภาวะชะงักงัน): รัฐมี Road Map ดีแต่วางแผนช้าเกินไปจนผู้ประกอบการหมดสายป่าน และปรับตัวไม่ทันตามเทคโนโลยี
• Slow Collapse (การล่มสลายอย่างช้า ๆ): นี่คือฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงถึง 75% ซึ่งน่ากลัวที่สุดเพราะมันเป็นไปอย่าง "เงียบเชียบ" ทีวีจะค่อย ๆ หายไปจากระบบ ตลาดหดตัวอย่างไม่มีแผนการรองรับ คุณภาพเนื้อหาจะต่ำลงเรื่อย ๆ จนเหลือแต่รายการโฆษณาขายสินค้า และรายการเก่าที่นำกลับมาฉายซ้ำ ผลกระทบที่ตามมาคือสังคมจะสูญเสียพื้นที่ร่วมในการรับข้อมูล (Echo Chamber) เนื้อหาสำหรับเด็กและวัฒนธรรมจะหายไปอย่างถาวร และระบบสื่อสารในยามวิกฤตจะเปราะบางลงเนื่องจากขาดบุคลากรวิชาชีพที่มีประสบการณ์
รับชมงานเสวนาวิชาการ MEDIA ALERT: "ภาพทีวีไทยในทศวรรษหน้า: การสร้างสรรค์อุตสาหกรรมเนื้อหาและสังคมไทยที่ยั่งยืน" https://www.facebook.com/share/v/18iPYe62iV/
#สะท้อนสื่อสะท้อนสังคม
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
#ทีวีดิจิทัล #เสวนาวิชาการ
02/06/2026
กองทุนสื่อ-กสทช. ผนึกนักวิชาการและผู้ประกอบการ กางผลวิจัยถกทางรอด เร่ง Roadmap พร้อมชู “สมดุลใหม่” สกัดวิกฤตอุตสาหกรรมสื่อ
28 พฤษภาคม 2569 กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเวทีเสวนาวิชาการ Media Alert ในหัวข้อ “ภาพทีวีไทยในทศวรรษหน้า: การสร้างสรรค์อุตสาหกรรมเนื้อหาและสังคมไทยที่ยั่งยืน” ณ โรงแรมโฟร์วิงส์ สุขุมวิท 26 ตีแผ่ผลวิจัยเจาะลึกพฤติกรรมผู้ชม และทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยที่กำลังก้าวสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งประวัติศาสตร์ในช่วง 3 ปีสุดท้ายก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการในปี 2572 ชี้หากไร้การปรับตัว และนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน อุตสาหกรรมมีโอกาสสูงถึง 75% ที่จะเข้าสู่ภาวะล่มสลายอย่างช้า ๆ (Slow Collapse)
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนเเปลงสังคม
กองทุนสื่อ-กสทช. ผนึกนักวิชาการ และผู้ประกอบการ กางผลวิจัยถกทางรอด เร่ง Roadmap พร้อมชู "สมดุล
28 พฤษภาคม 2569 กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิ […]
01/06/2026
สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์
🌐 ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th
🗓 ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙
#ลงนามถวายพระพรชัยมงคลผ่านระบบออนไลน์
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#๓มิถุนายน๒๕๖๙
30/05/2026
"วันวิสาขบูชา" เป็นวันสำคัญสากลของโลก
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
เป็นวันน้อมระลึกถึง การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ ตักบาตร และเวียนเทียน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
29/05/2026
"ศุภมาส" ดัน "กองทุนสื่อ" ผนึก "กรมประชาสัมพันธ์-อสมท" หนุนดีอี เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน-ยกระดับกำกับแพลตฟอร์ม ปกป้องเด็กเยาวชนจากคอนเทนต์ขยะ ภัยร้ายบนโลกออนไลน์
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงบทบาทในการสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ภายหลังร่วมเสวนาสาธารณะออนไลน์ครั้งที่ 1 หัวข้อ แพลตฟอร์มกับความรับผิดชอบไลฟ์สายดาร์ก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับสำนักข่าว The Reporters สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่ไลฟ์สดอนาจารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สร้างความกังวลให้สังคมในวงกว้าง
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีไลฟ์สดอนาจารเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะบนแพลตฟอร์มเดียวกันยังมีทั้งการพนันออนไลน์ที่แทรกในคอนเทนต์เด็ก การนำภาพและเสียงของบุคคลที่มีชื่อเสียงไปตัดต่อด้วย AI เพื่อหลอกลงทุน ข่าวปลอม การกลั่นแกล้ง ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง และโฆษณาเกินจริง ซึ่งล้วนกระทบต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดูแลพื้นที่ออนไลน์ให้ปลอดภัยเป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยการบังคับใช้กฎหมายและกำกับดูแลแพลตฟอร์ม มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ อสมท และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมถึงเป็นประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนและบูรณาการทำงานร่วมกัน
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนสั่งการให้สำนักงานกองทุนฯ เร่งศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ ทั้งแนวทางที่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาบนระบบของตนเอง ควบคู่กับการศึกษากฎหมายภายในประเทศไทยที่มีอยู่ เพื่อหาช่องว่างและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายให้เท่าทันภัยออนไลน์ต่อไป
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กองทุนฯ จะเดินหน้าทำงานเชิงรุก โดยไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงตามแก้ แต่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการสนับสนุนและผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ดีให้มีพื้นที่ยืนได้จริง สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศสื่อที่ปัจจุบันถูกแย่งพื้นที่ด้วยคอนเทนต์ขยะ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ให้เด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้รู้จักแยกแยะ กลั่นกรอง และไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สร้างเครือข่ายภาคประชาชน สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังสื่อและร่วมผลิตเนื้อหาเชิงบวก ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท เป็นหน่วยเตือนภัย ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเร่งตอบโต้ข่าวปลอม ส่วนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้กำกับดูแลโฆษณาที่หลอกลวงและเกินจริง เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งระบบ
"ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก ไม่เชื่อ ไม่แชร์ ไม่กดไลก์ ไม่มีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เมื่อพบเห็นให้กดรายงานทันที เพราะการกดไลก์หรือแชร์ต่ออาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย หากพบภัยออนไลน์แจ้งสายด่วน 1441 และกรณีโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค ร้องเรียนสายด่วน สคบ. 1166" นางสาวศุภมาส กล่าว
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
28/05/2026
ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกและบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่
ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่นโยบายและยุทธศาสตร์
ฝ่ายนโยบาย ยุทธศาสตร์ และวิจัย จำนวน 1 อัตรา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.thaimediafund.or.th/download/tmf-job2805/
สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2569
ผู้สมัครสอบสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง และยื่นสมัครได้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล [email protected]
#กองทุนสื่อ #รับสมัครงาน #งานนโยบายยุทธศาสตร์และวิจัย
#สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
ติดตาม “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”
Website : www.thaimediafund.or.th
Facebook : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
Youtube : www.youtube.com/c/ThaiMediaFund
Line Official :