CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand

CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand

แชร์

องค์กรกำกับดูแลกิจการการบินพลเรือน

Photos from CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand's post 05/06/2026

CAAT ศึกษาดูงานองค์กรต้นแบบด้าน ESG วัฒนธรรมองค์กร และ Employee Engagement ณ ธนาคารกสิกรไทย (KBank)

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) นำโดย นายพงศ์พัฒน์ เทียนศิริ รองผู้อำนวยการสายงานบริหารโครงการพิเศษ และนายเพ็ชร ชินบุตร รองผู้อำนวยการสายงานบริหารและพัฒนาองค์กร พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรจากฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ กองพัฒนาทุนมนุษย์ และคณะทำงานด้าน Core Values เข้าศึกษาดูงาน ณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักราษฎร์บูรณะ (สำนักงานใหญ่) กรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนค่านิยมองค์กร (Core Values) และการสร้างความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) สู่ความยั่งยืน

ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดำเนินงานตามหลัก ESG และการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กรและการดำเนินธุรกิจ จาก คุณร่มฉัตร ทรงศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย และ คุณสันทัด ศรีจารุพฤกษ์ ผู้บริหารงานบูรณาการงานพัฒนาเพื่อความยั่งยืนองค์การ ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อน Core Values การสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการส่งเสริม Employee Engagement ผ่านการพัฒนา K-Culture ซึ่งเป็นกรอบพฤติกรรมสำคัญที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ความคล่องตัวในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงานจาก คุณปุญญาภา ลิ้มธีระยศ Head of Internal Communications Activation and Events และ คุณพรพรรณ พึ่งประยูรพงศ์ Head of Employer Branding ซึ่งสะท้อนแนวคิดการให้ความสำคัญกับบุคลากรในการสร้างความผูกพันและเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ธนาคารกสิกรไทยถือเป็นองค์กรชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในด้านการบริหารจัดการความยั่งยืนและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในระดับสากล โดยองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรของ CAAT ในการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง ยกระดับการบริหารทุนมนุษย์ และสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การศึกษาดูงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องของ CAAT เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ยกระดับการบริหารจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

Photos from CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand's post 05/06/2026

CAAT ร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569

5 มิถุนายน 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จัดกิจกรรม “บริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดย CAAT มีผู้ผ่านการคัดกรองและร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 60 คน ได้ปริมาณโลหิต รวม 23,850 ซีซี โดยโลหิตที่ได้ สภากาชาดไทยจะนำไปใช้เป็นโลหิตสำรองในการรักษาผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งการบำเพ็ญประโยชน์ของ CAAT ในครั้งนี้ แสดงถึงความมีจิตอาสา จิตสาธารณะ เสียสละอุทิศตนเพื่อส่วนรวม

Photos from CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand's post 05/06/2026

CAAT เดินหน้าศึกษาแนวทางส่งเสริมระบบ Known Consignor ยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางอากาศ ควบคู่มาตรฐานการรักษาความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมระบบผู้ส่งทราบตัวตน (Known Consignor: KC) ณ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ และผู้ให้บริการคลังสินค้า ได้แก่ กรมศุลกากร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ดับบลิวเอสเอฟซีพีจีคาร์โก้ จำกัด สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) และสมาคมการค้าธุรกิจการบินขนส่งสินค้า (ACBA) เข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบ Known Consignor ในประเทศไทย แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบาย รับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และร่วมกันพิจารณาประเด็นท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากการนำระบบดังกล่าวมาใช้ในภาคการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศ

ปัจจุบัน สินค้าขนส่งทางอากาศส่วนใหญ่ยังต้องผ่านกระบวนการตรวจค้นด้านการรักษาความปลอดภัย ณ สนามบินในอัตรา 100 เปอร์เซ็นต์ ในฐานะสินค้าที่ไม่ได้มาจากผู้ส่งทราบตัวตน (Unknown Cargo) ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเวลาและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยเฉพาะสินค้าที่มีความทึบแสงหรือมีข้อจำกัดในการเปิดตรวจ ขณะที่ระบบ Known Consignor เป็นแนวทางที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาถึงประโยชน์ของการนำระบบ Known Consignor มาใช้ อาทิ การลดความจำเป็นในการตรวจค้นสินค้าซ้ำซ้อน การเพิ่มความรวดเร็วและความคล่องตัวในกระบวนการขนส่ง การลดความแออัดในคลังสินค้าและพื้นที่ปฏิบัติการของสนามบิน ตลอดจนการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าทางอากาศที่มีมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงประเด็นท้าทายและข้อจำกัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการบริหารจัดการกระแสการไหลของสินค้า ความพร้อมของพื้นที่คลังสินค้า การรองรับปริมาณสินค้าที่อาจเพิ่มขึ้น รวมถึงหารือแนวทางการปรับปรุงกรอบกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนควบคุม หรือ Regulated Agent (RA) เพื่อเพื่อเพิ่มทางเลือกและเพื่อส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการในระบบห่วงโซ่อุปทานรายใหม่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนส่งและรักษาความปลอดภัยสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยยังคงรักษาระดับมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินตามข้อกำหนดสากล

ในโอกาสนี้ CAAT ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาความเป็นไปได้และการกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบ Known Consignor และ Regulated Agent ของประเทศไทยในอนาคต โดยมุ่งหวังให้เกิดการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยการบินในระดับสากล

Photos from CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand's post 05/06/2026

CAAT ร่วมหารือคณะนักธุรกิจฝรั่งเศส แลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมการบินของไทย

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) โดยนายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรษฐกิจการบิน พร้อมด้วยผู้แทนฝ่ายส่งเสริมและพัฒนากิจการการบินพลเรือน เข้าร่วมการหารือระหว่างกระทรวงคมนาคมและคณะนักธุรกิจจากสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานการประชุม ณ กระทรวงคมนาคม

การหารือครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือจากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการขนส่ง 4 สาขา ไทย–ฝรั่งเศส ครั้งที่ 2 และการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโอกาสความร่วมมือด้านการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันในอนาคต

ในส่วนของภาคการบิน คณะนักธุรกิจฝรั่งเศสได้แสดงความสนใจต่อโอกาสการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานในประเทศไทย โดยเฉพาะรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาสนับสนุนการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าอากาศยาน ส่งเสริมการเป็นท่าอากาศยานอัจฉริยะ (Smart Airport) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการเชื่อมต่อทางอากาศสู่เมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวศักยภาพ ผ่านมาตรการสนับสนุนเส้นทางบินสาธารณะ (Public Service Obligation: PSO) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนระบบคมนาคมขนส่งของประเทศไทยให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน รวมถึงสามารถผลักดันใประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสดังกล่าว CAAT ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทย รวมถึงกรอบกฎหมาย มาตรฐาน และแนวทางการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงด้านการบินตามหลักสากล

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้มีข้อสังเกตว่า ในกรณีการร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดและครอบคลุมการดำเนินงานในทุกมิติ ซึ่งหากฝ่ายฝรั่งเศสมีความสนใจในโครงการใดสามารถประสานหน่วยงานเจ้าของโครงการนั้น เพื่อหารือและกำหนดแนวทางความร่วมมือที่เหมาะสมได้โดยตรง ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดีในการรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจฝรั่งเศสที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ และต่อยอดความร่วมมือไปสู่การลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

Photos from CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand's post 05/06/2026

CAAT เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมศูนย์บริหารจัดการห้วงอากาศ (ประเทศไทย) ครั้งที่ 3/2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารห้วงอากาศของประเทศอย่างบูรณาการ

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมศูนย์บริหารจัดการห้วงอากาศ (ประเทศไทย) หรือ Airspace Management Cell (AMC) ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมลีลาวดี โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากกองทัพอากาศ (ทอ.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เข้าร่วมการประชุม

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการห้วงอากาศ (AMC) เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติในระดับปฏิบัติการ และส่งเสริมการบริหารจัดการห้วงอากาศของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในภารกิจด้านการบินพลเรือนและการบินทางทหาร

ในการประชุมครั้งนี้ มีนายธงชัย จำปาทิพย์พงศ์ ผู้แทนบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ AMC เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายไกรสีห์ ผิวเกลี้ยง ผู้แทน CAAT ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าศูนย์ AMC ฝ่ายพลเรือน และนาวาอากาศเอก เมศร์ ธรรมพิทักษ์ ผู้แทนกองทัพอากาศ ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าศูนย์ AMC ฝ่ายทหาร โดยที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในประเด็นสำคัญ อาทิ ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของศูนย์ AMC การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การวางแผนและประสานการฝึกร่วมและการฝึกผสม ตลอดจนความคืบหน้าการจัดทำ (ร่าง) แผนกลยุทธ์ด้านการพัฒนาห้วงอากาศ (Airspace) ภายใต้แผนแม่บทห้วงอากาศและการเดินอากาศแห่งชาติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบบำเพ็ญกับระบบ THAI-CMAC ภายใต้กรอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์ Flight Information Center (FIC) รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการออกประกาศการใช้ห้วงอากาศ (NOTAM) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการห้วงอากาศของประเทศ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการหารือร่วมกัน คือ แนวทางการกำหนดขอบเขตอำนาจในการอนุมัติใช้ห้วงอากาศของหน่วยงานทางทหาร ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการคำขอใช้ห้วงอากาศในกรณีเร่งด่วนหรือกรณีการแจ้งใช้ห้วงอากาศนอกเวลาราชการ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลบั้งไฟ ซึ่งมีการใช้งานห้วงอากาศเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ

CAAT ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการห้วงอากาศของประเทศ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างภารกิจด้านความมั่นคงและการบินพลเรือน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ห้วงอากาศให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

04/06/2026

CAAT ร่วมแสดงความยินดีในงานวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ครบรอบ 65 ปี

4 มิถุนายน 2569 ว่าที่ ร.ต. วิชชุกร คำจันทร์ ผู้จัดการสำนักบริหารโครงการ เป็นผู้แทนสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) แสดงความยินดีแก่สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 65 ปี ณ อาคารศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบิน สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพฯ ซึ่ง CAAT ได้ร่วมสมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลแก่นักศึกษา และสวัสดิการบุคลากรของ สบพ. เนื่องในโอกาสนี้ด้วย

สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เดิมเรียกว่า ศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2504 โดยความร่วมมือระหว่างกองทุนพิเศษแห่งสหประชาชาติ (United Nations Special Fund: UNSF) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และรัฐบาลไทย มีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมนักศึกษาไทยและนักศึกษาจากประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในวิชาชีพแขนงต่าง ๆ ของกิจการบินพลเรือนให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานสากลที่กำหนดขึ้น โดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยในด้านการบิน

04/06/2026

Power Banks on Board ✈️

CAAT has issued Regulation No. 122 to strengthen aviation safety and align with ICAO standards for carrying lithium batteries on aircraft.

Passengers are reminded that power banks must be carried in carry-on baggage only and are not permitted in checked baggage or overhead compartments. Each power bank must not exceed 100 Wh, or up to 160 Wh with prior approval from the air operator. Each passenger may carry no more than two power banks.

Charging or using power banks during the flight is not permitted. Power banks should be kept within easy reach, such as in the seat pocket, under the seat in front of you, or with you at all times.

Power banks with unclear labels or no visible Wh rating are not permitted on board.

CAAT kindly requests all passengers to check and comply with these requirements before every journey.

Reference: CAAT Regulation No. 122 on Rules, Procedures and Conditions for Carrying Lithium Batteries on Aircraft

04/06/2026

CAAT คุมเข้ม Power Bank ขึ้นเครื่อง ออกข้อกำหนดใหม่ยกระดับความปลอดภัยการบิน สอดรับมาตรฐาน ICAO

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. ออก “ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเทียมไปกับอากาศยาน” เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศ และให้สอดคล้องกับสำหรับการขนส่งวัตถุอันตรายทางอากาศโดยปลอดภัย (Technical Instruction for the Safe Transport of Dangerous Goods by Air) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

ข้อกำหนดดังกล่าวมีสาระสำคัญในการกำหนดแนวทางการนำแบตเตอรี่ลิเทียมสำรอง หรือ Power Bank ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย เนื่องจาก Power Bank เป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารนิยมพกพาเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเทียมถูกจัดเป็นวัตถุที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศ หากเกิดความเสียหาย การจัดเก็บไม่เหมาะสม หรือใช้งานผิดวิธี อาจทำให้เกิดความร้อนสูง เกิดควัน หรือเกิดเพลิงไหม้ได้ CAAT จึงได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการนำ Power Bank ติดตัวขึ้นเครื่องบิน โดยกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยาน

ซึ่งที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเคยเกิดหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Power Bank และแบตเตอรี่ลิเทียมบนอากาศยาน อาทิ เหตุการณ์เมื่อต้นปี 2568 กรณีของสายการบิน Air Busan ของเกาหลีใต้ ซึ่งเตรียมทำการบินไปยังฮ่องกงเกิดเพลิงไหม้ภายในห้องโดยสาร โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า Power Bank ที่จัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะอาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต้องอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดออกจากอากาศยาน และอากาศยานได้รับความเสียหายรุนแรง

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของสายการบิน IndiGo ประเทศอินเดีย ซึ่งเกิดเหตุ Power Bank ลุกไหม้ภายในห้องโดยสารหลังอากาศยานลงจอด ณ เมืองจัณฑีครห์ ส่งผลให้ต้องอพยพผู้โดยสารฉุกเฉินและหยุดการปฏิบัติการของเที่ยวบินเพื่อดำเนินการตรวจสอบด้านความปลอดภัย

สำหรับประเทศไทยเองก็เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันหลายกรณี โดยหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางเกาะสมุย–ฮ่องกง ซึ่งเกิดเหตุ Power Bank ของผู้โดยสารมีความร้อนสูงจนเกิดควันและเพลิงไหม้ระหว่างทำการบิน ทำให้พื้นห้องโดยสารได้รับความเสียหายบางส่วน ส่งผลให้นักบินต้องเปลี่ยนเส้นทางและลงจอดฉุกเฉินที่กรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ โดยลูกเรือสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นบนเที่ยวบินดอนเมือง-นครศรีธรรมราช ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งลูกเรือสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่ในหลายประเทศยังมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆ กันเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น ส่งผลให้บางเที่ยวบินที่เกิดเหตุ ต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน ลงจอดฉุกเฉิน หรือหยุดการปฏิบัติการชั่วคราว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ลิเทียมเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และการดำเนินงานของระบบการบินโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ ICAO และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของหลายประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการพาแบตเตอรี่ลิเทียมขึ้นอากาศยานอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ข้อกำหนด กพท. ฉบับใหม่ ผู้โดยสารสามารถนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในรูปแบบสัมภาระพกพา (Carry-on Baggage) เท่านั้น ห้ามนำโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) โดยเด็ดขาด รวมถึงกำหนดให้ Power Bank ต้องมีค่าพลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 100 Wh หรือหากเกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh จะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง ทั้งนี้ ผู้โดยสารหนึ่งคนสามารถพกพา Power Bank ได้ไม่เกิน 2 ก้อน

นอกจากนี้ ข้อกำหนดยังระบุชัดเจนว่า ห้ามชาร์จ Power Bank จากแหล่งพลังงานใด ๆ บนอากาศยาน และห้ามใช้ Power Bank ชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างเที่ยวบิน รวมถึงห้ามจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead Compartment) โดยให้เก็บไว้ในจุดที่สามารถหยิบใช้งานหรือเข้าถึงได้โดยสะดวก เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่ง (Seat Pocket) พื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุผิดปกติ เช่น ความร้อนสูงผิดปกติ ควัน หรือการลุกไหม้

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า “ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank เป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารพกพาในการเดินทางทางอากาศอย่างแพร่หลาย แต่หากเกิดความเสียหาย การกระแทก หรือใช้งานไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความร้อนสูง ควัน หรือเพลิงไหม้ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการบินโดยตรง ดังนั้น การกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก และสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และการปฏิบัติการบินโดยรวม”

ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างข้อจำกัดต่อผู้โดยสาร แต่เป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับแนวทางสากลของ ICAO และแนวปฏิบัติที่หลายประเทศทั่วโลกใช้ร่วมกัน เพื่อให้การเดินทางทางอากาศของไทยมีความปลอดภัยสูงสุด”

ข้อกำหนดฉบับนี้ยังห้ามนำ Power Bank ที่ไม่ระบุค่าพลังงานไฟฟ้า หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ขึ้นอากาศยาน รวมถึงกำหนดให้ผู้โดยสารต้องมีมาตรการป้องกันการลัดวงจร เช่น การเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือจัดเก็บแยกในถุงป้องกัน (Protective Pouch) เพื่อป้องกันการสัมผัสกับวัสดุโลหะหรือแบตเตอรี่อื่นระหว่างการเดินทาง

CAAT ขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank ก่อนการเดินทางทุกครั้ง และปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยของสายการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และระบบการบินโดยรวม

รายละเอียดเพิ่มเติม : ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเธียมไปกับอากาศยาน > https://www.caat.or.th/laws-regulations/203003/

------------
CAAT NEWS 22/2569
4 มิถุนายน 2569
กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
Email : [email protected]

02/06/2026

แจ้งวันหยุดทำการ

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ปิดทำการในวันพุธ 3 มิถุนายน 2569

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

และจะเปิดทำการตามปกติวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569

*****************************************************

Public Holiday Notice

The Civil Aviation Authority of Thailand (CAAT)
will be closed on Wednesday, 3 June 2026

on the Occasion of the Birthday Anniversary of H.M. Queen Suthida Bajrasudhabimalalakshana

02/06/2026

3 มิถุนายน
วันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


222 ซอยวิภาวดีรังสิต 28 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30