21/04/2025
Hater gonna hate.
#
Bite Size knowledge for everyone
21/04/2025
Hater gonna hate.
#
09/04/2025
"When we know the best, we do to the best.
When we know better, we do better"
ทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณรู้ไปก่อน
วันใดคุณรู้จักสิ่งที่ดีกว่า ก็จงเปลี่ยนไปทำสิ่งนั้น
08/04/2025
...
Worrying Doesn’t take away tomorrow’s troubles
It Only Takes Away today’s peace
..
07/04/2025
"ชีวิตทุกคนล้วนแล้วแต่มีเบื้องหลัง"
การกระทำ การตัดสินใจของคน ๆ หนึ่ง ล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไป
ทั้งปูมหลัง ทั้งชุดความคิด (mind-set) ประสบการณ์และสิ่งที่เรียนรู้มา
บางครั้งเราอาจไม่เข้าใจคนอื่น ๆ เราจึง "ตัดสิน"
เช่นเดียวกัน บางครั้งคนอื่นเขาไม่เข้าใจเรา เขาจึง "ตัดสิน" เช่นกัน
ทำไมเราถึงควรใจดีกับผู้อื่นและตัวเอง
คำว่า "ใจดี"ที่ผมหมายถึง
คือจงเปิดใจเพื่อ "รับฟังในสิ่งที่อาจไม่ได้พูดออกมา"
นี่ถือเป็นทักษะชั้นยอดเลยล่ะ
เพื่อที่จะทำให้เข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้น และเช่นเดียวกัน อย่าลืมทำกลับตัวเองล่ะ
ลอง "ใจดี" กับผู้อื่น ๆ และตัวเองดูนะ
06/04/2025
เมื่อรู้ตัวว่า "ไม่ใช่" แล้วแน่ ๆ
แด่เธอวัยรุ่น วัยวุ่นทั้งหลาย
29/03/2025
ต้องเก่งที่สุดเลยไหม ถึงจะมีชีวิตที่ดีได้ ?
⇒ คุณอาจไม่ต้องทำขนาดนั้น 🧡
[2-minute reading]
“คงไม่มีใครอยากทำงานหนักไปตลอดชีวิต”
ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คิดแบบนั้นครับ
ต้องรู้สึกเหนื่อยในช่วงเย็น รอคอยเสาร์-อาทิตย์ และมีความสุขกับวันเงินเดือนออก
ผมเชื่อว่าหลายคนอาจเป็นแบบผม
1. ผมสรุปข้อคิดดี ๆ จากบทความของคุณ Darius Foroux
ในบทความชื่อ Work Less, Earn More: Why High Performers Live a Good Life ใน Medium
2. บทความเขียงถึงการที่เราสามารถออกจากวังวนชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้ เพื่อชีวิตที่ดีในภายภาคหน้า แต่นั้นก็หมายถึงการที่เรา “ต้องเริ่มทำในสิ่งที่ยาก” ตั้งแต่วันนี้!
3. คุณ Darius พูดถึง 2 ทางเลือกที่เราสามารถเลือกได้
⭐ข้อแรก
"Aim for being the best"
"ตั้งเป้าเพื่อเป็นที่สุด"
อย่าเพิ่งปัดผ่านนะครับ !
เขาไม่ได้หมายถึงการที่เราต้องเป็นนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิก หรือนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลแต่อย่างใด
4. แน่นอนการเป็นที่สุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมักทำให้เราสามารถสร้างรายได้ได้มหาศาลจากทักษะและองค์ความรู้เหล่านั้น
5. คำว่า “ดีที่สุด” ในที่นี้ หมายถึง best for [Target Audience]
หรือก็คือ “ดีที่สุดสำหรับ กลุ่มเป้าหมายของคุณ”
เช่น การเป็นดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของคุณ นั้นหมายถึง
6. คุณเป็นดีไซเนอร์ที่สไตล์การออกแบบเหมาะกับธุรกิจของเขาที่สุด รูปแบบการทำงานดีที่สุด
7. คุณสามารถทำทุกอย่างที่เขาต้องการได้ ในงบที่เขามี
ฉะนั้นสิ่งควรเป็นเป้าหมายของคุณ คือการเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมาย
9. คุณ Darius ยกตัวอย่างว่า
“สำหรับผมเอง การเขียนบทความนี้ ผมก็อยากจะเป็นนักเขียนที่ดีที่สุดสำหรับคนอ่านของผมที่ทำให้คนอ่านรู้สึกได้ว่าอ่านบทความที่ผมเขียนแล้ว มีประโยชน์จังเลย”
10. สำหรับ Take a Bite ก็เช่นกันครับ
ผมตั้งเป้าหมายนำเรื่องราวดี ๆ ที่ป็นประโยชน์ ทั้งจากหนังสือและบทความบนเว็บไซต์ต่าง ๆ มาย่อยให้คนอ่านสามารถที่จะเขาถึงเรื่องรางพวกนี้ได้ผ่านการเล่นเฟสบุ๊ค อย่างน้อย ๆ ก็ขอเป็นสาระเล็ก ๆ ที่ทุกคนได้เอามาอ่านครับ
⭐ข้อที่สอง
“Choose your opportunities wisely”
“จงเลือกโอกาสที่เข้ามาอย่างชาญฉลาด”
11. เราทุกคนล้วนมีพลังงานที่จำกัด เราจึงไม่สามารถที่จะ say “yes” กับทุกสิ่งที่อย่างได้
ยิ่งเรา say yes กับทุกอย่าง จะทำให้เราโฟกัสได้ยาก
อีกทั้งยังทำให้เราถูก “distract” หรือถูกรบกวนสมาธิในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้คุณภาพดีได้
12. ในบทความ คุณ Darius พูดถึงสาเหตุที่ Start up หลายแห่งล้มเหลว หนึ่งในสาเหตุที่ start up ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้ นั่นเป็นเพราะพวกเขาเลือกที่จะทำอะไรหลายอย่างเกินไป
13. ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ก็ล้วนใช้พลังงานในการทำทั้งสิ้น
ฉะนั้น จงเลือกที่จะทำในสิ่งที่มีความเป็นไปได้ที่จะให้ผลตอบแทนมากที่สุด
ถามตัวเองว่า “which opportunity can give me the biggest possible return?"
14. มันเหมือน Concept ที่ว่า
คุณทำงานอย่างหนึ่งอยู่ที่บริษัท A ได้ค่าตอบแทน X บาท
คุณก็อาจสามารถทำงานแบบเดียวนี้ที่บริษัท B แต่ได้ค่าตอบแทนถึง 2X
ฉะนั้นต้องเลือกให้ดีครับ ใช้พลังงานและเวลาของคุณสร้างผลตอบแทนที่มากที่สุด หรืออย่างน้อยมากกว่าเดิม
..
🧡จบไปแล้วสำหรับ 2 ทางเลือก
สำหรับผมแล้วคุณไม่จำเป็นต้องเลือกแค่อย่างเดียวนะครับ คุณสามารถเลือกทั้ง 2 อย่างได้ โดยใช้พลังงานเท่าเดิมเลย ฮ่า ๆ
และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ
“เริ่มต้นทำ ตั้งแต่วันนี้ครับ”
ชายวัย 40 ปี เคยบอกว่า “เวลาลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว (ในวัย 20) แต่เวลาที่ดีที่สุดครั้งต่อไปคือ วันนี้ครับ”
Start as soon as possible ครับ
เริ่มซะตั้งแต่วันนี้ แม่จะแค่เล็กน้อยก็ตามครับ
ดีใจที่ได้เขียน ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
ที่มาบทความ: Work Less, Earn More: Why High Performers Live a Good Life | by Darius Foroux | Medium
27/03/2025
[ 2-minute Read]
“หมดไปแล้วอีก 1 วัน ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
ประโยคยอดฮิตที่หลายคนมักพูดในช่วงเย็น ๆ หรือค่ำ ๆ ในแต่ละวัน
ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าคุณเอง ก็อาจเคยพูดประโยคนี้หรืออาจจะพูดอยู่เป็นประจำเลยก็ได้
“ฮ่า ๆ ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งคนในนั้น และบางครั้ง! (เสียงสูง) ก็ยังเป็นอยู่บ้าง”
คุณอาจกำลังคิดว่า มันมีวิธีการอะไรมั้ยนะ?
ที่สามารถใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่า หรือได้ผลลัพธ์มากกว่าที่เป็นอยู่
เวลาในแต่ละวันผ่านไปเร็วมาก เราอาจจะกำลังยุ่งอยู่กับอะไรซักอย่าง
ยุ่งอยู่กับการทำงาน งานราช งานหลวง งานเร่ง และอาจเผชิญกับเรื่องที่ว่า
งานที่ออกมายังไม่ดีพอ หรืออาจจะยังไม่เสร็จ แม้จะเร่งทำแค่ไหนก็ตาม
วันนี้ผมมีสรุปเทคนิคสั้น ๆ 4 ขั้นตอน จากหนังสือ “Make Time” ของ Jake Knapp และ John zeratsky มาเล่าสู่กันฟังครับ
4 ขั้นตอนเริ่มจาก
Highlight > Laser > Energize >Reflect
ไม่รีรอ!
เริ่มที่ขั้นแรก
“Highlight” หรือ “ไฮไลท์” (ที่ใช้ทับศัพท์ในภาษาไทย)
1 หมายถึงการที่คุณเรื่องที่จะโฟกัสกับ 1 สิ่ง ที่อาจเป็นที่ สำคัญที่สุด หรือ ด่วนที่สุด หรือแม้กระทั่งชอบที่สุด และรู้สึกกับสิ่งนั้นมากที่สุด สำหรับของตัวผมเองก็อาจจะเป็น การเขียนรายงานส่งหัวหน้า ออกแบบโมเดลธุรกิจ หรือวางแผนโปรเจคต่าง ๆ
2 ให้คุณสิ่งสิ่งสำคัญนี้มา 1 อัน เมื่อคุณสามารถระบุสิ่งนี้ได้แล้ว ให้คุณจัดระเบียบสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวคุณ เพื่อให้สามารถทำสิ่งที่สำคัญนั้นได้
3 ไม่ว่าจะเป็น การลงเวลาใน Calendar เพื่อบล็อกเวลา, ปิดแจ้งเตือนจากมือถือ, ตั้งเวลาการงดเล่นโซเชียลมีเดีย และให้คุณคิดว่าที่เป็น Win (ชัยชนะ) ของ ”วันนี้” ที่คุณจะทำให้ได้ โดยที่จะไม่ยอมให้อะไรมาขวางคุณได้
4 ผมชอบที่จะเขียนเจ้า “ไฮไลท์” อันนี้ในแต่ละวันลงบนโพสอิสแปะไว้บนโต๊ะ ตั้งแต่ตอนเริ่มทำงาน เพื่อให้มันคอยเตือนผมทุกครั้งที่ผมเหลือบไปมองมัน
ขั้นที่สอง
“Laser”
5 ให้จินตนาการถึงการที่คุณใช้รีโมทหรือ Clicker ยิงแสงชี้ไปที่อะไรซักอย่าง
เจ้า Laser นี้ คือการที่คุณยังคง “มีสมาธิ” อยู่กับงานที่เป็นไฮไลท์
6 โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการกำจัดสิ่งดึงดูด สิ่งล่อใจ (distractions) เจ้า Noti จาก Facebook, IG หรือแม้กระทั้ง Line ออกไป อาจเป็นปิดแจ้งเตือนหรือตั้ง Do not Disturb ไปก่อน หรือไม่แน่ใจว่ามีเพียงการโทรที่”ฉุกเฉิน”เท่านั้นที่จะติดต่อคุณได้
ขั้นที่สาม
“Energize” หรือ “การบูทพลัง”
7 การกระทำทุกอย่างในชีวิตเราล้วนแล้วแต่ต้องใช้ “พลังงาน” ทั้งสิ้น แต่การพิ่มพลังนั้น ผมไม่ได้หมายถึงคุณต้องไปดื่มเครื่องดื่มชูกำลังแต่อย่างใด แต่หากเป็นเพียงการดูแลสุขภาพของคุณให้ดี
8 ในหนังสือกล่าวว่า การนอนหลับที่ดี การกินอาหารที่เป็น real food (ไม่แปรรูป) รวมถึงการขยับระหว่างวัน แม้กระทั่งการเดินระหว่างที่คุณกำลังคุยโทรศัพย์ก็มีส่วนช่วยเช่นเดียวกัน
และไม่เพียงแค่ช่วยบูทพลังให้เราเท่านั้น การเดินยังช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นอีกด้วย ผมลองทำจนกลายเป็นต้องตั้งนาฬิกาให้เตือนมาเดินเลยแหล่ะ
ขั้นที่สี่
“Reflect” หรือ การสะท้อนผลลัพธ์ของมัน
9 เมื่อจบวัน ให้คุณลองใช้เวลาซัก 2-3 นาที โน๊ตลงสมุดหรือกระดาษ ไม่ก็ในโทรศัพท์ของคุณก็ได้ ว่าอะไรบ้างที่คุณได้ทำลงไปตลอดทั้งที่ให้ผลดี หรือไม่ดี เหมือนเป็นการทบทวนผลลัพธ์ของวันนี้ว่าโอเคหรือยังจากสิ่งที่ทำลงไป เพื่อให้คุณสามารถนำมาปรับปรุงได้ในวันถัดไปนั้นเอง
….
จบแล้วกับขั้นตอนทั้งสี่
ลองนำ Framework ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ไปทำดูนะครับ
[ Highlight เลือกสิ่งที่จะทำให้เสร็จ 1 อย่าง ]
[ Laser มีสมาธิ กำจัดสิ่งรบกสนออกให้หมด ]
[ Energize บูทพลัง นอนให้พอ กินให้ดี ออกกำลัง (นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอแล้ว)]
[ Reflect ทบทวน ว่าอะไรที่"เวิร์ค" และอะไรไม่"เวิร์ค" ]
หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะช่วยทำให้คุณไม่ต้องเร่งรีบทำงาน และทำงานเสร็จแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่ผมได้เลยลอง
นอกจากนีั มันจะทำให้ เวลาใช้โทรศัพทํเพื่อไถหน้าฟีดในโซเชียลมีเดียของคุณลดลง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย
“ไปลองทำดูนะ”
[I glad I did] is better that [ I wish I had]
ดีใจที่ได้ทำ ดีกว่า หวังไว้แต่ไม่ได้ทำนะ
ดีใจที่ได้เขียน ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ
….
27/03/2025
..."สิ่งที่เคยฝันนั้น
ได้ทำมันหรือเปล่า
แต่หากไม่มีความฝัน
ก็ไม่เป็นไรนะ
ขอแค่หาความสุขของตัวเองให้เจอก็พอ"...