Matichon Information Center

Matichon Information Center

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Matichon Information Center, 12 ถนนเทศบาลนฤมาล ลาดยาว จตุจักร, Bangkok.

MIC (Matichon Information Canter) หรือ ศูนย์ข้อมูลมติชน (แต่เดิมเรียกห้องสมุดมติชน) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2521 ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่หนังสือพิมพ์มติชนออกวางจำหน่ายฉบับแรก (วันที่ 9 มกราคม 2521)
ศูนย์ข้อมูลมติชน คือ แหล่งรวม “ทรัพย์สินทางปัญญาความรู้ข่าวสารของเครือมติชน”ที่นำมาเป็น “ข้อมูล” หรือ “ฐานคิด” ประกอบการศึกษาวิเคราะห์พิจารณา และ อีกทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ ในอนาคต

โดยปัจ

03/06/2026

คำเปรียบเปรยในเชิงสำนวนไทยว่า “สร้างวัดให้ลูกเล่น” ที่ดูจะล้อไปกับสำนวน “ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น” นั้น สะท้อนให้เห็นว่า วัดวาอารามแต่เดิมทีมีบทบาทและสัมพันธ์กับชีวิตผู้คนในกรุงศรีอยุธยาค่อนข้างมาก

แม้คำเปรียบเปรยดังกล่าวจะไม่ใช่คำกล่าวของผู้คนสมัยอยุธยา แต่ผ่านสายตาของกวีสมัยรัตนโกสินทร์ ชาวอยุธยาอย่างหลวงจักรปาณี (ฤกษ์) แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของวัดวาอารามที่สัมพันธ์กับการเติบโตทางสังคมและวัฒนธรรมสมัยอยุธยาได้ไม่มากก็น้อย ดังในนิราศตอนของหลวงท่านระบุว่า

“ดูวัดวาอารามงามสล้าง บ้างรกร้างโรยราน่าใจหาย เมื่อครั้งกรุงยังสนุกสุขสบาย ได้ยินฝ่ายผู้เฒ่าท่านเล่ามา ว่าเศรษฐีมีทรัพย์ไม่นับได้ สร้างวัดให้ลูกรักนั้นหนักหนา ถ้าบุตรใครไม่มีซึ่งวัดวา ไปเล่นอารามเขาเศร้าฤทัย เจ้าของเขาเฝ้าเปรยเยาะเย้ยหยอก กลับมาบอกบิดาน้ำตาไหล พ่อก็สร้างอารามให้ตามใจ วัดจึงได้เกลื่อนกลาดดูดาษดา”

เรื่องเล่าเศรษฐีสร้างวัดให้ลูกหลานจึงสะท้อนสภาพสังคมและการขยายตัวทางเศรษฐกิจสมัยอยุธยาที่ไพร่จำนวนหนึ่งสามารถมั่งมีจนสะสมทุนทรัพย์ในการสร้างวัดวาอารามได้เป็นจำนวนมาก วัดส่วนมากในอยุธยาจึงถูกสร้างโดยสามัญชนผู้ร่ำรวย ตรงกันข้ามกับ วัดหลวง พระมหาธาตุ ที่มักจะถูกสร้างโดยราชสำนักซึ่งมีจำนวนน้อย

การศึกษาโดยให้ความสนใจกับ “วัดเล็ก วัดน้อย” ในสถานะ “วัดร้าง” จึงเป็นเสมือนการสำรวจ “แคปชูลกาลเวลา” ที่ถูกทอดทิ้งไว้ในซากหักพังและกองอิฐปูน เพื่อส่องมองให้เห็นถึงแง่มุมทางประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมอยุธยาของสามัญชนที่ถูกลืมเลือน ซากวัดเก่าบางแห่งจึงมีประวัติศาสตร์สามัญชนผู้มั่งมีฝังอยู่ เช่นเดียวกับย่านฐานถิ่นทั้งทางวัฒนธรรมและสังคม การเมืองสมัยอยุธยา ที่ติดตามวัดร้างเหล่านี้เป็นเงาตามตัว

เปิดให้เห็นร่องรอยทางสังคม วัฒนธรรม สามัญชนคนสมัยกรุงศรีอยุธยา ผ่านวัดวาอารามได้ใน
📚วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา
✒️กำพล จำปาพันธ์ และ อชิรวิชญ์ อันธพันธ์
📱E-Book : https://bit.ly/4dwpP5K

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#วัดร้าง #ประวัติศาสตร์ #สังคมวัฒนธรรม #อยุธยา #ชนชั้น #กรุงศรีอยุธยา #สร้างวัดให้ลูกเล่น #สำนักพิมพ์มติชน

02/06/2026

✨🏛️ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมสำรวจร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และพื้นที่ทางการเมือง ที่ยังคงซ่อนอุดมการณ์ของคณะราษฎรเอาไว้กลางเมืองพระนคร

สำนักพิมพ์มติชนขอชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม Walking Tour “ถอดรหัสลับอุดมการณ์ 2475” ย้อนมองประวัติศาสตร์ ผ่านสายตาของนักวิชาการที่จะพาทุกท่านออกเดินทางสำรวจร่องรอยของการเปลี่ยนแปลง อ่านความหมายของอาคาร สถาปัตยกรรมสมัยใหม่และศิลปกรรมทางการเมือง ที่ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่คือ “หลักฐาน” ของยุคสมัยที่เคยใฝ่ฝัน

✨ Walking Tour “ถอดรหัสลับอุดมการณ์ 2475”

🗓️ วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 | 09.00 - 12.00 น.
🎤 วิทยากรโดย รศ. ดร. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ และ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ
💰 ราคา 550 บาท/ท่าน
💰 พิเศษ! เมื่อจอง 2 ท่าน ขึ้นไป ลดเหลือเพียงท่านละ 475 บาท
(รับจำนวนจำกัด 30 ท่าน เท่านั้น!)

📍 กำหนดการ
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียนกิจกรรม บริเวณด้านหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาราชดำเนิน
09.00 - 09.20 น. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
09.30 - 09.40 น. บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ (*ชมด้านนอกของโรงแรม)
09.45 - 10.00 น. บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม (อุทกทาน) และอาคารศาลฎีกา
10.30 - 10.50 น. ซุ้มหน้าบันเทวรูปพระพิฆเนศ โรงละครแห่งชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
11.00 - 11.40 น. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริเวณโดยรอบ
11.50 - 12.00 น. ห้อง ร. 103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมคืนชุด หูฟัง Wireless Tour-Guide
(กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เข้าร่วมเป็นสำคัญ)

📝 สำรองที่นั่งได้ที่ : https://forms.gle/tDibqKAm261HiyZm8

☎️ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 062-626-4549 (คุณหญิง)

🚉 การเดินทาง
- รถเมล์สาย: 1-8 (59), 2-32E (70E), 2-42 (44), 32, 47, 511 (ปอ.) (AC), 59, 60 (ปอ.) (AC), 70 (ปอ.) (AC), S1, A4, 68 มจธ, 68 มหาชัย, 3-37 (12), S1 (ปอ.) (AC), 2 (ปอ.) (AC), 6, 6 (ปอ.) (AC), 15, 1-7E, 1-9E, ต.31, 3-2E, ต.99, 5, 4-40 (56R).

📍 หมายเหตุ:
1. รับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนจำกัด และขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้ลงทะเบียนก่อนหน้าตามลำดับ ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนเกินจำนวน
2. ผู้ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วม จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไปเพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วม
3. โปรดตรวจสอบรายละเอียด เบอร์โทร-อีเมล ให้ถูกต้อง เนื่องจากมีผลต่อการติดต่อเพื่อยืนยันผล
4. ทางสำนักพิมพ์มติชนขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

#สำนักพิมพ์มติชน #รัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ #สิงห์แดง
_____________________

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line :
Youtube :
Tiktok :
Twitter :
Instagram : matichonbook ดูน้อยลง

02/06/2026

พฤติกรรมแปลกๆของกษัตริย์เชื้อสายจีน ผู้ครองราชย์ในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้กิจวัตรบางประการที่พระองค์ทรงกระทำกลายเป็นเรื่องแปลกไปเสียอย่างงั้นเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่บุรพกษัตริย์สมัยอยุธยาเคยกระทำ เช่น การเสด็จออกนอกพระราชวังเพื่อเยี่ยมเยือนราษฎร อันเป็นระเบียบวิธีที่กษัตริย์สมัยอยุธยาไม่พึ่งกระทำนัก การแสดงภาพลักษณ์ที่แตกต่างจึงสะท้อนพระราชประสงค์ที่พระองค์จะทำให้รัฐของพระองค์เป็นสมัยใหม่ที่มิได้ยึดติดกับขนบจารีตโบราณจนเกินไป

แต่ครั้งเมื่อบ้านเมืองสงบร่มเย็นลงจากสงครามที่ยาวนาน บุคลิกที่ดูรุมร้อนของพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงภาพที่ดูขัดแย้งกับบรรยากาศของบ้านเมืองในยามสงบ ความนอกเหนือกฎระเบียบและราชประเพณีดั้งเดิมที่กษัตริยอยุธยาพึ่งกระทำ จึงถูกแปรค่าเป็น “ข้อครหา” ว่า “พระสติฟั่นเฟือน” รวมถึงความไม่มีหัวนอนปลายเท้า เพราะเป็นเพียงแค่ “ลูกเจ๊ก” และต้อยต่ำ

ด้วยชื่อเสียงในทางลบและข่าวคราวโจมตีพระองค์มากมาย ทำให้ไม่นานนัก ข้าราชการในราชสำนักของพระองค์ซึ่งกลับจากนครราชสีมาในคราวยกไปรบกับเขมรก็ชิงโอกาสเมื่อยามกบฎ ทำการโค้นล่มอำนาจของพระองค์จนสำเร็จ

ข้าราชการคนนั้นต่อมา ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ในวันที่ 6 เมษายน 2325 ขณะที่พระองค์ถูกสำเร็จโทษในวันถัดมา ขณะมีพระชนมายุได้เพียง 47 ปีเท่านั้น

อ่านประวัติศาสตร์มุมต่างของกษัตริย์สายเลือดจีนที่ถูกมองว่า “หลุด” ได้ใน
📚ประวัติจีนกรุงสยาม
✒️เจฟฟรี ซุน และ พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร
📱E-book : https://bit.ly/3PBNwBF

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#พระเจ้าตากสิน #จีน #ประวัติศาสตร์ #จีนในไทย #ธนบุรี #ขนบธรรมเนียม #สำนักพิมพ์มติชน

01/06/2026

เมื่อวานเป็นวันวิสาขบูชา นับเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่หลายๆคนคงจะอาศัยโอกาสนี้ในการไปวัด ทำบุญ ทำทานกัน แต่หลายๆคนสังเกตไหมว่าอะไรในวัดหลายๆวัดที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ?

หากเราลองสังเกตให้ดี จะพบว่าในปัจจุบันพื้นที่บริเวณวัดส่วนมากไม่ได้ถูกจัดวางหรือออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนเดินทางเข้าไปสักการะพระพุทธรูปภายในพระอุโบสถหรือพระวิหารมากนัก ในทางตรงกันข้าม รูปเคารพนอกพุทธศาสนา เครื่องรางของขลัง ตู้หยอดทำบุญ และพื้นที่ประกอบพิธีทางไสยศาสตร์กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกขับเน้นมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดองค์ประกอบในวัด จนอาจจะเรียกได้ว่าสิ่งก่อสร้างและรูปเคารพเหล่านั้นได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์และภาพจำของวัดไทยในปัจจุบันโดยปริยาย

ภาพจำของวัดไทยที่เปลี่ยนแปลงไป จึงสัมพันธ์กับลัทธิพิธีใหม่ที่นักวิชาการบางท่านนิยมว่านี้คือ “ลัทธิบูชาความมั่นคั่ง” ผ่านแง่มุมทางศาสนานั้นเอง

ชาตรี ประกิตนนทการ ได้ย้อนเส้นทางให้เห็นว่าตลอดระยะเวลาทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พุทธศาสนา่ในประเทศไทยถูกทำให้หันเข้าสู่ลู่ทางของ “คอมปะนี” มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว การพัฒนาพื้นที่เขตธรณีสงฆ์ให้กลายมาเป็น “พื้นที่ให้เช่า” ภายใต้แนวโน้มการขยายตัวของกรุงเทพที่ดั้งเดิมกระจุกไปด้วยวัดวาอาราม วัดภายใต้ยุคสมัยที่ทุนเข้ามามีบทบาทจึงกลายสภาพเป็น “นายทุนเจ้าที่ดิน” หรือ “เจ้าของพื้นที่ให้เช่า” ที่สามารถสร้างและขยายฐานรายได้จากสมบัติเก่านี้ได้อย่างชัดเจน

ครั้นพอยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป การปล่อยพื้นที่ให้เช่าหรือเป็นเจ้าของที่ดินเสียเองนี้ กลับส่งผลเสียให้เกิดข้อครหามากยิ่งขึ้น ด้วยถูกมองในเชิงลบว่าวัดเองก็ไม่ต่างจาก “นายทุน”

พื้นที่อย่างใหม่ที่ประสมประสานความเชื่อทางศาสนาแบบไทยๆ ในเชิง พุทธ พราหมณ์ ผี จึงเกิดขึ้นให้สอดรับกับการบริหารจัดการพื้นที่ตามระบบตลาดทุนนิยม ภายใต้การเฟื่องฟูขึ้นมาของ “ลัทธิบูชาความมั่นคั่ง” อันจะเป็นรูปแบบสำคัญของ “วัดปาฏิหาริย์พาณิชย์” ในยุคเริ่มต้น ก่อนจะกลายโฉมเป็นภาพวัดที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันนั้นเอง

อ่านความหมายและปฐมบทของ “วัดปาฏิหาริย์พาณิชย์” เพื่อระลึกได้ว่าการทำบุญไม่ใช่เพียงแค่การบำรุงวัด แต่ยังเป็นพื้นที่เสกสร้างความหมายใหม่ทางศาสนาและทุนนิยมได้ใน
📚เสกวัดปาฏิหาริย์ : อำนาจพุทธสถานใน (การ) เมืองไทย
✒️ชาตรี ประกิตนนทการ
📱E-Book : https://bit.ly/4uRuZjz

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#วันพระ #วัดไทย #พุทธพาณิชย์ #ทุนนิยม #ประวัติศาสตร์ #พุทธสถาน #นายทุน #สำนักพิมพ์มติชน

31/05/2026

ในวันวิสาขบูชาสมัยก่อนรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถือกันว่าเป็นวันงานบุญครั้งสำคัญสำหรับชาวบ้านเลยทีเดียว เพราะจะมีการจัดประเพณีถวายสลากภัต คือ เครื่องภัตตาหารและสังฆทานแก่พระสงฆ์ตามสลากขึ้นอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศของงานพิธีนั้นไม่มีอะไรมากมายนัก มีเพียงจุดประสงค์ของพิธีที่ไม่อยากให้พุทธศาสนิกชนทำบุญอย่างเจาะจงเกินไป โดยชาวบ้านจะแห่เครื่องจตุปัจจัยไทยทานไปวัดอย่างครึกครื้น ครั้งพอถึงช่วงจับสลาก ก็ให้ทายก - ทายิกา จับสลากที่เขียนไว้ว่าตรงกับพระรูปใดก็ให้ถวายเครื่องธรรมทานแก่พระสงฆ์รูปนั้น

แม้จะไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่เชื่อได้ว่าประเพณีถวายสลากภัตนี้น่าจะเริ่มทำกันในหมู่ราชสำนักก่อน แล้วจึงแพร่หลายลงสู่ราษฎรในท้องถิ่นต่อไป ดังปรากฎหลักฐานใน “นิราศเดือน” ของเสมียนมี กวีคนสำคัญสมัยรัชกาลที่ 3 ความว่า “สลากภัตรจัดแจงแต่งหาบคอน อย่างแต่ก่อนหาบกระทายมีลายทอง ใส่คานรูปนาคาวายุภักษ์ ครั้นเดินหนักดูเต้นเผ่นผยอง แสรกร้อยห้อยพวงมาลัยกรอง ใส่เข้าของหาบหามตามกันมา … ทั้งผู้ดีเข็ญใจก็ไปมาก จับสลกหนังสือซื่อพระสงฆ์ รู้จักนามตามพบประสบองค์ ต่างจำนงน้อมถวายรายกันไป”

ครั้นยุคสมัยล่วงเข้าสู่รัชกาลที่ 5 ปรากฎหลักฐานเพิ่มเติมว่าเหตุใดงานประเพณีนี้จึงถูกเลื่อนไปในเดือนเจ็ด หรือ หลังช่วงวันวิสาขบูชาไปอีก โดยมีต้นเหตุมาจาก “ทุเรียน” ความว่า “การซึ่งกำหนดสลากภัตในเดือนเจ็ดก็ด้วยอาศัยผลไม้บริบูรณ์ ผลไม้อื่นก็ทำเนา ดูเป็นข้อใหญ่ใจความอยูที่ทุเรียน ถ้าฤดูสลากภัตต้องคราวทุเรียนชุกชุมแล้ว ก็เห็นจะเป็นใช้ได้ทั้งสิ้น”

ทุเรียนไทยที่เริ่มกลับมาชุกชุมเอาในช่วงนี้ จึงสมควรหรือไม่ที่จะฟื้นฟู “สลากภัต” มาจัดในหน้าทุเรียนนี้ วันวิสาขบูชานี้ด้วย ?

อ่านความหมายและความเปลี่ยนแปลงในพิธีกรรมไทย พุทธ-พราหมณ์-ผี ได้ใน
📚พิธีกรรม “ผี–พราหมณ์-พุทธ”
✒️สุจิตต์ วงษ์เทศ
📱E-Book : https://bit.ly/3Rh2OMz

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#พิธีกรรม #สลากภัต #ประเพณี #วิสาขบูชา #เดือน7 #ราชสำนัก #พระสงฆ์ #สำนักพิมพ์มติชน

30/05/2026

ย่านสวน บ้านทุ่ง และสำเนียงเหน่อสุพรรณ กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในช่วงเวลาที่สุกงอมทั้งวัยวุฒิและประสบการณ์ของอาจินต์เอง เขาบรรจงถ่ายทอดเรื่องราวในยุคเรือเมล์แถบถิ่นสุพรรณบุรี พร้อมฉากหลังจากกระชุ-กระออม มาเป็น กระป๋องและกระแป๋งตักน้ำอย่างจงใจ

ทั้งนี้ หากจะเปรียบเทียบงานชิ้นนี้ของอาจินต์กับงานขึ้นหึ้งอย่าง “เหมืองแร่” ก็จะเห็นได้ว่างานชิ้นนี้แสดงถึงความนิ่งและสงบกว่างานเหมืองแร่ในวัยหนุ่มอย่างชัดเจน

แต่ไม่ใช่ความนิ่งที่ปราศจากสีสันใดๆ ลวดลายความจริงปนจินตนาการผ่านชื่อตัวละครที่ทั้งมีอยู่จริงและสมมุติขึ้นตามบทบาทยังคงโลดแล่นอยู่ในงานชิ้นนี้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน “ความรัก” ที่ตัวละครมีให้ต่องานและสาวต่างวัยในเรื่อง ยังคงประสมประสานกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว

ลูกไม้ลายเด็กภาคตะวันตก ที่ประสานกับคำร้องแทบถิ่นที่อาจินต์ได้ยินมาแต่เด็ก จึงทักทอขึ้นมาเป็น นวนิยายไทย ชั้นเลิศที่ควรค่าต่อการอ่านสักครั้งในฐานะตัวบทสุดคลาสสิกที่สะท้อนยุคสมัยที่ผ่านเลยได้เป็นอย่างดี

ส่องสุพรรณในวันที่ความเจริญและกรุงเทพฯกลายเป็นแบบอย่างผ่านนวนิยายขึ้นหึ้งอีกเรื่องของอาจินต์ได้ใน
📚เจ้าพ่อ
✒️อาจินต์ ปัญจพรรค์
📱E-book : https://bit.ly/4v1jyWC

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#สุพรรณบุรี #นวนิยาย #ขึ้นหึ้ง #อาจินต์ #เรือเมล์ #สำเนียงเหน่อ #สำนักพิมพ์มติชน

29/05/2026

ในโลกที่มีระเบียบวินัยเคร่งครัด กรุงเทพเป็นเมืองที่ในมิติทางเวลา ยามกลางวันเป็นช่วงเวลาที่ศูนย์กลางทางอำนาจสามารถแสดงศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ เป็นเวลาที่ข้าราชการทำงาน คณะรัฐมนตรีออกคำสั่ง และทุกคนในเมืองต่างมีชีวิตหมุนเวียนไปตามสถานการณ์และพื้นที่ของตน หากแต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อเราพิจารณากรุงเทพผ่านสายตาในยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยแสงสว่างของอำนาจเล็กอำนาจน้อยที่ส่องสว่างออกมาในยามที่หลอดไฟกลางเมืองมิได้สว่างไสวเช่นกัน

ณ เทวาลัยแห่งหนึงที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราวทศวรรษ 2540 และว่ากันว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ “ขลัง” ในทางส่งเสริมความมั่นคั่งเจริญรุ่งเรือง จนสามารถเรียกศรัทธาทุนจากคนไทยและชาวต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก จนแม่ค้าแม่ขายละแวกนั้นต่างสรรเสริญกันว่าหากไม่มีเทวาลัยแห่งนี้ ย่านนี้ไม่มีทางที่จะมีความเจริญขึ้นมาได้แน่

ภาพของแสงไฟที่สว่างอยู่ตลอดเวลาช่วยย้ำเตือนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้กลายสภาพเป็น “ศูนย์กลาง” แห่งใหม่ที่ผุดตัวขึ้นท่ามกลางชายขอบอย่างแท้จริง นอกจากนั้น ความสว่างไสวของย่านที่อยู่ยังนำมาซึ่งตึกระฟ้า โรงแรมหรูและห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ที่ตามมา ประหนึ่งว่าศูนย์กลางแห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์กลางแห่งทุน” และอำนาจในรูปแบบที่ต่างออกไป นั้นคือ “อำนาจทางเศรษฐกิจ” นั้นเอง

น่าสนใจว่าในเทวาลัยที่เต็มไปด้วยศาสตร์และความเชื่อ การทำนายทายทักได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรที่สำคัญในการส่งเสริม “อำนาจ” และ “ศูนย์กลางแห่งใหม่” นี้ด้วย ทั้งในอีกด้านหนึ่ง อาจารยห์หมอดูบางท่านยังยอมรับอีกว่าการมีสถานที่แห่งนี้ช่วยให้เธอรอดพ้นจากสายตาของนักเารือมงและทหารที่ฉ้อฉล ซึ่งอาจทำให้ชีวิตและอาชีพของเธออยู่ในความเสี่ยงได้ หากคำทำนายของเธอไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

โหราและการทำนาย สถานที่และยามค่ำคืนจึงเป็นดั่งศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่และที่หลบภัยจากศูนย์กลางอำนาจหลักของประเทศ ท่ามกลางมวลความทุกข์ทนที่ถูกระบายผ่านการถ่ายทอดปัญหา และความเจ็บปวดหรือความทุกข์ของปัจเจกบุคคลออกมา ซึ่งมีส่วนอย่างสำคัญให้การ “บำบัด” ที่กดขี่หรือทำร้ายผู้อยู่เบื้องล่างถูกเจือจางลง

การคงอยู่ของเทวาลัยทำนายดวงในยามค่ำคืนจึงมีส่วนอย่างสัมพันธ์กับการคงอยู่ของระบอบการปกครองของประเทศ ยิ่งในประเทศที่จำเป็นต้องสร้างความไม่มั่นคงให้กับการคงอยู่ของระบอบการปกครอง วัฏจักรของการสร้างความไม่มั่นคงอันนำไปสู่การบำบัดทางอารมณ์และความรู้สึกจึงเป็นสิ่งที่ศูนย์กลางยอมรับได้ และ ปล่อยให้ศูนย์กลางทางความเชื่อย่อมๆเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้

อ่านการเมืองไทย การทำนายในมิติของกาลเวลายามราตรีและวัฏจักรแห่งอำนาจกับศูนย์กลางที่ไม่มั่นคงได้ใน
📚โหราประชาธิปไตย (Political Divinations: Making Citizens Sovereign in Buddhist Thailand)
✒️Edoardo Siani / ปรีดี หงษ์สต้น (แปล)
📱E-Book : https://bit.ly/4utdYwc

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#โหราศาสตร์ #การเมืองไทย #มานุษยวิทยา #พยากรณ์ #การทำนาย #อนาคต #ยามค่ำคืน #สำนักพิมพ์มติชน

28/05/2026

ท่าทีของรัฐบาลเพื่อไทยที่อ่อนแอลง อันเป็นผลจาการแตกหักระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และการปรับเอาคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยออก ทำให้กองทัพขยายอำนาจเข้ามามีบทบาทนำในการแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาเป็นอย่างมาก พอๆกับการทะยานขึ้นของกระแสชาตินิยมและทหารนิยม ซึ่งที่มากขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่ความไม่พอใจที่สะสมมาทั้ง 2 ฝ่ายจะระเบิดออกผ่านการใช้กำลังอาวุธที่ดูจะมากขึ้นจากทั้งไทยและกัมพูชา

นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ กองกำลังสุรนารีตรวจพบทหารกัมพูชารวมกลุ่มร้องเพลงที่ปราสาทตาเมือนธม อันตามมาด้วยการประท้วงของฝ่ายไทยไปยังกัมพูชา ต่อมาในช่วงเดือนมีนาคม 2568 เริ่มมีข่าวคราวหลายครั้งว่าฝ่ายไทยตรวจพบทหารกัมพูชาที่ล่วงล้ำเข้ามาพักแรมและดัดแปลงพื้นที่พิพาทซึ่งยังไม่ได้ทำการตกลงเขตแดนกันทั้ง 2 ฝ่าย

ด้วยความขุ่นข้องหมองใจเรื่องการลุกล้ำนี้เอง ได้ลุกล่ามบานปลายไปยังเหตุเข้าใจผิดและนำไปสู่การใช้กำลังอาวุธตอบโต้กัน ส่งผลให้ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ทหารกัมพูชา 1 นาย ได้เสียชีวิตจากการปะทะกันในบริเวณช่องบกและนั้นคือ “เหยื่อ” รายแรกจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา 2568

ด้วยสถานการณ์แนวพรมแดนที่ไม่ได้ดีขึ้น ไม่นานนักในเดือนมิถุนายน ด่านพรมแดนไทย-กัมพูชาหลายจุดเริ่มมีการปรับลดเวลาเปิด-ปิด ขณะที่บางด่านมีการปิดด่านโดยมิได้มีการแจ้งล่วงหน้า โดยในช่วงตลอดเดือนกรกฎาคม 2568 เกิดข้อครหาท่ามกลางความอ่อนแอของรัฐบาลว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศนี้ได้ พร้อมกับคลิปเสียงสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธารและสมเด็จฮุน เซน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมภาพความอ่อนแอนี้ให้ชัดเจนลงไปอีก ในเวลานั้น เกิดเสียงติติงกันว่ามีแต่เพียงกองทัพและประชาชนที่ต้องพึ่งพากันเองในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศนี้

เสียงปืนที่ดังขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ทำให้การปะทะตลอดระยะเวลา 5 วัน จนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 กลายเป็นพื้นที่ให้ทหารขึ้นมามีบทบาทนำอย่างชัดเจนท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง พวกเขาพลิกขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในการกำหนดวาระการสื่อสาร การเปิด-ปิดด่านชายแดน ยุติการจ่ายไฟฟ้า รวมไปถึงการชวนคนติดแฮชแท็กเพื่อกำหนดวาระทางการทหาร

นับจากวันที่เสียงปืนนัดแรกคร่าชีวิตทหารกัมพูชาถึงวันนี้ ครบรอบ 1 ปี อย่างเป็นทางการ แม้รัฐบาลจะถูกเปลี่ยนมือจากขั้วพรรคเพื่อไทยสู่ครม.สีน้ำเงินภายใต้การบริหารของพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ แต่สถานการณ์ชายแดนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ชาวบ้านทั้งไทยและกัมพูชายังคงสับสนและประสบปัญหาการรุกล้ำพื้นที่พิพาทที่ตนไม่ทราบจากความไม่ชัดเจนของเขตแดนบนแนวปะทะอยู่เสมอ ความเปลี่ยนแปลงในแง่ของขั้วอำนาจจึงเกิดขึ้นในเวทีการเมืองระดับรัฐ แต่มิได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างแท้จริง

อ่านการเมืองไทย-กัมพูชาบนแนวรบที่ไม่เปลี่ยนแปลงแต่เปลี่ยนผ่านได้ใน
📚เปลี่ยน (ไม่) ผ่านการเมืองไทย 2566-2569
✒️กองบรรณาธิการข่าวเครือมติชน
📱E-Book : https://bit.ly/3Pu44v5

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#ทหาร #ไทยกัมพูชา #แนวปะทะ #การเมืองไทย #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #คลิปเสียง #สำนักพิมพ์มติชน

27/05/2026

🇯🇵 การค้าทางเรือในอดีต ตามความเข้าใจโดยทั่วไป คือ การค้าระหว่างรัฐต่อรัฐ กล่าวคือ เป็นการค้าจากประเทศหรือรัฐแห่งหนึ่งเดินเรือไปค้าขายกับอีกรัฐหนึ่งโดยตรงโดยมิได้เชื่อมต่อหรือโยงใยกับรัฐอื่นๆ

หากแต่เมื่อเราสำรวจบรรยายการค้าในอดีตจะพบว่าแท้ที่จริงนั้น การค้าระหว่างจีน-ไทยในอดีตนั้น เชื่อมโยงไปถึงรัฐอื่นๆ เกิดเป็นเครือข่ายทางการค้าที่โยงใยกันเป็นรูปทรง 3 เหลี่ยมอยู่ด้วย

เพราะเมื่อเรือสำเภาแล่นออกมาจากจีนทางตอนใต้ มุ่งหน้ามายังพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา หรือ ปัตตานี รวมไปถึงกรุงศรีอยุธยา บ่อยครั้งที่เรือจีนเหล่านี้นั้นแหละที่จะกลายมาเป็นเรือการค้าให้กับรัฐสยามเสียเอง แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ?

ผลสืบเนื่องมาจากนโยบายในการปิดประเทศของญี่ปุ่นเอง เมื่อเกิดการจำกัดการค้าทางตรงระหว่างรัฐอื่นๆ เนื่องด้วยอิทธิพลของต่างชาติที่มากยิ่งขึ้นในประเทศ ญี่ปุ่นจึงเลือกที่จะดำเนินการค้าต่อไปอย่างเงียบๆ ภายใต้การดูแลที่เข้มงวดของญี่ปุ่นเองกับจีน เกาหลี และดัตซ์ เพียงเท่านั้น ฉะนั้น หากสยามต้องการที่จะดำเนินการค้ากับญี่ปุ่นซึ่งเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบและแหล่งผลิตสินค้าสำคัญบางชนิด การใช้เรือของชาวจีนเพื่อดำเนินการค้าตัวแทนให้กับสยามจึงจำเป็นในการขยายโอกาสทางการค้าของโลกรัฐโบราณด้วยนั้นเอง

ผ้าไหมและน้ำตาลซึ่งผลิตได้มากในพื้นที่เขตร้อน จึงสามารถแปรสภาพเป็นกำไรในตลาดการค้าญี่ปุ่นที่มีความต้องการสินค้าประเภทนี้เป็นอย่างสูงด้วยนั้นเอง ขณะเดียวกัน เมื่อญี่ปุ่นประสบปัญหาเรื่องการผลิตทองแดงในประเทศ กลุ่มเรือค้าขายจากสงขลาและนครศรีธรรมราช ก็นับเป็นกลุ่มแรกๆที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการจำกัดปริมาณสินค้าเช่นกัน

วงจรการค้าที่โยงใยกันเป็นรูปสามเหลี่ยมทั้ง “ไทย-จีน+ญี่ปุ่น” เช่นนี้จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของรัฐจารีตเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ขณะที่ในเวลาประสบปัญหา ผลกระทบนั้นย่อมสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ด้วยเช่นกัน

อ่านเส้นทางการค้าสามเส้าที่พึ่งพากันและกันจนเกิดเครือข่ายระหว่างรัฐได้ใน
📚จิ้มก้องและกำไร : การค้าไทย-จีน 2195-2396
✒️สารสิน วีระผล
📱E-Book : https://bit.ly/4va01DB

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#ไทย #จีน #ญี่ปุ่น #การค้า #สำเภา #ระบบเศรษฐกิจ #สามเส้า #สามเหลี่ยม #สำนักพิมพ์มติชน

26/05/2026

👁️ชีวิตของเด็กวัยรุ่นอเมริกัน-เกาหลีที่ดูธรรมดา ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับ “จีวอน” แม้เธอจะอยู่อาศัยท่ามกลางวัฒนธรรมตะวันตก แล้วการเข้ามาของผู้ชายอเมริกันผิวขาวที่คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่มากเสียกว่าผู้หญิงอย่างเธอนี้ละ ที่เป็นปัญหาต่อเธอและบีบคั้นให้เธอจนตรอก

ท่ามกลางโครงสร้างสังคมที่บีบคั้นจนถึงขีดสุด จีวอนไม่เหลือที่พึ่งพามากนักจนเธอต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวแรงสำคัญในการปกป้องครอบครัวเสียเอง ความกดดันและแรงบีบเหล่านั้นจึงขยายกลายเป็นสภาพจิตใจที่บิดเบี้ยวและยุ่งเหยิง ซึ่งจะนำพาชีวิตของเธอไปสู่ความรุนแรงและการแก้แค้นในรูปแบบของเธอ

นอกจากวรรณกรรมเรื่องนี้จะนำพาผู้อ่านไปพบกับหนทางการเอาคืนของผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว วรรณกรรมเรื่องนี้ยังชวนให้เราเติบโตไปพร้อมๆกับตัวละครจีวอนเอง ผ่านการดำดิ่งลงไปสำรวจห้วงจิตที่ซับซ้อนท่ามกลางโลกอันวุ่นวาย

ค้นหาคำตอบด้วยดวงตาของผู้อ่าน ถึงจานอาหารที่มีนัยน์ตาของมนุษย์อยู่ในนั้นได้ใน
📚The Eyes Are The Best Part ถูกตาต้องตาย
✒️Monika Kim / นิติ ชนภัณฑารักษ์ (แปล)
📱E-Book : https://bit.ly/4dtWQiF

เลือกซื้อ E-Book อ่านหลากหลาย Application ได้ที่ : https://linktr.ee/matichonebook
อ่านได้ทั้งระบบ ios และ Android

#วรรณกรรม #เกาหลี #นัยน์ตา #ความตาย #ดวงตา #ฆาตกรรม #ความรุนแรง #สำนักพิมพ์มติชน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


12 ถนนเทศบาลนฤมาล ลาดยาว จตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00