KOICA Thailand Office

KOICA Thailand Office

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก KOICA Thailand Office, หน่วยงานราชการ, 89 AIA Capital Center 12A Floor, Unit A1208 , Ratchadapisek Road , Dindaeng, Bangkok.

Photos from Mekong Institute's post 02/06/2026
Photos from KOICA Thailand Office's post 26/05/2026

(English in comment)
เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นาง จีฮเย ชอน ผู้อำนวยการ KOICA ประเทศไทย ได้เข้าร่วม “โครงการฝึกอบรมด้านการป้องกันปราบปรามและช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและแรงงานบังคับ” ณ Crown Plaza Bangkok และได้กล่าวคำต้อนรับในงาน

โครงการฝึกอบรมได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๖ - ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดยความร่วมมือระหว่างศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับมูลนิธิ IJM ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดฝึกอบรมจาก KOICA

KOICA จะมุ่งสนับสนุนความพยายามของประเทศไทยในการจัดการกับปัญหาแรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อปกป้องกลุ่มประชากรที่เปราะบาง และทำให้ความร่วมมือในภูมิภาคแข็งแกร่งยิ่งขึ้น 🤝💙

Photos from เอกเกาหลี ญี่ปุ่น บ้านสมเด็จ's post 25/05/2026
25/05/2026

사주 (ซา-จู) การดูดวงแบบเกาหลี

ท่ามกลางความไม่แน่นอนในปัจจุบัน การดูดวงกลายเป็นอีกทางเลือกที่ผู้คนหันไปพึ่งพา นอกเหนือจากจิตแพทย์

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง วิกฤตราคาน้ำมัน ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โรคระบาด รวมถึงเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ผู้คนแสวงหาความมั่นคงทางจิตใจมากขึ้น หนึ่งในทางเลือกนั้นคือ “การดูดวง” เพื่อทำนายอนาคตของตนเองในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน หรือความรัก เพื่อใช้วางแผนรับมือกับอนาคต ระมัดระวังโชคร้าย หรือแม้แต่พัฒนาตนเองเพื่อเสริมดวงให้ดีขึ้น

ในประเทศไทย มีศาสตร์การทำนายที่หลากหลาย เช่น การดูดวงจากวันเดือนปีเกิด การดูลายมือ การดูดวงจากตัวอักษรในชื่อ ไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี ไพ่ออราเคิล หรือการดู Birth Chart ตามแนวตะวันตก ซึ่งอาศัยการโคจรของดวงดาวและเวลาตกฟาก รวมถึงศาสตร์อื่น ๆ อีกมากมาย

ประเทศเกาหลีเองก็มีศาสตร์การทำนายในรูปแบบต่าง ๆ เช่นกัน โดยล่าสุดมีรายการวาไรตี้อย่าง Battle of Fates ที่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำนายและผู้มีสัมผัสพิเศษจากทั่วประเทศมาแข่งขันกันทำนายเรื่องราวและชะตาชีวิตของแขกรับเชิญ เพื่อวัดกันว่าศาสตร์ใดแม่นยำกว่ากัน ซึ่งหนึ่งในศาสตร์ที่คนไทยสามารถดูและเข้าใจได้ง่าย และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเกาหลี ก็คือ “사주” (ซาจู)

ศาสตร์ซาจู (Saju - 사주) คือโหราศาสตร์ดั้งเดิมของเกาหลี ที่ใช้วิเคราะห์ดวงชะตาชีวิตจากวันและเวลาเกิด โดยคำว่า “ซาจู” แปลตรงตัวว่า “สี่เสา” ซึ่งหมายถึง ปีเกิด เดือนเกิด วันเกิด และเวลาเกิด ในแต่ละเสาจะประกอบด้วยอักษรจีน 2 ตัว ได้แก่ “พลังฟ้า” (천간) และ “พลังดิน” (지지) รวมทั้งหมดเป็น 8 ตัวอักษร จึงมักถูกเรียกว่า 사주팔자 (ซาจูพัลจา) หรือ “สี่เสาแปดอักษร” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับศาสตร์ปาจื่อของจีน

ซาจูอาศัยหลักหยิน-หยาง และธาตุทั้งห้า ได้แก่ ไม้ ไฟ ดิน ทอง และน้ำ เพื่อวิเคราะห์ว่าชีวิตของแต่ละคนมีธาตุใดมากหรือน้อยเกินไป ปัจจุบัน คนเกาหลีนิยมดูซาจูในช่วงปีใหม่เพื่อทำนายโชคชะตาของปีนั้น หรือในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต เช่น การเปลี่ยนงาน การเริ่มต้นธุรกิจ การดูความเข้ากันของคู่รัก หรือแม้แต่การตั้งชื่อลูกให้มีธาตุที่สมดุล

ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หากใครไม่สะดวกเดินทางไปพบหมอดู ก็มีเว็บไซต์จำนวนมากที่สามารถช่วยทำนายดวงแบบซาจูได้ฟรี เพียงกรอกข้อมูลวัน เดือน ปี และเวลาเกิดลงไป

คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยยังนิยมคัดลอกข้อมูลธาตุหรือคำทำนายจากเว็บไซต์เหล่านี้ไปสอบถามเพิ่มเติมกับ AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini เพื่อช่วยวิเคราะห์ต่ออีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีทำให้ศาสตร์การดูดวงเข้าถึงง่ายมากขึ้นเช่นกัน

นอกเหนือจาก 'ซาจู' (Saju) แล้ว สังคมเกาหลียังให้ความนิยมในศาสตร์การดูโหงวเฮ้งใบหน้า การพึ่งพาพิธีกรรมจากร่างทรง และการทำนายด้วยไพ่ทาโรต์อย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกันก็มีวัฒนธรรม 'สายมู' ที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเข้าวัดทำบุญ หรือการพกเครื่องรางและผ้ายันต์เพื่อเสริมความมั่นใจและความสบายใจในการดำเนินชีวิต สะท้อนได้จากวัดพุทธที่มีชื่อเสียงอย่าง 'วัดพงอึนซา' (Bongeunsa/봉은사) ซึ่งมีพื้นที่จำหน่ายเครื่องราง กำไลหิน และวัตถุมงคลเสริมดวงชะตาให้แก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาเช่นกัน

แม้ศาสตร์การทำนายจะไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีอยู่มาตั้งแต่โบราณ แต่เพราะอนาคตยังคงเป็นสิ่งลึกลับ และเทคโนโลยีก็ยังพัฒนาไปไม่ถึงการสร้าง Time Machine การทำนายในรูปแบบต่าง ๆ จึงยังคงเป็นที่พึ่งทางใจของมนุษย์ในการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับอนาคต ขอคำปรึกษา หรือคลายความกังวลในช่วงเวลาที่ตัดสินใจอะไรไม่ได้ หรือเจอเวลาที่ยากลำบาก
นอกจากการดูดวงแบบไทย ๆ แล้ว ลองเปิดใจให้ศาสตร์ซาจูของเกาหลีเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดูนะคะ

และสุดท้ายนี้ มีคำถามทิ้งท้ายสำหรับคนไทยที่อยากลองดูซาจูว่า เวลาเกิดต้องบวกเพิ่ม 2 ชั่วโมงหรือไม่ เพราะเวลาเกาหลีเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง ใครรู้ช่วยมาแชร์กันได้นะคะ 😊

Photos from KOICA Thailand Office's post 20/05/2026

(English in comment)

ในการประชุมประจำปี ๒๐๒๖ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา KOICA ได้มอบรางวัล Best Photo Award 2026 ให้แก่อาสาสมัครจำนวน ๒ ท่าน ได้แก่ Ms. Kim Mooneum และ Ms. Lee Eun (อาสาสมัคร โครงการ KOICA - WFK รุ่นที่ ๑๖๖) เพื่อยกย่องความทุ่มเทและความตั้งใจในการสอนภาษาเกาหลี รวมถึงการถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมเกาหลีให้แก่นักเรียนไทย 🏆💛📷

KOICA – World Friends Korea (WFK) จะยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการส่งอาสาสมัคร และเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีความหมายในระดับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 🌏✨💪

16/05/2026

(English below)

International Day of Living Together in Peace reminds us that peace is essential for everyone.

At KOICA, we uphold our 5Ps core values: People, Peace, Prosperity, Planet, and Partnership.

Today, we join the world in celebrating this meaningful day and will continue working together for common good✨💙

วันสากลแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นวันที่เตือนใจเราว่า “สันติภาพ” คือสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน

KOICA ยึดมั่นในคุณค่าหลัก 5Ps ได้แก่ People (ประชาชน), Peace (สันติภาพ), Prosperity (ความรุ่งเรือง), Planet (สิ่งแวดล้อม) และ Partnership (ความร่วมมือ)

ในวันนี้ เราขอร่วมเฉลิมฉลองวันสำคัญนี้ไปพร้อมกับทุกคน และจะยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกันเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันต่อไป ✨💙



Reference: https://www.un.org/en/observances/living-in-peace-day

Photos from KOICA Thailand Office's post 15/05/2026

(English in comment)
ในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ KOICA ประเทศไทย ได้จัดการประชุมประเมินผลประจำปี ๒๕๖๙ ณ โรงแรม Jubilee Prestige รัชดา โดยมีจุดประสงค์ให้อาสาสมัคร World Friends Korea ในไทยมาพบปะกัน และแบ่งปันความสำเร็จ รวมถึงแผนงานในอนาคตที่ได้วางแผนไว้

ในการประชุม มีการจัดช่วงอภิปรายแลกเปลี่ยนระหว่างอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ KOICA รวมถึงการบรรยายพิเศษโดยอดีตอาสาสมัครรุ่นพี่เกี่ยวกับประสบการณ์และโอกาสในการทำงานในประเทศไทยสำหรับอาสาสมัคร WFK นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัล Best Photo และ Best Report 2026 ให้กับอาสาสมัคร ๖ คน เพื่อชื่นชม และเป็นกำลังใจกับการทำงานของอาสาสมัคร
การจัดประชุมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันมีค่าสำหรับการเพิ่มแรงจูงใจของอาสาสมัคร และการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของโครงการอาสาสมัคร WFK และที่สำคัญเพื่อเน้นถึงความมุ่งมั่นของ KOICA ที่จะดูแลให้อาสาสมัครมีความพร้อม และสามารถทำงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ณ มหาลัย หรือโรงเรียนที่เราส่งไปปฏิบัติงาน

Photos from KOICA Thailand Office's post 11/05/2026

(English in comment)
เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ KOICA ประเทศไทย ได้จัดงาน Partner Organization Workshop 2026 ณ โรงแรม Jubilee Prestige รัชดา กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือการดำเนินงานโครงการอาสาสมัคร World Friends Korea (WFK) ซึ่งมีคณะอาจารย์และผู้แทนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่รับอาสาสมัครเข้าปฏิบัติงานเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในช่วงเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก คุณนัมฮยอก คิม อัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย คุณอรุณี ไฮม์ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) และ คุณจีฮเย ชอน ผู้อำนวยการ KOICA ประเทศไทย ร่วมกล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วม

ภายในงาน KOICA ได้นำเสนอข้อมูลและจัดเวทีสนทนาร่วมกับหน่วยงานคู่ความร่วมมือเกี่ยวกับโครงการ WFK โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการขยายขอบเขตการดำเนินงานในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบรางวัล Best Partnership Award 2026 ให้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โดยอาสาสมัครรุ่นที่ ๑๖๖ คุณรยู ซุนฮยอน ได้รับรางวัลร่วมกับผู้ประสานงาน อาจารย์อนุสรา สุขบำเพิง พร้อมทั้งร่วมนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ที่นำไปสู่ความสำเร็จในปีนี้

การจัดงาน Partner Organization Workshop ในครั้งนี้ นับเป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน และสร้างความร่วมมืออันดีที่จะส่งผลบวกต่อการดำเนินโครงการอาสาสมัครของ KOICA ทั่วประเทศไทยอย่างยั่งยืน

#กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ

05/05/2026

5 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันเด็กเกาหลี” (Children’s Day) ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่สะท้อนความหมายของเด็กและครอบครัวในสังคมเกาหลีใต้ได้อย่างชัดเจน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “อัตราการเกิด” ของเกาหลีใต้เป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมากในระดับโลก โดยเมื่อปี 2023 ได้มีรายงานว่าเกาหลีใต้มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลก อยู่ที่เพียง 0.73 ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าอาจมาจากปัจจัยเรื่องของราคาที่พักอาศัยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการที่ผู้หญิงมีส่วนร่วมในภาคเศรษฐกิจมากขึ้น ตลอดจนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ในปี 2024–2025 อัตราการเกิดในเกาหลีใต้กลับมาฟื้นตัวสองปีติดต่อกัน โดยสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการฟื้นตัวหลังวิกฤตโรคระบาด รวมถึงการอัดฉีดความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านมาตรการกระตุ้นการเกิดหรือ “Pro-natal measures” ซึ่งในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระตุ้นอัตราการเกิด ผ่านการให้เงินสนับสนุน ช่วยอุดหนุนค่าบ้าน ขยายระยะเวลาการลางานของพ่อแม่ รวมถึงสนับสนุนการดูแลเด็กในด้านต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน ยังมีการวิเคราะห์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นของ “Second Echo Boom effect” ที่ประชากรจำนวนมากซึ่งเกิดระหว่างปี 1991–1995 กำลังอยู่ในช่วงวัยแต่งงานและสร้างครอบครัวแล้ว

อัตราการเกิดในปี 2024 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.75 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และเพิ่มขึ้นเป็น 0.80 ในปี 2025 นอกจากนี้ ในปี 2026 ช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากกระทรวงข้อมูลและสถิติ อัตราการเกิดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเกิดในเดือนมกราคมมีจำนวนเด็กเกิดราว 26,000 คน ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 7 ปี ดังนั้น จึงเป็นเวลา 19 เดือนติดต่อกันแล้ว นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2024 ที่อัตราการเกิดในเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับช่วงเวลาหลายวันสำคัญในเดือนพฤษภาคมนี้ ไม่ว่าจะเป็น วันเด็กเกาหลี (5 พฤษภาคม) วันพ่อแม่ (8 พฤษภาคม) และ วันครูเกาหลี (15 พฤษภาคม) การได้เห็นเด็กๆ มากขึ้น มีคนก้าวเข้ามาเป็นพ่อแม่ ซึ่งเป็นบทบาทที่ทั้งน่าชื่นชมและท้าทาย รวมถึงจะมีเด็ก ๆ ให้คุณครูได้ปลูกฝังความรู้และวัฒนธรรม เพื่อให้ได้สืบทอดคุณค่าที่ดีงามต่อไป

อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดที่เพิ่มขึ้นนี้ยังคงไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ เนื่องจากยังต้องรอดูว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากมาตรการกระตุ้นการเกิดและการแต่งงานของรัฐบาล หรือเกิดจากคนในวัยเจน Y ซึ่งมีจำนวนมากอยู่ในช่วงวัยแต่งงานและมีลูก จนทำให้เกิดเป็น rebounding effect เพียงชั่วคราว หากการเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นเพราะผลจากมาตรการของรัฐบาล ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่สามารถบอกทิศทางได้ว่า อัตราการเกิดสามารถกระตุ้นให้เพิ่มขึ้น และสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ แม้อัตราการเกิดจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ได้กล่าวว่า เกาหลีใต้ต้องคงอัตราการเกิดให้ไม่ต่ำกว่า 2.1 เพื่อคงจำนวนประชากรโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อพยพ ดังนั้น อัตราการเกิดยังคงต้องกระตุ้นกันต่อไป รวมถึงคล้ายกับประเทศไทย คือสังคมเกาหลีใต้เองเป็นสังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอดแล้ว โดยมีประชากรมากกว่าร้อยละ 20 ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป การกระตุ้นอัตราการเกิดจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ เช่น อัตราการเกิดที่ลดลง และสังคมผู้สูงวัย เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกันในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยเองเช่นกัน จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า การเพิ่มสูงขึ้นของอัตราการเกิดในเกาหลีใต้นี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมั่นคง หรือจะลดลงอีกครั้งในอนาคต และปัจจัยใดที่กล่าวมานั้น น่าจะเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากที่สุด

Reference:
- Reuters
- The Guardian
- The Chosun Daily
- CNN

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


89 AIA Capital Center 12A Floor, Unit A1208 , Ratchadapisek Road , Dindaeng
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30