03/06/2026
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
ทีเส็บ ขอเชิญชวนลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผ่านระบบออนไลน์ https://www.businesseventsthailand.com/.../queen.../
02/06/2026
ทีเส็บ จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
ในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ พร้อมทั้งผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมเครื่องราชสักการะ ณ สำนักงานฯ ชั้น 25
28/05/2026
มท.-ทีเส็บ เดินหน้าประเมิน “MICE City 2569” ขับเคลื่อนเมืองไทยสู่แพลตฟอร์มเศรษฐกิจไมซ์ระดับสากล
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดการประชุมคณะกรรมการประเมินเมืองไมซ์ซิตี้ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม และ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมการประชุม เพื่อพิจารณาแนวทางและกรอบการดำเนินงานด้านการประเมินเมืองเพื่อเป็นไมซ์ซิตี้ ภายใต้หลักเกณฑ์การประเมินเมืองเพื่อเป็นไมซ์ซิตี้ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567 ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพเมืองไทยให้มีความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์อย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และเติบโตอย่างยั่งยื่น
การประชุมครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ และภาควิชาการเข้าร่วม อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมโรงแรมไทย สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาเกณฑ์และแนวทางการประเมินเมืองไมซ์ซิตี้ของประเทศไทยให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเมืองและทิศทางอุตสาหกรรมไมซ์ในระดับสากล
ภายในการประชุม มีการนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานไมซ์ซิตี้ของประเทศไทย ตลอดจนแนวทางการประเมินเมืองในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งครอบคลุมทั้งเมืองที่ขอรับการประเมินใหม่และเมืองที่ครบกำหนดต่ออายุการรับรอง รวมถึงหารือแนวทางการพัฒนาหลักเกณฑ์การประเมินเมืองรูปแบบเฉพาะ (MICE City by Type of Business) และการศึกษารูปแบบการจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมการตลาดและยกระดับเมืองด้วยไมซ์ (City Convention and Visitors Bureau: City CVB) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมืองไมซ์ให้สอดคล้องกับบริบท จุดแข็ง และศักยภาพของแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การประเมินเมืองเพื่อเป็นไมซ์ซิตี้ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย 8 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความสะดวกในการเข้าสู่เมืองและสถานที่จัดงาน การสนับสนุนการจัดงานไมซ์ กิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากการประชุม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่จัดงาน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเมือง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาเมืองไมซ์ของประเทศไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน “MICE City” ให้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจเมือง สร้างโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ และผลักดันเมืองไทยสู่การเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจไมซ์ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม
24/05/2026
📌ปลุกเศรษฐกิจใต้ให้ตื่น! ทีเส็บ ปั้น “HATYAi 21” สู่ Global Sports MICE ปักหมุดสงขลา “World-class Destination” ดึงนักวิ่งกว่า 4,000 คนร่วมฟื้นเมือง พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 – สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านกลยุทธ์ Mass Participation Sports MICE ยกระดับงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระดับโลก “HATYAi 21 - 2026 : RUN AWAKENING” ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สู่การเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อน Songkhla MICE City พร้อมต้อนรับนักวิ่งและนักเดินทางคุณภาพกว่า 4,000 คน จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความคึกคักและความเชื่อมั่นให้กับพื้นที่ ตอกย้ำศักยภาพหาดใหญ่ในฐานะเมืองที่พร้อม “วิ่งไปข้างหน้า” อย่างแข็งแกร่งหลังผ่านวิกฤต
พิธีเปิดและปล่อยตัวนักวิ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ ให้การต้อนรับนักวิ่งจากทั่วภูมิภาคอาเซียนและนักวิ่งอีลีทระดับโลก ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี (ICCH) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านไมซ์ของจังหวัด
ดร.สุรัชสานุ์ กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานในครั้งนี้ว่า ทีเส็บ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้สนับสนุน แต่ทำงานเชิงรุกในการสร้าง “แพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจ” ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ HATYAi 21 เป็นกลไกในการ Re-brand จังหวัดสงขลา สู่การเป็น Gateway ทางเศรษฐกิจของภาคใต้ที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานสากลในระดับ World Athletics Road Race Label ซึ่งสะท้อนความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพของเมืองในการรองรับงานระดับโลก สร้างโอกาสใหม่ของการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด BCG Economy
นอกเหนือจากมิติด้านกีฬา งาน HATYAi 21 ยังสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของพื้นที่อย่างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่หลายสิบล้านบาท จากการใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่อง (post-event spending) ขณะเดียวกันยังช่วย “ฉายภาพจำใหม่” ของหาดใหญ่และสงขลาให้เป็นเมืองที่มีความพร้อม สวยงาม และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์นักวิ่ง ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกร้านอาหารเพื่อรองรับนักกีฬาและผู้ร่วมงาน โดยนำเสนอเมนูเอกลักษณ์ของหาดใหญ่ อาทิ ไก่ทอดหาดใหญ่ โรตี และน้ำชา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งนักวิ่งชาวไทยและต่างชาติ ชูศักยภาพเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร สร้างรายได้กระจายสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และตอกย้ำแนวคิดการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานราก” ควบคู่ไปกับการยกระดับงานสู่ระดับสากล
ทั้งนี้ งาน “HATYAi 21 - 2026 : RUN AWAKENING” จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างทีเส็บ จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้จัดงานวิ่งระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Sports MICE ระดับโลกอย่างยั่งยืน
18/05/2026
ชูเวทีไมซ์เชื่อมโยงนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานเรือสำราญ ไทยเดินหน้าสู่พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรม Cruise ระดับภูมิภาค
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ผนึกกำลังคณะกรรมาธิการวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจเรือสำราญไทย ร่วมหารือ
14 พฤษภาคม 2569 ทีเส็บ ร่วมกับคณะกรรมาธิการวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจเรือสำราญไทย จัดการประชุม “Thailand Cruise Port Infrastructure Prioritization Forum 2026” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเรือสำราญของประเทศไทยให้สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค
ดร. สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเรือสำราญในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเดินทาง การประชุม และกิจกรรมสร้างแรงจูงใจ (Meeting & Incentive) เข้ากับเมืองและเศรษฐกิจพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางคุณภาพสูงและการจัดกิจกรรมองค์กรในเส้นทางเดินเรือสำราญ ซึ่งเป็น segment ที่มีแนวโน้มเติบโตในภูมิภาคเอเชีย
“บทบาทของไมซ์ในบริบท Cruise ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินทางท่องเที่ยว แต่เป็นกลไกที่ช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เมืองท่า ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ให้เกิดการพัฒนาในมิติโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ตลาดนานาชาติ” ดร.สุรัชสานุ์ กล่าว
ด้านประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรมเรือสำราญโลก ไม่เพียงในฐานะประเทศปลายทาง แต่ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายการเดินเรือ การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลของภูมิภาคเข้าด้วยกัน
การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือสำราญอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดบทบาทของเมืองท่าให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ได้แก่
• เมืองท่าต้นทาง (Home Port)
• เมืองท่าแวะพัก (Port of Call)
• ท่าเรือสำหรับเรือสำราญขนาดเล็กและระดับลักชัวรี (Boutique / Expedition Port)
พร้อมหารือแนวทาง “Two-Coast Strategy” เพื่อเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเข้าสู่เครือข่ายการเดินเรือและเศรษฐกิจทางทะเลระดับภูมิภาค ผ่านเมืองท่าสำคัญ อาทิ ภูเก็ต แหลมฉบัง สงขลา รวมถึงพื้นที่ศักยภาพใหม่ เช่น สตูล กระบี่ และตราด
ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกความร่วมมือที่ช่วยเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล กำหนดทิศทาง และสนับสนุนการพัฒนา ecosystem ของอุตสาหกรรม Cruise และ MICE ของไทยให้สอดคล้องกับบริบทการแข่งขันและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว
ผู้ขับเคลื่อนและภาคีความร่วมมือในงานครั้งนี้ ยังได้ร่วมหารือถึงความเป็นไปได้ในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นพื้นที่จัดการประชุมและเวทีเชิงนโยบายด้านอุตสาหกรรมเรือสำราญในมิติต่างๆ ในอนาคต เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการระดับนานาชาติ ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Cruise ของภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
18/05/2026
ทีเส็บผนึกกำลังภาคีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์น่าน ปิดเวที “Co-Creative City Model” อย่างสวยงาม เผยภาพร่าง 3 แนวทางยกระดับน่านสร้างสรรค์สู่สากล นิมิตหมายอันดีในการเดินหน้าขับเคลื่อนไมซ์ในพื้นที่
8 พฤษภาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ โดยสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ ประสบความสำเร็จในการจัดงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับเมืองสร้างสรรค์ด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านแนวทาง Co-Creative City Model” ณ จังหวัดน่าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก อพท., วิทยาลัยชุมชนน่าน, อบจ.น่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และภาคีเครือข่ายสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่ความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างทีเส็บและจังหวัดน่านอย่างเป็นทางการ
แม้จะเป็นการจัดการประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก แต่ภาคีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์น่านได้ให้การต้อนรับและเข้าร่วมระดมสมองอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังอันเข้มแข็งของกลไกในพื้นที่และความพร้อมในการนำอุตสาหกรรมไมซ์มาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเข้าใจและวางรากฐานความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในอนาคต
ผลลัพธ์สำคัญจากการระดมสมองในครั้งนี้ ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันเสนอแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของน่าน ซึ่งจะถูกนำไปสรุปและกลั่นกรองเพื่อบรรจุลงในแผนการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมในลำดับต่อไป โดยมีแนวทางที่น่าสนใจ 3 ด้าน ได้แก่:
1. ด้านองค์ความรู้และเครือข่าย: แนวคิดการจัดทำ Nan International KM เพื่อรวบรวมภูมิปัญญาสล่าสู่ฐานข้อมูลดิจิทัล เชื่อมโยงเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศผ่านเวทีประชุมสัมมนา
2. ด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์: แนวคิดโครงการ Local Craft Global Value ที่เน้นการยกระดับงานคราฟต์น่านร่วมกับดีไซเนอร์สากล เพื่อสร้างประสบการณ์ไมซ์ผ่านนิทรรศการและการจับคู่ธุรกิจ
3. ด้านการเผยแพร่อัตลักษณ์: แนวคิดการยกระดับงาน ของดีเมืองน่าน สู่ Showcase ระดับชาติที่รวบรวมงานฝีมือ 15 อำเภอ เพื่อสร้างการรับรู้และอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าทอและงานสล่าพื้นบ้านอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ โครงการ Co-Creative City Model เป็นโครงการที่ทีเส็บดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละเมืองแล้ว ทีเส็บจะรวบรวมสรุปผลลัพธ์และข้อเสนอแนะจากการระดมสมองของทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอต่อเมืองและภาคีเครือข่ายสำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนดำเนินงานและจัดสรรงบประมาณในการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนต่อไป
13/05/2026
เนื่องในวันพืชมงคล 13 พฤษภาคม 2569🌾
วันสำคัญที่สะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของภาคการเกษตรไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ขอร่วมสืบสานคุณค่าประเพณีไทย พร้อมส่งต่อความหวังและพลังแห่งการเติบโต เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
#วันพืชมงคล
11/05/2026
🌱 “ต้นแบบองค์ความรู้ที่ดี คือรากฐานของความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไมซ์
29 เมษายน 2569 ทีเส็บ จัดงาน MICE Academy Day 2026 ภายใต้แนวคิด “MICE Universe สู่ความยั่งยืน”
ได้สร้างแรงขับเคลื่อนครั้งสำคัญให้กับวงการการศึกษาไมซ์ไทย โดยเฉพาะ “ครูอาจารย์” ผู้มีบทบาทสำคัญในการปั้นคนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม
เวทีนี้ได้รวบรวมองค์ความรู้ เทรนด์ระดับโลก และประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
ถ่ายทอดสู่ภาคการศึกษาอย่างเข้มข้น ตั้งแต่
🔹 แนวคิด “ความยั่งยืนที่วัดผลได้” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตร
🔹 กรณีศึกษาความสำเร็จของอีเวนต์ไทยสู่เวทีโลก
🔹 มุมมองการพัฒนา Venue สู่ Destination อย่างยั่งยืน
🔹 เบื้องหลังการจัดการอีเวนต์ระดับโลก ที่สามารถนำไปใช้เป็น case study ในห้องเรียน
✨ สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงการอัปเดตความรู้
แต่คือการเติม “เครื่องมือ” และ “มุมมองใหม่” ให้ครูอาจารย์ เพื่อนำไปออกแบบการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมในอนาคต เชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ สร้าง ecosystem การเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง
โดยตอกย้ำมาตรฐานการจัดงานแบบ Net Zero และแนวทาง Event Sustainability อย่างเป็นรูปธรรม
🙏🏻ทีเส็บขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่ให้เกียรติเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่คณาจารย์ในสถาบันการศึกษาไมซ์
รวมถึงการต่อยอดสร้างคน สร้างเครือข่าย และสร้างทิศทางใหม่ ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เป็นก้าวสำคัญสู่การผลักดันประเทศไทย 🇹🇭 ให้เป็น ASEAN MICE Education Hub อย่างแท้จริง