26/05/2026
💞เพราะทุกเสียงและทุกการป้องกัน... คือเกราะคุ้มกันภัยที่ดีที่สุดให้แก่เด็ก ๆ
🌻การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เป็นประเด็นระดับโลกที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กในระดับประถมศึกษา ซึ่งผลกระทบนั้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่บาดแผลทางร่างกาย แต่ยังกรีดลึกถึงสภาพจิตใจและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในสังคมระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ร่วมเปิดมุมมอง ค้นหาทางออก และศึกษาแนวทางการป้องกันและฟื้นฟูอย่างถูกต้องรวดเร็ว ผ่านผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ระดับคุณภาพของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาทิ:
🛡️ มิติด้านการป้องกันเชิงรุก: เรียนรู้วิธีการติดอาวุธทางความคิดให้เด็ก ๆ เช่น การสอนเรื่อง "สัมผัสที่ปลอดภัย" และการสร้างทักษะการปฏิเสธอย่างเข้มแข็งด้วยคำว่า "ไม่" (ปราลบ พรมล้วน, 2549; Swarnamala Kantipudi, 2023)
ยึดเกาะความร่วมมือ โรงเรียน ครอบครัว และนักวิชาชีพ: เพราะการป้องกันต้องเริ่มจากรอบด้าน แต่ผลการศึกษาพบว่าสถาบันการศึกษาบางส่วนอาจยังละเลยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ปกครอง (มรกต พุทธศุภะ, 2541)
❤️ การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ: นำพาผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์อันโหดร้ายกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-esteem) และได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกวิธีและเข้าอกเข้าใจ (ศิรินทร์ณา ทัศนียรัตน์, 2554; Swarnamala Kantipudi, 2023)
เพราะสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็ก คือหน้าที่ของพวกเราทุกคน มาร่วมศึกษา เรียนรู้ และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อคืนรอยยิ้มที่สดใสและปลอดภัยให้แก่เด็ก ๆ
📚 ร่วมอ่านและดาวน์โหลดข้อมูลวิทยานิพนธ์และงานวิจัยทั้ง 49 รายการ ฉบับเต็มได้ที่: https://bit.ly/OARAssault
👉 สืบค้นข้อมูลอื่น ๆ ได้ที่ คลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR) https://digiverse.chula.ac.th/
#การล่วงละเมิดทางเพศ
29/04/2026
ศึกษา “การทำงานที่บ้าน” (Work From Home) จากงานวิจัยจุฬาฯ 💻🏡
การทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home จะกลับมาเมื่อโลกอยู่ในภาวะวิกฤตไม่ว่าจากโรคระบาด สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือวิกฤตด้านพลังงานเฉกเช่นสถานการณ์ปัจจุบัน จากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ภาครัฐขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ Work From Home เพื่อร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน
และจากประกาศของจุฬาฯ เรื่อง มาตรการเพื่อประหยัดพลังงานในสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้หน่วยงานภายในจุฬาฯ ได้ปรับรูปแบบการทำงานเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำการ (Work From Anywhere)
💻 จนเกิดเป็นการทำงานในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Working) ขึ้น
โดยผสมผสานระหว่างการทำงานที่สำนักงานและการทำงานระยะไกล (Remote) ไม่จำกัดสถานที่และรูปแบบการทำงาน โดยมีการกำหนดวันที่แน่นอนในการเข้าสำนักงานสำหรับการปฏิบัติงานบริการ การประชุม พิธีการ หรือทำงานเอกสาร เป็นต้น
แต่การ WFH/WFA นั่นสามารถทำให้งานมีประสิทธิภาพเหมือนกับการมาทำงานในออฟฟิศจริงไหม?
✧ องค์ประกอบสำคัญของการทำงานในรูปแบบผสมผสาน ✧
• ความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance)
• การสื่อสาร (Communication) คือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการสื่อสารสำหรับการประชุมผ่านระบบออนไลน์ หรือ แอพลิเคชัน workspace ต่างๆ เพื่อการติดต่อสื่อสารและประสานงานที่ราบรื่น
• การบริหารจัดการเวลา (Time Management)
• การมีวินัยและรับผิดชอบในภาระหน้าที่ของตนเอง (Self-Discipline)
แน่นอนว่าเราทราบกันดีถึงข้อดีของการ WFH/WFA นั้นมีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ
1. การประหยัดทรัพยากร อันได้แก่ น้ำมัน ไฟฟ้า และน้ำประปา
2. การประหยัดเวลาและลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
3. มีเวลาในการจัดการชีวิตมากขึ้น เนื่องจากลดเวลาในการเดินทางไป-กลับที่ทำงาน จึงบริหารระหว่างการทำงานและการทำสิ่งที่รัก ซึ่งก่อให้เกิดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน
4. ลดการเจอกับผู้คนหนาแน่นในชั่วโมงเร่งรีบและการจราจรที่ติดขัด
5. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ การ WFH หรือ Hybrid Working จะประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของงานทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ ว่าพนักงานหรือบุคลากรสามารถทำงานได้เทียบเท่าหรือมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานแบบดั่งเดิมในออฟฟิศหรือไม่ เพราะการทำงานให้มีประสิทธิภาพออกมาได้ดีที่สุด มาจากคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงาน
มาดูกันว่าในคลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR) บนฐานข้อมูล Chula Digiverse ของเรา จะมีวิทยานิพนธ์ งานวิจัย หรือกรณีศึกษาใดเกี่ยวกับการทำงานระยะไกลหรือแบบผสมผสานให้ศึกษาบ้าง ทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณงาน และความพึงพอใจของบุคลากรกับการทำงานรูป Hybrid Working 💻🪴
📄 แอดรวบรวมมาแล้วให้ 11 ชื่อเรื่อง
คลิกลิงก์ได้เลย : https://tinyurl.com/ynwt2fzu
----------------------------------------
"คลังปัญญาจุฬาฯ : CUIR Open to All”
#คลังปัญญาจุฬา
ศึกษา “การทำงานที่บ้าน” (Work From Home) จากงานวิจัยจุฬาฯ 💻🏡
การทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home จะกลับมาเมื่อโลกอยู่ในภาวะวิกฤตไม่ว่าจากโรคระบาด สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือวิกฤตด้านพลังงานเฉกเช่นสถานการณ์ปัจจุบัน จากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ภาครัฐขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ Work From Home เพื่อร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน
และจากประกาศของจุฬาฯ เรื่อง มาตรการเพื่อประหยัดพลังงานในสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้หน่วยงานภายในจุฬาฯ ได้ปรับรูปแบบการทำงานเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำการ (Work From Anywhere)
💻 จนเกิดเป็นการทำงานในรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Working) ขึ้น
โดยผสมผสานระหว่างการทำงานที่สำนักงานและการทำงานระยะไกล (Remote) ไม่จำกัดสถานที่และรูปแบบการทำงาน โดยมีการกำหนดวันที่แน่นอนในการเข้าสำนักงานสำหรับการปฏิบัติงานบริการ การประชุม พิธีการ หรือทำงานเอกสาร เป็นต้น
แต่การ WFH/WFA นั่นสามารถทำให้งานมีประสิทธิภาพเหมือนกับการมาทำงานในออฟฟิศจริงไหม?
✧ องค์ประกอบสำคัญของการทำงานในรูปแบบผสมผสาน ✧
• ความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance)
• การสื่อสาร (Communication) คือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการสื่อสารสำหรับการประชุมผ่านระบบออนไลน์ หรือ แอพลิเคชัน workspace ต่างๆ เพื่อการติดต่อสื่อสารและประสานงานที่ราบรื่น
• การบริหารจัดการเวลา (Time Management)
• การมีวินัยและรับผิดชอบในภาระหน้าที่ของตนเอง (Self-Discipline)
แน่นอนว่าเราทราบกันดีถึงข้อดีของการ WFH/WFA นั้นมีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ
1. การประหยัดทรัพยากร อันได้แก่ น้ำมัน ไฟฟ้า และน้ำประปา
2. การประหยัดเวลาและลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
3. ลดการเจอกับผู้คนหนาแน่นในชั่วโมงเร่งรีบและการจราจรที่ติดขัด
4. ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
5. มีเวลาในการจัดการชีวิตมากขึ้น เนื่องจากลดเวลาในการเดินทางไป-กลับที่ทำงาน จึงมีเวลาบริหารระหว่างการทำงานและการทำสิ่งที่รัก ซึ่งก่อให้เกิดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน
ทั้งนี้ การ WFH หรือ Hybrid Working จะประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของงานทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ ว่าพนักงานหรือบุคลากรสามารถทำงานได้เทียบเท่าหรือมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานแบบดั่งเดิมในออฟฟิศหรือไม่ เพราะการทำงานให้มีประสิทธิภาพออกมาได้ดีที่สุด มาจากคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงาน
มาดูกันว่าในคลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR) บนฐานข้อมูล Chula Digiverse ของเรา จะมีวิทยานิพนธ์ งานวิจัย หรือกรณีศึกษาใดเกี่ยวกับการทำงานระยะไกลหรือแบบผสมผสานให้ศึกษาบ้าง ทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณงาน และความพึงพอใจของบุคลากรกับการทำงานรูป Hybrid Working 💻🪴
📄 แอดรวบรวมมาแล้วให้ 11 ชื่อเรื่อง
คลิกลิงก์ได้เลย : https://tinyurl.com/ynwt2fzu
----------------------------------------
"คลังปัญญาจุฬาฯ : CUIR Open to All”
#คลังปัญญาจุฬา
01/04/2026
ข่าวดี! นิสิตจุฬาฯ ระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีปัญหาในการใช้งานระบบ CU-iThesis โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป นิสิตสามารถติดต่อ และขอรับคำปรึกษา และความช่วยเหลือกับทางทีมสนับสนุนการวิจัย (Research Support Service) หอสมุดกลาง จุฬาฯ ได้เลยครับ ตามช่องทางที่ปรากฎด้านล่างได้เลยครับ
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานระบบ
ติดต่อที่ Research Support Services ได้เลยค่ะ 📝✨
🪄 หมายเหตุ: วันนี้ April Fool's Day ก็จริง แต่เรื่องนี้จริงนะ ไม่หยอกจ้า
Got questions or need a hand with the system? Feel free to reach out to Research Support Services! 📝✨
🪄 Note: It might be April Fool's Day, but we’re not pulling your leg - this is for real!
18/03/2026
รู้ไหมว่า **"วิกฤติการณ์พลังงาน"** คืออะไร? ⚡️🌍
วิกฤติการณ์พลังงาน คือภาวะที่พลังงาน โดยเฉพาะ “น้ำมัน” เกิดการขาดแคลน หรือมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลกระทบจากความไม่สงบหรือสงครามในตะวันออกกลางแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก
⚡️🌍ประเด็นนี้มิใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นซ้ำทุกครั้งเมื่อเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว คลังปัญญาจุฬาฯ ศึกษาข้อมูลจาก วิทยานิพนธ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยวิกฤติการณ์พลังงานและน้ำมัน เพื่อค้นหาว่า ในอดีตประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างไร และมีแนวทางรับมืออย่างไร
🔍พบว่า ตั้งแต่ช่วง ปี 2516 เป็นต้นมา โลก รวมถึงประเทศไทย ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์พลังงานหลายครั้ง อาทิ ปี 2516, 2522, 2533, 2543, 2551 และ 2557 ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดภาวะขาดแคลน จนทำให้ “วิกฤติพลังงาน” กลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน
📉ผลกระทบไม่ธรรมดา! 📉
วิกฤติการณ์เหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก และทำให้ ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย ต้องเจอกับความท้าทายอย่างมาก อาทิ
📈ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และผลผลิตทางเศรษฐกิจลดลง
📈ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ได้แก่ การทำเหมืองแร่, การประมง, การผลิตเหล็ก, วัสดุก่อสร้าง, การก่อสร้าง และการขนส่งต่าง ๆ
💡ที่ผ่านมาเราทำอะไรไปบ้าง? 💡
เมื่อเผชิญกับปัญหานี้ หลายประเทศรวมถึงไทย จึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่:
☑️การประหยัดพลังงาน: มีมาตรการประหยัดพลังงานเกิดขึ้น การรณรงค์ประหยัดพลังงานอย่างจริงจังในทุกภาคส่วน
ค้นหาแหล่งพลังงานใหม่: มีการสำรวจแหล่งพลังงานใหม่ ๆ
☑️พลังงานทางเลือก: เริ่มมีการหาพลังงานอื่นมาใช้ทดแทนน้ำมัน เช่น
☑️ก๊าซธรรมชาติ: ซึ่งเป็นพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศ มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ช่วยลดภาระเรื่องการขนส่งและการเก็บสต็อก รวมถึงการลดต้นทุน และยังเป็นเชื้อเพลิงที่เผาไหม้สมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร
☑️ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG): มีการนำมาใช้กับรถยนต์ ซึ่งช่วยลดมลพิษจากไอเสียและประหยัดเชื้อเพลิง
☑️การวิจัยเรื่อง ไบโอดีเซล (Biodiesel) เช่น น้ำมันปาล์ม ไขมันสัตว์ หรือน้ำมันใช้แล้วผ่านกระบวนการทางเคมี (Transesterification) มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับดีเซลจากปิโตรเลียม สามารถนำมาผสมหรือใช้แทนได้ โดยช่วยลดมลพิษและลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ
🧑🤝🧑ความร่วมมือระหว่างประเทศ: 🧑🤝🧑
ในอดีตเรามีความพยายามสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระดับภูมิภาค
☑️อาเซียนเข้ามามีบทบาทสำคัญ! จาก ปฏิญญาว่าด้วยความสมานฉันท์แห่งอาเซียน ปี 2519 ได้เกิดความร่วมมือด้านพลังงานขึ้น โดยมุ่งเน้นที่ ข้าวและน้ำมัน แม้ว่าในช่วง ปี 2519-2526 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียนจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ในภูมิภาค
☑️ในปี 2526 อาเซียนก็มีข้อตกลงเรื่องการแบ่งปันน้ำมันในยามฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเหลือทั้งประเทศผู้นำเข้าและผู้ผลิตน้ำมันในยามที่เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดด้วย
☑️การแสวงหาความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เช่น ในเอเชียกลาง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต
สรุป: แม้วิกฤติพลังงานจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกที่ผันผวน แต่การลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และการมองหาพลังงานทางเลือกใหม่ๆ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจไทย 🛠️⚡️
***อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
🌱อนรรฆ พิทักษ์ธานิน. (2556). ก่อนจะเป็น ปตท.: ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2489 ถึง 2521 [วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2013.1706
🌱น้ำเพชร พันธุ์พิพัฒน์. (2554). ศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยไบโอแก๊สที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2011.2146
🌱ดลยา เทียนทอง. (2553). การแสวงหาความร่วมมือกับประเทศในเอเชียกลางเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของไทยในอนาคต: รายงานวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://doi.org/10.58837/CHULA.RES.2010.79
🌱ทศพล อภัยทาน. (2548). ผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำมันและนโยบายการเงินแบบกฎของเทย์เลอร์ในประเทศไทย [วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2005.1673
🌱ลดาวัลย์ รามางกูร. (2530). โครงการพลังงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย: รายงานฉบับสมบูรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://doi.org/10.58837/CHULA.RES.1987.25
🌱มัญชรี ฉันทศาสตร์โกศล. (2528). การศึกษาต้นทุนการผลิตแอลกอฮอล์จากพืชผลทางการเกษตร เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง [วิทยานิพนธ์บัญชีมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.1985.437
🌱พรรณพิมล สุวรรณพงศ์. (2526). ความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้อาเซียน: การสำรองเพื่อความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน [วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.1983.417
🌱ประทุมพร วัชรเสถียร. (2517). วิกฤตการณ์น้ำมัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:90356
#วิกฤตการณ์น้ำมัน #วิกฤตการณ์พลังงาน #คลังปัญญาจุฬาฯ #สำนักงานวิทยทรัพยากร #พลังงานทางเลือก
10/03/2026
คลังปัญญาจุฬาฯ ( ) ชีเสิร์ฟอะไรใหม่ๆ 📘
วิทยานิพนธ์ (Theses) และ สารนิพนธ์ (Independent Studies)
ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 738 ชื่อเรื่อง เข้าใหม่และพร้อมให้บริการแล้วววว
💡 Tips : สามารถเลือกตามสาขาวิชา ภาษา ระดับปริญญา คอลเลกชัน และปี ได้ตรง Filter ด้านซ้ายมือเลยน้าา
🔗 เข้าถึงได้ที่ : https://tinyurl.com/ChulaiThesis-Sem1-Y2568
✅ เข้าถึงได้ทุกที่
✅ ไม่ต้อง log in
✅ ประชาชนทั่วไปดาวน์โหลดวิทยานิพนธ์/งานวิจัยฉบับเต็มได้เลย
----------------------------------------
New Arrival 📘
Theses and Independent Studies (IS) of the Academic Year 2025, Semester 1 are finally here!
Over 700 titles on Chula Digiverse are now available for the Chulalongkorn community and the general public.
💡 Tips : You can filter by collection, year, degree level, degree discipline, and language using ‘Filters’ on your left.
🔗 Access now : https://tinyurl.com/ChulaiThesis-Sem1-Y2568
✅ Accessible from everywhere
✅ No log-in needed
✅ Full-text access for all
"คลังปัญญาจุฬาฯ : CUIR Open to All”
#คลังปัญญาจุฬา #วิทยานิพนธ์ #วิทยานิพนธ์จุฬา
06/03/2026
🛠️ คลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR) ปิดระบบเพื่อทำการบำรุงรักษา วันที่ 7-9 มีนาคม 2569 (English below)
📢 เนื่องจากระบบ Chula Digiverse ปิดให้บริการ เพื่อทำการบำรุงรักษา
และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ในวันที่ 7-9 มีนาคม 2569
ส่งผลให้ฐานข้อมูลดังต่อไปนี้
1.คลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR)
2.คลังสารสนเทศประเทศไทยและประชาคมอาเชียน (TAIC & Rarebook)
3.คลังสื่อมัลติมีเดียและวิดีโอบันทึกการเรียนการสอน (Chula Multimedia & e-Lecture)
4.คลังจดหมายองค์กร (สิ่งพิมพ์จุฬาฯ & สนง.วิทยทรัพยากร)
5.คลังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเปิด (Open e-Books) (หนังสือตำรา และรายงานวิจัยฯ หน่วยงานภายนอกจุฬาฯ)
จะไม่สามารถสืบค้น รับชม หรือดาวน์โหลดได้ ระบบจะเปิดกลับมาให้บริการอีกคร้้งในวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 6.00 น. ทั้งนี้หากผู้รับบริการต้องการสอบถาม หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน สามารถติดต่อมายัง 📨
- อีเมล์ [email protected] (สำหรับคลังปัญญาจุฬาฯ /คลังหนังสือฯ แบบเปิด ) หรือ
- อีเมล์ [email protected] (สำหรับคลังอื่นฯ)
🛠️ CUIR System Maintenance Closure — March 7–9, 2026
📢 The Chula Digiverse system will be temporarily closed for maintenance and performance improvements. As a result, services will be unavailable from March 7–9, 2026. The following databases will be inaccessible for searching, viewing, or downloading during this period:
1.Chulalongkorn University Intellectual Repository (CUIR)
2.Thailand and ASEAN Information Center (TAIC & Rarebook)
3.Chula Multimedia & e-Lecture
4.Institutional Archives (Chula U. & Chula Library Publication)
5.Open e-Books (ฺBook Textbook & Resesearch Report outside Chula U.)
Services will resume on March 9, 2026 at 6:00 AM. If you have any inquiries or urgent needs during this period, please contact: 📨
- [email protected] — for CUIR and Open e-Books
- [email protected] — for all other repositories
"คลังปัญญาจุฬาฯ เพื่อประเทศไทย : CUIR Open to All"
25/02/2026
ชมพูพันธุ์ทิพย์ และพรรณไม้อื่นๆ ในรั้วจุฬาฯ 🌸🌳
ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา หลายท่านคงได้สัมผัสกับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง (ที่อาจไม่สอดคล้องกับประเทศอื่นเท่าใดนัก) ซึ่งทำให้ต้นไม้ในจุฬาฯ บางต้น ใบเปลี่ยนสีและร่วงโรย พร้อมกับสายลมเย็นๆ ของปลายปีที่แล้วตลอดจนถึงต้นปีนี้
และในเดือนกุมภาพันธ์ เราคงได้พบกับสีชมพูสะพรั่งของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ในฤดูใบไม้ผลิอันเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้น ความหวัง และทำให้จิตใจของเราพองโตด้วยความงดงามของมัน
ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และอาจจะยาวไปถึงต้นเดือนมีนาคมในบางปีตามแต่สภาพอากาศในของแต่ละปี เป็นช่วงเวลาที่เราจะรู้ว่าต้นไม้ต้นไหนเป็นต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ก็ต่อเมื่อดอกของมันผลิบาน
ก่อนเดือนแห่งความรักและสีชมพูของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์จะผ่านพ้น CUIR ขอเสนอโครงการวิจัย วิทยานิพนธ์ และ eBook เกี่ยวกับ #ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ และพรรณไม้อื่นๆ ในรั้วจุฬาฯ ส่งท้ายเดือนกุมภาพันธ์ ดังนี้ 💗
1. การเปลี่ยนแปลงของสังคมไม้ยืนต้นในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่าง พ.ศ. 2556-2566 / ยลมน นามประเทือง
โครงการวิจัยที่สำรวจจำนวนต้นชมพูพันธุ์ทิพย์และไม้ยืนต้นอื่นๆ ในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเป็นการปรับปรุงข้อมูลและเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายพัฒนาพื้นที่สีเขียว โดยจากข้อมูลปี 2566 คณะวิทยาศาสตร์มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ทั้งหมด 10 ต้น → แล้วในปี 69 นี้ ทั้งจุฬาฯ มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์กี่ต้นกันนะ? 🌸
✿ URL : https://doi.org/10.58837/CHULA.SP.2022.73
2. ความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพการใช้น้ำกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมของพรรณไม้ในเมืองในพื้นที่สีเขียวเขตเมือง บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / นิศาชล กุลสิริลักษณ์
วิทยานิพนธ์จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ที่ศึกษาประสิทธิภาพของการดูดซับคาร์บอนต่อปริมาณน้ำของพันธุ์ไม้เด่นๆ 3 ชนิด โดยหนึ่งในนั้นคือ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ โดยการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ศึกษาในพื้นที่สีเขียวในเมืองแห่งอื่น ๆ และยังสามารถประยุกต์ใช้วิธีการศึกษานี้เพื่อคัดเลือกพันธุ์ไม้ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย 🌱
✿ URL : https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2022.1306
3. พรรณไม้ในอุทยานจามจุรี / ศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ บุญเกิด และคณะ
หนังสือที่นำเสนอตัวอย่าง ภาพถ่าย ชื่อทางวิทยาศาสตร์ และข้อมูลอย่างย่อของพรรณไม้งดงามนานาชนิดในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเก็บรวบรวมไว้ให้เป็นประจักษ์ถึงความงามและความสำคัญของต้นไม้ 🌳
✿ URL : https://doi.org/10.58837/CHULA.BOOK.2013.10
----------------------------------------
"คลังปัญญาจุฬาฯ : CUIR Open to All”
#ชมพูพันธุ์ทิพย์ #ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ #ต้นไม้ในจุฬาฯ
29/11/2025
📢 ประกาศ!!! ปิดเว็บไซต์คลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR) เดิม 📢
สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอปิดเว็บไซต์คลังปัญญาจุฬาฯ (ระบบเดิม) URL: https://cuir.car.chula.ac.th ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ผู้ใช้บริการ CUIR ระบบเดิม สามารถไปใช้บริการคลังปัญญาจุฬาฯ ระบบใหม่ ได้ที่ url: https://digiverse.chula.ac.th
หากพบปัญหาในการใช้งาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ส่งข้อความปัญหาและข้อเสนอแนะผ่านทางเฟสบุ๊คคลังปัญญาจุฬาฯ ได้เลยครับ
11/11/2025
🎗 พระราชดำรัส “คำแม่” ที่สอนให้ประชาชนได้คิด ได้เรียนรู้ และได้ปฏิบัติ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อสนองพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ว่า
💙 “ทุกข์สุขของพสกนิกร ก็คือทุกข์สุขของพระองค์เองด้วย” 💙
ไม่ว่าประเทศชาติจะอยู่ในภาวะสงบหรือยามวิกฤติ พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทุกปี เปรียบเสมือน “คำแม่” ที่ทรงประทานข้อคิดและแนวทางแห่งชีวิตแก่พสกนิกร เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญในทุกด้านของชีวิต
📖 จากการศึกษาของ ทิพย์สุดา อิ่มใจ เรื่อง “วาทวิเคราะห์พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา (พ.ศ. 2510–2548)” พบว่า พระราชดำรัสของพระองค์ประกอบ
ด้วยแนวคิดสำคัญ ได้แก่
📍 พระราชกรณียกิจ ร้อยละ 30.93
📍 คุณธรรม ร้อยละ 27.84
📍 เหตุการณ์บ้านเมือง ร้อยละ 14.42
📍 สถาบันพระมหากษัตริย์ ร้อยละ 10.31
📍 สถาบันชาติและศาสนา ร้อยละ 4.12
ด้านกลวิธีการสื่อสาร พระองค์ทรงใช้ทั้งการสื่อสารเชิงอารมณ์และเชิงเหตุผลอย่างผสมผสาน สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถทางวาทศิลป์ และพระราชภารกิจที่ทรงดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับบริบทของบ้านเมืองในแต่ละยุค
📚 อ่านวิทยานิพนธ์ฉบับเต็มได้ที่
ทิพย์สุดา อิ่มใจ. (2548). วาทวิเคราะห์พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา (พ.ศ. 2510–2548) [วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ
👉 https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2005.400
29/10/2025
ในช่วงทศวรรษ 1970-1980 (พ.ศ. 2513-2523) สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนได้เผชิญกับปัญหาลัทธิคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน ตามทฤษฎีล้มตามกัน (Domino Theory) เห็นได้ชัดจาก จากกรณีเวียดนามยึดครองกัมพูชา และกรณีลาวแตก ส่งผลให้ประเทศไทยต้องรับมือกับการทะลักทะลายของผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน อันสั่นทอนความมั่นคงและความหวาดระแวงในประเทศ
แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น การเสด็จพระราชดำเนินไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 🕊️
ยังส่งผลให้เกิดขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะในภาคอีสาน
ซึ่งเป็นที่มาของ #มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ แม้ว่าวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อให้ราษฎรได้หลุดพ้นจากความยากจนด้วยการพระราชทานอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ แต่จากวิทยานิพนธ์ของ ดลยา เทียนทอง (2554) กลับพบว่า ผลจากกิจกรรมดังกล่าว มิใช่เพียง การสนับสนุนให้เกิดอาชีพ เกิดมีรายได้เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก สร้างคุณค่าให้แก่ผลงานที่เกิดขึ้นเท่านั้น
แต่ยังก่อให้เกิด 💙 การเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนชาวอีสานอย่างครอบคลุมและมีดุลยภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ และที่สำคัญเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถกับประชาชนในชนบท รวมทั้งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นแน่นแฟ้นมากขึ้น สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งการหลอมรวมให้เกิดความรัก ความสามัคคีและการมีส่วนร่วมกันในทุกระดับตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น และระดับชาติ 💙
📖 อ่านวิทยานิพนธ์ฉบับเต็มได้ที่ :
>> มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถกับการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยช่วงทศวรรษที่ 1970-1980 / ดลยา เทียนทอง
🔗 URL: https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2017.538