03/06/2026
📍ผบ.ตร. สั่งเร่งช่วยนักศึกษาสาวชาวจีนเหยื่อ “ลักพาตัวเสมือนจริง” ตำรวจไทยแกะรอยช่วยได้อย่างปลอดภัย หลังถูกสแกมเมอร์ข้ามชาติหลอกจัดฉากเรียกค่าไถ่ 12.5 ล้านบาท
🗓️วันนี้ (3 มิถุนายน 2569) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการช่วยเหลือนักศึกษาสาวชาวจีน อายุ 21 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบ “ลักพาตัวเสมือนจริง” (Virtual Kidnapping) หลังถูกกลุ่มสแกมเมอร์บงการให้จัดฉากการถูกลักพาตัวและเรียกค่าไถ่จากครอบครัวเป็นเงินรวมกว่า 12.5 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะสามารถติดตามตัวและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย
คดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.1 บก.ปคม.) เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้เสียหายโดยทันที ภายหลังได้รับการประสานจาก Hong Kong Police Force (HKPF)
สืบเนื่องจาก Miss WANG (นางสาวหวัง) อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวชาวจีน ได้หายตัวไปภายหลังเดินทางเข้าประเทศไทย โดยครอบครัวเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ต่อมาบิดาของผู้เสียหายได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากชายไม่ทราบชื่อที่อ้างว่าควบคุมตัวบุตรสาวไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 12.5 ล้านบาท และส่งภาพผู้เสียหายถูกมัดตัว มีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ครอบครัวเกิดความวิตกกังวลและเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง ก่อนประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอความช่วยเหลือ
จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ขอเงินจากบิดา โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานทางการเงินเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้บิดาหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร Bank of China ของผู้เสียหาย รวมจำนวน 1.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 5.8 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่เงินดังกล่าวจะถูกโอนกระจายไปยังบัญชีอื่นหลายบัญชี ซึ่งเชื่อว่าเป็นบัญชีม้าของเครือข่ายสแกมเมอร์
ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางออกจากฮ่องกงเพียงลำพัง โดยสายการบิน Hong Kong Airlines เที่ยวบิน HX767 และเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 02.36 น. ก่อนเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมที่ผู้เสียหายเข้าพัก พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด จนพบข้อพิรุธสำคัญว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าพักเพียงลำพัง และไม่พบบุคคลอื่นเข้าออกห้องพักตามที่ถูกกล่าวอ้าง
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้เสียหายได้ว่าจ้างรถรับจ้างให้พาไปซื้อเชือกสายรัด มีด สีทาตัว และลิปสติกสีแดง ก่อนนำอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมาจัดฉากสร้างร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกายและถูกลักพาตัว พร้อมบันทึกภาพและวิดีโอส่งให้กลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือกดดันครอบครัวในการเรียกค่าไถ่
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยจนทราบว่าผู้เสียหายได้ย้ายไปพักยังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ภาพหนังสือเดินทางปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพส่งมาให้ผ่านช่องทางออนไลน์ในการเช็กอินเข้าพัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวมาสอบปากคำและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายตกอยู่ภายใต้การควบคุมทางจิตวิทยาของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ ข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม ก่อนบงการให้ตัดการติดต่อกับครอบครัว เดินทางไปยังสถานที่ที่กำหนด และจัดฉากเสมือนถูกลักพาตัว เพื่อนำภาพและคลิปวิดีโอไปใช้หลอกเรียกค่าไถ่จากญาติ ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่เรียกว่า “Virtual Kidnapping” หรือ “ลักพาตัวเสมือนจริง” ที่กำลังพบในหลายประเทศทั่วโลก
✨พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเทคโนโลยีและการควบคุมทางจิตวิทยาในการหลอกลวงเหยื่อ แม้จะยังไม่มีการลักพาตัวจริง แต่ความเสียหายและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายและครอบครัวเป็นเรื่องจริง และในบางกรณีอาจมีการหลอกลวงผู้เสียหายให้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการถูกค้ามนุษย์ กรณีดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ความร่วมมือกับตำรวจฮ่องกงอย่างใกล้ชิดในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักษณะนี้อีก
การช่วยเหลือผู้เสียหายในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศในการคุ้มครองความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย อันเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
📢 สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากได้รับการติดต่อในลักษณะข่มขู่ให้โอนเงิน ตัดการติดต่อกับครอบครัว หรือเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพียงลำพัง ขอให้ตั้งสติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับครอบครัวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือประสงค์ขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศตคมตร
#ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์
#เตือนภัย #ปราบรามการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
29/05/2026
📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การดำเนินงานของ ศตคม.ตร. จับมือ สหรัฐฯ-UNODC ปั้น “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์! 👮♂️✨
🗓️วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เป็นประธานเปิดโครงการและบรรยายพิเศษในโครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” (Anti-Scam and Forced Criminality Youth Ambassador Program : MEDIA CAMP) ณ ห้องแจ้งยอดสุข ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้มี นางเอเมีย เอส. แบรนดอม-สกินเนอร์ (Amyre S. Brandom-Skinner) ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ นางรีเบคก้า มิลเลอร์ (Rebecca Miller) ผู้ประสานงานระดับภูมิภาคด้านการค้ามนุษย์และการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐาน สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เข้าร่วมพิธีเปิด
ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ โดยใช้กลลวงหลอกลวงบุคคลให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ก่อนถูกบังคับให้กระทำความผิดหรือถูกใช้แรงงานภายใต้สภาพที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศ
ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดโครงการดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้เป็นเครือข่ายผู้นำด้านการสื่อสารสาธารณะในการป้องกันการค้ามนุษย์และการหลอกลวงไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์
✨พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การป้องกันมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปราบปราม เนื่องจากทรัพยากรบุคคลคือปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ หากประชาชนมีความรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ขบวนการดังกล่าวก็จะสูญเสียกำลังคนและอ่อนกำลังลงในที่สุด
“ความตระหนักรู้ คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและขยายผลสู่สังคมในวงกว้าง”
โครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” ได้รับความสนใจจากเยาวชนอายุ 18–30 ปี จากประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน สมัครเข้าร่วมกว่า 1,400 คน ก่อนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือเพียง 60 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตลอด 3 วัน โดยแบ่งการเรียนรู้เป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
❇️Awareness & Empathy เรียนรู้สถานการณ์การค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้รอดชีวิต เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
❇️Skill & Creation ฝึกทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ การเล่าเรื่อง การเขียน Storyboard และการผลิตสื่อวิดีโอ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อสารมวลชน
❇️Presentation & Action นำเสนอผลงานรณรงค์ต่อคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาสื่อให้สามารถนำไปใช้สร้างการรับรู้และป้องกันการค้ามนุษย์ในสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✨โครงการ “ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และองค์การสหประชาชาติ ในการสร้างเครือข่ายเยาวชนผู้มีบทบาทในการป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมเป็น “กระบอกเสียง” ถ่ายทอดความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อลดจำนวนเหยื่อและตัดวงจรการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ #ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์
#ต่อต้านการค้ามนุษย์ #ปราบสแกมเมอร์
19/05/2026
📍ผบ.ตร. สั่งขยายผลเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติ - รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่พิษณุโลกติดตามคดี
- วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ (18 พฤษภาคม 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ศตคม.ตร. ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายตำรวจอาเซียน ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งจากผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย เหตุขอความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียถูกนำตัวเข้ามาพักคอยในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมลักลอบเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดน จึงสั่งการให้มีการติดตามช่วยเหลือ โดยตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก
ผลการตรวจค้นพบคนไทย 2 ราย ชาวอินโดนีเซีย 3 ราย แบ่งเป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย และชาวจีน 1 ราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน เพื่อนำตัวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเบื้องต้นจากการคัดกรอง ยังไม่พบว่าชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 ราย เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทั้งหมดให้ข้อมูลว่าเคยทำงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนมีผู้นำพาลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนแม่สอด
จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าทางคดีและการสืบสวนขยายผลด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกำชับให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลถึงเครือข่าย ผู้นำพา นายหน้า และผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการลักลอบนำพาชาวต่างชาติและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติยังคงมีความพยายามเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครือข่ายผู้ประสานงานและผู้นำพาในหลายพื้นที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
.
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างยกระดับการใช้เทคโนโลยีและระบบ AI สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามเส้นทางการเคลื่อนไหวของเครือข่ายข้ามชาติ รวมถึงสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และกวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติอย่างเข้มงวดต่อไป
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศตคมตร
#ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์
#เตือนภัย #ปราบรามการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
08/05/2026
📢 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน แถลงความสำเร็จหลังหารือทางการสหรัฐอเมริกา เดินหน้ายกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
📍 วันนี้ (8 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) พร้อมด้วย นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ และ นางสาวโสภณา บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการและผลการหารือร่วมกับทางการสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ณ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
🤝 ทั้งนี้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 21–25 เมษายน 2569 ผู้แทนทางการไทยได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าพบหน่วยงาน TIP Office ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลและจัดระดับ Tier ของสหรัฐอเมริกา โดยได้นำเสนอผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ
💬 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร. กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้เน้นย้ำถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ชื่นชมประเทศไทยในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) ที่บูรณาการร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม และเตรียมนำไปเป็นต้นแบบ รวมถึงชื่นชมความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ FBI ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการอายัดทรัพย์สิน ซึ่งส่งผลดีต่อการประเมินระดับ Tier ของประเทศไทย
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยังได้รายงานกับสหรัฐฯ ถึงกรณีการตรวจสอบภายหลังการทลายฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งพบผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกับนานาประเทศในการรวบรวมพยานหลักฐาน พบข้อมูลเกี่ยวกับการกักขังหน่วงเหนี่ยว การทรมาน และการบังคับใช้แรงงาน รวมถึงพบอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม
🛡️ สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการเชิงรุกใน 2 มิติ ได้แก่
🔹 1. ป้องกันไม่ให้มีฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อคนไทย
🔹 2. สกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อหลอกลวงเหยื่อชาวต่างชาติเข้าไปยังประเทศที่สาม
🌐 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเปิดตัวระบบ “Shield” เพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลและเส้นทางการเงินของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์กับนานาประเทศแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับวอร์รูมสู่ระดับนานาชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่นี้ร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่พบฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ภายในประเทศ และหากพบการลักลอบใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการ จะดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดทุกราย
📈 ด้าน นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ Tier 2 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และมีพัฒนาการสำคัญในการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report : TIP Report) ซึ่งเป็นรายงานประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทางการสหรัฐฯ ได้กล่าวชื่นชมหน่วยงานของไทยที่มีการบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพ มีการบังคับใช้กฎหมายใหม่ พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และมีสถิติการจับกุมที่เข้มข้น
💻 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Online Scam) ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นกระบวนการติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย
ขณะที่ นางสาวโสภณา บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานในฐานะทีมสหวิชาชีพ ได้ดำเนินการเชิงรุกในการคัดแยกและระบุตัวผู้เสียหายจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงหางานออนไลน์ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายอย่างเป็นระบบและมืออาชีพ
✨ ทั้งนี้ การหารือร่วมกับทางการสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ได้รับความชื่นชมจากสหรัฐฯ ต่อการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงานในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อประเทศไทยในการประเมินการจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ เนื่องจากไทยมีความพยายามในการป้องกัน การปราบปราม และการคัดแยกเหยื่ออย่างจริงจังและต่อเนื่อง
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศตคม #ค้ามนุษย์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #อาชญากรรมข้าม
29/04/2026
📍สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน บูรณาการความร่วมมือสหรัฐอเมริกา ยกระดับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติและการค้ามนุษย์ มุ่งเป้า Tier 1 🇹🇭🇺🇸
พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ พลตำรวจเอก ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูง ประกอบด้วย นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และภาคประชาสังคม เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 21 - 25 เม.ย.69 เพื่อเข้าร่วมการประชุมและชี้แจงผลการปฏิบัติงานของประเทศไทย ในด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชน
การยกระดับความร่วมมือระดับทวิภาคี
ในการเดินทางครั้งนี้ คณะผู้แทนจากประเทศไทยได้เข้าหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยรับทราบถึงนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งเน้นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของพลเมืองอเมริกันมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 193,935 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา โดยพบว่าฐานปฏิบัติการหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงประชากรจากกว่า 40 ประเทศ รวมถึงคนไทย เพื่อนำไปบังคับใช้แรงงานในการหลอกลวงข้ามชาติ
ทางด้าน นางจานีน พีร์โร (Jeanine Pirro) อัยการเขตปกครองโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา และหัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์หลอกลวงข้ามชาติ (Scam Center Strike Force) ซึ่งรับคำสั่งตรงจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ
รศ.พล.ต.อ.ดร.ธัชชัยฯ ที่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ Warroom IAC ซึ่งสามารถบูรณาการข้อมูลร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ นำไปสู่การอายัดบัญชีและติดตามทรัพย์สินคืนสู่ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) ที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดและยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก
การเปิดเผยข้อมูลสำคัญด้านการสืบสวนอาชญากรรมร้ายแรง
ในการประชุมหารือ รศ.พล.ต.อ.ดร.ธัชชัยฯ ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการข่าวและการสืบสวน กรณีการทลายฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่บริเวณชายแดนช่องจอม ประเทศกัมพูชา ซึ่งพบกลุ่มบุคคลหลากหลายสัญชาติกว่า 10,000 คน ที่ถูกหลอกลวงและบังคับใช้แรงงานในลักษณะ Romance Scam และการหลอกลวงให้ลงทุน นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบหลักฐานสำคัญที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ได้แก่ บัญชีรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของพลเมืองอเมริกันที่เป็นเป้าหมายกว่า 10,000 ราย ตลอดจนการค้นพบสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายห้องคุมขัง อุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ในการทรมานผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง รวมถึงห้องเอกซเรย์และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ซึ่งนำไปสู่ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ในตลาดมืด หรือการทดลองที่ผิดหลักจริยธรรม ซึ่งทางการสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และได้ตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือทางการข่าวและการสืบสวนร่วมกับทางการไทย เพื่อขยายผลถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศกัมพูชาต่อไป
เป้าหมายการประเมิน Tier 1 และการเปิดตัวระบบ "SHIELD"
คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าหารือร่วมกับ นายเกบ เอโม (Mr. Gabe Amo) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และสมาชิกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนกฎหมายเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ รวมถึง นายเดวิด วิลเลี่ยมส์ (Mr.David Williams) เจ้าหน้าที่อาวุโส กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และ นางเรเชล เอ็ม. พอยน์เตอร์ (Mrs. Rachel M. Poynter) รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานติดตามและต่อต้านการค้ามนุษย์ (TIP Office) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งรับผิดชอบในการประเมินระดับ Tier ของประเทศไทยในปีนี้ โดยได้ชี้แจงถึงความมุ่งมั่นและผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมของไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับ Tier 2 ต่อเนื่องมา 4 ปี โดยตั้งเป้าหมายที่จะได้รับการยกระดับสู่ Tier 1 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ
รศ.พล.ต.อ.ดร.ธัชชัยฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า "เพื่อเป็นการตอกย้ำจุดยืนของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ในเดือนมิถุนายน ศกนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการเปิดตัวระบบ SHIELD ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ โดยมีประเทศภาคีเครือข่ายเข้าร่วมมากกว่า 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งระบบดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันไม่ให้พลเมืองไทยและพลเมืองของชาติต่างๆ ตกเป็นเหยื่อในการถูกฉ้อโกงออนไลน์ และถูกหลอกลวงไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย รศ.พล.ต.อ.ดร.ธัชชัยฯ ยืนยันว่าประเทศไทยจะทำการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้านให้สิ้นซากและจะไม่ยอมเป็นทางผ่านของขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด"
#ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ความร่วมมือไทยสหรัฐ #ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์
28/04/2026
📢 ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเบาะแสคดีค้ามนุษย์ (TATIP RTP)📍
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ มุ่งมั่นปราบปรามและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลเบาะแส หรือเหตุการณ์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นการค้ามนุษย์ ผ่านระบบออนไลน์
📌พบเจอพฤติกรรมเข้าข่ายการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะ..
❌บังคับใช้แรงงาน
❌การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี
❌การบังคับขอทาน หรือใช้แรงงานเด็ก
❌ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ
แจ้งผ่านระบบ TATIP ดีอย่างไร?
🔹 สะดวก: แจ้งได้ทุกที่ผ่านมือถือ
🔹 รวดเร็ว: ข้อมูลส่งตรงถึงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
🔹 ปลอดภัย: มีระบบจัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับ
✅อย่ารอให้ความเสียหายขยายวงกว้าง ข้อมูลของคุณเพียงเล็กน้อยอาจช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ ‼️
🔗 แจ้งเบาะแสได้ที่: https://humantrafficking-report.police.go.th/reporting
หรือสแกน QR Code ที่ปรากฏในรูปภาพ
ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศตคมตร #ตำรวจไทย #แจ้งเหตุออนไลน์ #การค้ามนุษย์ #เบาะแส #แจ้งเบาะแส
28/04/2026
📍ศตคม.ตร. บูรณาการร่วมภาคี ตรวจเข้มเรือขนส่งสินค้าตามมาตรฐานสากล MLC 2006 & ILO 188 🚢
📅 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศตคม.ตร. ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม ประกอบด้วย:
✅ กระทรวงแรงงาน (กรมการจัดหางาน)
✅ กรมเจ้าท่า
✅ ตำรวจน้ำ และ บก.ปคม.
✅ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
✅ ผู้แทนจาก Stella Maris Thailand (NGO)
🔍 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจเยี่ยมและตรวจสอบเรือ M.V.SEITA MARU (สัญชาติ MARSHALL ISLANDS) เพื่อป้องปรามการใช้แรงงานบังคับและการละเมิดสิทธิในภาคการเดินเรือ โดยเน้นย้ำมาตรฐานสูงสุดตาม:
• อนุสัญญาแรงงานทางทะเล (MLC, 2006)
• อนุสัญญา ILO ฉบับที่ 188 (Work in Fishing)
▶️จากการสัมภาษณ์ลูกเรือโดยตรงและการตรวจเอกสารด้านสวัสดิการ สภาพความเป็นอยู่ ยาและการรักษาพยาบาล รวมถึงระบบความปลอดภัย "พบว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย" ไม่มีการใช้แรงงานบังคับหรือการค้ามนุษย์ ลูกเรือได้รับค่าจ้างตรงเวลา และมีคุณภาพชีวิตบนเรือตามมาตรฐานสากล
📌หากพบเห็นเหตุการณ์ หรือตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อย่าเพิกเฉย!
☎️ โทรสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ (TATIP RTP)
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศตคมตร
#ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์
#ประมง #แรงงาน #เตือนภัย
#แรงงานทางทะเล
04/04/2026
📢 ยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ✨
ถ้าคุณคือคนรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 18 - 30 ปี ที่กำลังมองหา "เวทีปล่อยของ" เพื่อสร้างอิมแพคระดับสากลที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน โครงการยุวทูตต่อต้านการค้ามนุษย์ (Anti-Scam and Forced Criminality Youth Ambassador Program) คือคำตอบ! นี่ไม่ใช่แค่ค่ายทำสื่อทั่วไป แต่คือพื้นที่สำหรับ New Gen ที่อยากเห็นโลกความจริงว่า "ขบวนการสแกมเมอร์หลอกลวงคนอย่างไร และเราจะใช้สื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร"
มาร่วมสร้างความแตกต่าง พร้อมรับประสบการณ์สุด Exclusive ที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็น "ยุวทูต" ที่พร้อมใช้สื่อเป็นอาวุธปกป้องสังคมในโลกความจริงกัน!
🎁 โครงการนี้ให้อะไรกับคุณบ้าง? (และทำไมถึงห้ามพลาด!)
• Real Impact Insights: เจาะลึกเบื้องหลัง "โฆษณาจัดหางานปลอม" และปัญหาการค้ามนุษย์ใน Scam Centers จากประสบการณ์จริง
• Real Media Pitching: ลงมือคิดไอเดีย ผลิตสื่อรณรงค์ และนำเสนอ (Pitching) เพื่อตัดวงจรการหลอกลวงตั้งแต่ต้นทาง
• High-Value Networking: พบปะและสร้างคอนเนคชั่นระดับนานาชาติกับเพื่อนกลุ่ม Talent จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) รวมถึง mentorship ในการทำสื่อจากผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายหลังจากจบโครงการฯ
• World-Class Endorsement: โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ของ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย UNODC และ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) พร้อมรับประกาศนียบัตร หลังจบโครงการ
📌 ข้อมูลการสมัคร (เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย)
• สิ่งที่ได้รับ: ฟรี! ค่าที่พัก อาหาร และตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ (สำหรับผู้เข้าร่วมใน SEA)
• กลุ่มเป้าหมาย: เยาวชน/ นักศึกษา/ คนรุ่นใหม่ อายุ 18 - 30 ปี ที่มีทักษะ/ประสบการณ์ด้าน Media Production หรือมีความสนใจในประเด็นการต่อต้านการค้ามนุษย์และการหลอกลวงออนไลน์ (โดยต้องเข้าร่วมได้เต็มเวลาทั้ง 3 วัน)
• วันจัดกิจกรรม: 29 - 31 พฤษภาคม 2026 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ
• ระยะเวลารับสมัคร: ตั้งแต่วันนี้ – 8 พฤษภาคม 2026
• ประกาศผลทางอีเมล ภายใน 15 พฤษภาคม 2026
• มีล่ามสดแปล ภาษาไทย-อังกฤษ ตลอดโครงการ
👇 สแกน QR Code บนรูป หรือ สมัครได้ที่ ลิงก์ในคอมเมนต์เลย!
📣 ติดตามข่าวสารและร่วมขับเคลื่อนสังคมได้ที่:
28/03/2026
📍เมื่อวันที่ 27 มี.ค.69
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร
ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจเรือในภาคอุตสาหกรรมประมง สินค้าห้องเย็น และห่วงโซ่อุปทานซีฟู้ด รวมถึงเรือปลาทูน่า เพื่อป้องปรามการใช้แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ และการละเมิดสิทธิแรงงานในภาคการเดินเรือและประมงทะเลอย่างเป็นรูปธรรม
การตรวจครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่
• ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.)
• กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน
• กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
• สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน
• ตำรวจน้ำ
• บก.ปคม.
• สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
• รวมถึงผู้แทนจาก Stella Maris Thailand ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคม
การตรวจครอบคลุมประเด็นสำคัญตามมาตรฐานสากล ได้แก่
- การปฏิบัติตามอนุสัญญาแรงงานทางทะเล Maritime Labour Convention, 2006 (MLC, 2006)
- การตรวจตาม ILO Convention No.188 (Work in Fishing Convention)
- การคุ้มครองแรงงาน สภาพการจ้าง
ค่าจ้าง และสวัสดิการ
การสัมภาษณ์ลูกเรือโดยตรง
การตรวจสภาพการทำงาน ความเป็นอยู่ ความปลอดภัย การฝึกอบรม ยาและการรักษาพยาบาล
การตรวจเอกสารด้านการเดินเรือและแรงงานโดยกรมเจ้าท่า สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยได้ดำเนินการตรวจเรือจำนวน 2 ลำ ได้แก่
1. HENG HONG 11 สัญชาติจีน
2.SHIN HO CHUN NO.102 สัญชาติปานามา
ผลการตรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ไม่พบการใช้แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ หรือการละเมิดสิทธิแรงงาน ลูกเรือได้รับค่าจ้างตรงตามกำหนด สภาพการทำงานและระบบความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศกำหนด
ในการตรวจครั้งนี้ ได้มีการมอบข้อมูล ช่องทางการร้องเรียนและขอความช่วยเหลือแก่ลูกเรืออย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถติดต่อหน่วยงานของรัฐในประเทศไทยได้โดยตรง หากประสบปัญหาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สะท้อนถึงความตั้งใจของประเทศไทยในการสร้างระบบคุ้มครองแรงงานที่เข้าถึงได้จริง และสามารถใช้งานได้ในภาคสนาม
นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของ Stella Maris Thailand ยังเป็นการเสริมกลไกการคุ้มครองแรงงานทางทะเลในมิติด้านมนุษยธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการดูแลช่วยเหลือลูกเรืออย่างใกล้ชิด
การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความเข้มงวด ความจริงจัง และการบูรณาการของประเทศไทย ในการคุ้มครองแรงงานทางทะเล และเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า
> ท่าเรือและน่านน้ำภายใต้เขตอำนาจของประเทศไทย จะไม่เป็นพื้นที่ปลอดการตรวจสอบ (safe haven) สำหรับการใช้แรงงานบังคับหรือการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ
ประเทศไทยยึดมั่นในหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด
ประเทศไทยได้พัฒนาระบบ การบูรณาการข้ามหน่วยงาน อย่างเป็นรูปธรรม ผสานการทำงานของหน่วยบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านแรงงาน การเดินเรือ ประมง สาธารณสุข และภาคประชาสังคม เพื่อให้การตรวจเรือ การตรวจแรงงาน และการคุ้มครองลูกเรือเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ปฏิบัติงาน ไม่ใช่เพียงในเชิงเอกสารหรือการรายงาน
โดยมีหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน คือ
➖การตรวจสอบสภาพการจ้าง ค่าจ้าง และสวัสดิการอย่างตรงไปตรงมา
➖การสัมภาษณ์แรงงานโดยตรง เพื่อให้เสียงของลูกเรือได้รับการรับฟัง
➖การยืนยันสิทธิในการร้องเรียนและการเข้าถึงความช่วยเหลือโดยไม่ถูกคุกคาม
➖การจัดให้มีช่องทางติดต่อฉุกเฉินและกลไกคุ้มครองที่แรงงานสามารถใช้ได้จริง
➡️ หากพบเห็นเหตุการณ์ หรือตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อย่าเพิกเฉย!
☎️ โทรสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ (TATIP RTP)
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศตคมตร
#ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์
#ประมง #แรงงาน #เตือนภัย
#แรงงานทางทะเล