05/06/2026
[English Below]
เวียดนามจะเป็นเจ้าภาพการประชุม ASEAN Future Forum 2026
เวียดนามจะเป็นเจ้าภาพการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 (AFF 2026) ที่กรุงฮานอย ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “ร่วมกันสร้างอนาคตของเรา: สันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการมุ่งเน้นประชาชน” การประชุมครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับสูง ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ตัวแทนภาคธุรกิจ และเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของอาเซียนและความร่วมมือในระดับภูมิภาค
AFF 2026 จะต่อยอดจากความสำเร็จของการประชุมครั้งก่อนๆ โดยจะเป็นเวทีสำหรับการสนทนาเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสสำคัญที่ภูมิภาคกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงความเป็นเอกภาพและความยืดหยุ่นของอาเซียน สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความมั่นคงด้านพลังงาน และเทคโนโลยีเกิดใหม่ คาดว่าการประชุมครั้งนี้จะสร้างแนวคิดและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สนับสนุนการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 และมีส่วนช่วยให้อาเซียนมีความเชื่อมโยง ยืดหยุ่น และเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น
ที่มา: Vietnam Ministry of Foreign Affairs, ASEAN Future Forum, VTV, VOV
Vietnam to Host ASEAN Future Forum 2026
Vietnam will host the 3rd ASEAN Future Forum (AFF 2026) in Hanoi on 9–10 June 2026 under the theme “Shaping Our Shared Future Together: Peace, Prosperity and People-Centred.” The forum will bring together senior leaders, policymakers, scholars, business representatives, and youth from ASEAN Member States and partner countries to exchange views on the future of ASEAN and regional cooperation.
Building on the success of previous editions, AFF 2026 will serve as a platform for dialogue on key challenges and opportunities facing the region, including ASEAN unity and resilience, peace and security, sustainable development, energy security, and emerging technologies. The forum is expected to generate ideas and policy recommendations that support the implementation of the ASEAN Community Vision 2045 and contribute to a more connected, resilient, and prosperous ASEAN.
Source: Vietnam Ministry of Foreign Affairs, ASEAN Future Forum, VTV, VOV
05/06/2026
ASEAN Insight : ASEAN @ 60 เตรียมพร้อมสู่อนาคตดิจิทัล สีเขียว และยั่งยืน
แม้อาเซียนจะก้าวสู่การครบรอบ 60 ปีอย่างเป็นทางการในปี 2570 แต่การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้
ตลอดเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา อาเซียนได้พัฒนาจากกลุ่มความร่วมมือของ 5 ประเทศผู้ก่อตั้ง สู่ประชาคมที่มีสมาชิก 10 ประเทศ มีประชากรกว่า 680 ล้านคน และเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการปฏิวัติทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร ตลอดจนการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น ทำให้อาเซียนต้องเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตมากกว่าที่เคย
หนึ่งในก้าวสำคัญคือการผลักดัน “ASEAN Community Vision 2045” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวฉบับใหม่ของภูมิภาค ที่มุ่งสร้างอาเซียนให้เป็นประชาคมที่มีความยืดหยุ่น มีนวัตกรรม สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
ด้านเศรษฐกิจ อาเซียนอยู่ระหว่างเร่งจัดทำ “Digital Economy Framework Agreement (DEFA)” หรือกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานและกติกาที่เอื้อต่อการค้า การลงทุน และบริการดิจิทัลข้ามพรมแดน โดยถูกมองว่าอาจเป็นข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก
ขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกยังร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ผ่านความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ อาเซียนยังคงยึดมั่นในหลักการ “ASEAN Centrality” หรือการเป็นแกนกลางของสถาปัตยกรรมความร่วมมือในภูมิภาค เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือ ท่ามกลางบริบทโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น
การก้าวสู่ ASEAN @ 60 จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของประชาชนกว่า 680 ล้านคนในภูมิภาค
เมื่อถึงปี 2570 อาเซียนอาจไม่ได้เฉลิมฉลองเพียง 60 ปีแห่งความร่วมมือ หากแต่เป็นการประกาศความพร้อมก้าวสู่อนาคตที่ “ดิจิทัลมากขึ้น สีเขียวมากขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น” ไปพร้อมกันทั้งภูมิภาค
04/06/2026
[English Below]
อาเซียนเดินหน้าการบูรณาการทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค
เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN Senior Economic Officials) ได้ประชุมร่วมกันที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 57 (SEOM 2/57) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง
ที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล การค้าและการลงทุน ความยั่งยืน การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต พร้อมทั้งเตรียมผลลัพธ์สำคัญสำหรับการประชุมของรัฐมนตรีและผู้นำอาเซียนในลำดับต่อไป
ภายหลังการประชุมดังกล่าว ได้มีการจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP Joint Committee Meeting) ครั้งที่ 13 ซึ่งรวบรวมประเทศสมาชิกเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
พัฒนาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากความสำเร็จล่าสุดในการสรุปการเจรจา กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เพิ่มความยืดหยุ่นของภูมิภาค และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
ที่มา: สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat), ASEAN 2026 Philippines, ASEAN SEOM.
ASEAN Advances Economic Integration Through Regional Cooperation
ASEAN Senior Economic Officials convened in Metro Manila, Philippines, from 27–29 May 2026 for the Second Meeting of the ASEAN Senior Economic Officials for the 57th ASEAN Economic Ministers Meeting (SEOM 2/57) and related meetings. Discussions focused on key priorities including the digital economy, trade and investment, sustainability, resilient supply chains, semiconductor cooperation, and Timor-Leste’s ASEAN accession process, while also preparing deliverables for upcoming engagements among ASEAN Ministers and Leaders.
The meetings were followed by the 13th Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) Joint Committee Meeting, which brought together member economies to advance regional cooperation and economic integration. Building on the recent conclusion of negotiations on the ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA), these developments reflect ASEAN’s continued commitment to strengthening regional connectivity, enhancing economic resilience, and fostering sustainable growth across the region.
Source: (ASEAN Secretariat), ASEAN 2026 Philippines, ASEAN SEOM.
04/06/2026
[English Below]
ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ยกระดับการรับรองทักษะฝีมือสู่มาตรฐานสากล
วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) นางณัฐนันท์ รจนกร ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมของประเทศไทย
การประชุมมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้รับทราบและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุม อาทิ การรักษาความปลอดภัย งานพิธีการ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ตลอดจนการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์
ในโอกาสดังกล่าว กรมประชาสัมพันธ์ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงการสนับสนุนการถ่ายทอดสดพิธีเปิดการประชุม เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ และประเด็นสำคัญที่ไทยผลักดันเพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยและแรงงานอาเซียน
ทั้งนี้ การประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (29th ASEAN Labour Ministers Meeting and Related Meetings: 29th ALMM) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–27 สิงหาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ “Advancing ASEAN Human Capital: Skills Certification towards Global Recognition” หรือ “พัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับระดับสากล” ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนในการยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานและส่งเสริมการยอมรับทักษะฝีมือในระดับสากล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต
Thailand Ready to Host ASEAN Labour Ministers Meeting, Advancing Skills Certification towards Global Standards
Today (4 June 2026), Mrs. Nutthanun Rajanakorn, Executive Director of the Foreign Affairs Office as the representative of the Public Relations Department (PRD), attended the 2nd Meeting of the Steering Committee for the 29th ASEAN Labour Ministers Meeting and Related Meetings for 2026, hosted by the Ministry of Labour. The meeting was convened to review preparations for Thailand’s role as host of the upcoming regional gathering.
The meeting was chaired by Mr. Julapun Amornvivat, Minister of Labour. Participants were updated on the progress of preparations in various areas related to the organization of the meeting, including security arrangements, protocol and ceremonial matters, facilitation for delegates, and public communications.
On this occasion, the Public Relations Department reaffirmed its readiness to support publicity efforts through its Thai and English-language communication channels, as well as the live broadcast of the opening ceremony. These efforts aim to enhance public awareness of Thailand’s role as host and highlight the key initiatives being promoted by Thailand to strengthen labour standards and workforce development across both Thailand and the ASEAN region.
The 29th ASEAN Labour Ministers Meeting and Related Meetings (29th ALMM) is scheduled to take place in Bangkok from 23–27 August 2026 under the theme “Advancing ASEAN Human Capital: Skills Certification towards Global Recognition.” The theme reflects the commitment of ASEAN Member States to enhancing workforce skills standards and promoting the international recognition of skills certification in order to prepare for the evolving demands of the future labour market.
02/06/2026
[English Below]
📈💲 อาเซียน สรุปผลการเจรจาความตกลงความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน สำเร็จ!
ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถสรุปผลการเจรจา ความตกลงความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ได้สำเร็จ ระหว่างการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดย DEFA ถือเป็นความตกลงฉบับแรกของอาเซียนที่มุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจดิจิทัลโดยเฉพาะ และคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคในยุคดิจิทัลให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ความตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วทั้งภูมิภาค ผ่านการอำนวยความสะดวกทางการค้าดิจิทัล การส่งเสริมการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน การพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัล และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการทำธุรกรรมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมความร่วมมือในสาขาใหม่ที่มีความสำคัญ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology: FinTech)
โดยประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจา DEFA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้การเจรจาบรรลุผลสำเร็จ ความตกลงดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการโดยผู้นำอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งต่อไป ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569
📈💲 ASEAN Concludes Digital Economy Framework Agreement Negotiations
On 29 May 2026, ASEAN Member States successfully concluded negotiations on the ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) during the meeting of ASEAN Senior Economic Officials in Manila, Philippines. The DEFA will be ASEAN’s first agreement focused entirely on the digital economy and is expected to strengthen regional cooperation in the digital era.
The agreement aims to strengthen digital economy connectivity across the region by facilitating digital trade, enhancing cross-border data flows, improving digital payment systems, and promoting consumer confidence in online transactions. It also includes cooperation in emerging areas such as artificial intelligence (AI) and financial technology (fintech).
As Chair of the DEFA Negotiating Committee, Thailand played an important role in supporting the successful conclusion of the negotiations. The agreement is expected to be formally signed by ASEAN Leaders at the next ASEAN Summit in November 2026.
ที่มา/Source: BusinessToday Malaysia
02/06/2026
🔍 ASEAN Insight : อาเซียนเดินหน้าปิดดีล “DEFA” ข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลฉบับแรกของโลก
อาเซียนกำลังเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการรวมตัวทางเศรษฐกิจ เมื่อการเจรจา “Digital Economy Framework Agreement (DEFA)” หรือกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน เดินหน้าเข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยประเทศสมาชิกตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาและเตรียมลงนามอย่างเป็นทางการช่วงปลายปี 2569 นี้
DEFA ถือเป็นความตกลงด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก ที่ครอบคลุมความร่วมมือหลายมิติ อาทิ การค้าดิจิทัล การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ การไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการสนับสนุนธุรกิจดิจิทัลของภูมิภาค
เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “ตลาดดิจิทัลอาเซียน” ที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ลดอุปสรรคทางการค้า และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ข้ามพรมแดนได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
สำหรับประเทศไทย DEFA อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และธุรกิจดิจิทัล สามารถเข้าถึงตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคนได้ง่ายขึ้น พร้อมส่งเสริมการลงทุนและนวัตกรรมในภูมิภาค
DEFA จึงไม่ใช่เพียงข้อตกลงทางเศรษฐกิจ แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการเตรียมความพร้อมให้อาเซียนก้าวสู่อนาคตดิจิทัลร่วมกัน
#เศรษฐกิจดิจิทัล #ข่าวสารอาเซียน #กรมประชาสัมพันธ์
29/05/2026
[English below]
“5” แห่งพลังและการเติบโตร่วมกัน
“0” แห่งมิตรภาพอันมั่นคงและยั่งยืน
🇹🇭🇻🇳 ตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ถ่ายทอดเรื่องราวของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่เติบโตเคียงข้างกันตลอด 5 ทศวรรษ ภายใต้แนวคิด “Growing Together – เติบโตไปด้วยกัน”
เลข “5” สื่อถึงพลังแห่งการพัฒนา การก้าวเดินสู่อนาคต และวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ขณะที่เลข “0” ในรูปทรงวงกลม เปรียบเสมือนความมั่นคง สมดุล และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่เชื่อมโยงไทยและเวียดนามไว้อย่างกลมเกลียว
ทุกองค์ประกอบของตราสัญลักษณ์ จึงสะท้อนถึงความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามที่พร้อมก้าวสู่อนาคตร่วมกันอย่างมั่นคง ยั่งยืน และรุ่งเรือง
“5” represents dynamism, progress, and shared aspirations for the future.
“0” symbolizes stability, unity, and an enduring bond of friendship.
🇹🇭🇻🇳The commemorative logo marking the 50th anniversary of Thailand–Viet Nam diplomatic relations reflects five decades of trust, friendship, and growing cooperation under the theme “Growing Together.”
The number “5” conveys forward momentum and a shared vision for the future, while the circular form of the number “0” represents balance, stability, and the close connection between the two nations.
Together, the design embodies the enduring Thailand–Viet Nam partnership as both countries move confidently toward a prosperous and sustainable future together.
28/05/2026
🤝🇹🇭🇻🇳 ไทย - เวียดนาม ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น นายกรัฐมนตรีจัดพิธีเลี้ยงอาหารค่ำ เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา
📌 วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ซึ่งภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนมิตรภาพอันใกล้ชิดระหว่างผู้นำไทยและเวียดนาม รวมทั้งยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ
✈️ หลังจากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมส่ง นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา ณ ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 เพื่อเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐสิงคโปร์
🇹🇭 ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่นายโต เลิม เยือนอย่างเป็นทางการหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ควบคู่กับตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม
🤝 การเดินทางเยือนในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะได้ต่อยอดความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) และร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเวียดนาม
#กรมประชาสัมพันธ์ #ไทย #เวียดนาม
28/05/2026
🇹🇭🇻🇳 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
วันนี้ (28 พฤษภาคม 2569) เวลา 17.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
โดยเมื่อวันที่ 15 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเล ดึ๊ก แองห์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในขณะนั้น รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอีกหลายครั้ง
ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ซึ่งเป็นก้าวแรกของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศและเป็นพื้นฐานของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอยู่ในระดับที่ดี และมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างกันเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ ต่อมา ได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๒ และล่าสุดได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เมื่อปี 2568
#ทรงพระเจริญ
28/05/2026
🇹🇭🇻🇳 นายกฯ จับมือ ปธน. เวียดนาม เปิดเวที Thailand–Viet Nam Business Forum ผนึกภาคเอกชน เดินหน้าสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ย้ำเศรษฐกิจไทย–เวียดนาม “เติบโตไปด้วยกัน” 📈
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม เดอะริทซ์ - คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายโต เลิม ที่ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงาน รวมทั้งสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทย–เวียดนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ซึ่งที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้พัฒนาจาก “มิตรภาพ” สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ที่มีความสำคัญต่ออนาคตของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสำหรับไทยและเวียดนามซึ่งเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพ รวมทั้งอาเซียนซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุด พร้อมกล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN Summit ภายใต้แนวคิด “Navigating our future, together” ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการผนึกกำลัง ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การรับมือผลกระทบจากความขัดแย้ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและเวียดนามถือเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน โดยปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการค้า แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “เวียดนามเติบโต ไทยก็เติบโต”
โดยปัจจุบันทั้งไทยและเวียดนามต่างเร่งสร้าง “New Engines of Growth” ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสีเขียว อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงศักยภาพเข้าด้วยกัน ไทยและเวียดนามจะไม่ใช่เพียง “ฐานการผลิต” ของภูมิภาค แต่จะเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของอาเซียน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ ตนและนายโต เลิม ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม “แผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนาม” ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือแนวคิด “Three Connects” ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน กระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสร้างอนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม คือ “ภาคเอกชน” ซึ่งจะมีบทบาทในการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการจ้างงาน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุน มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีการปรับปรุงกฎระเบียบ และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายโต เลิม ที่เลือกเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นประเทศแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งของรัฐบาลไทย และในโอกาสนี้ นายโต เลิม ยังถือเป็นแขกต่างประเทศคนแรกของรัฐบาล สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การพบกันในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือ การลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ สำหรับทั้งสองประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยและเวียดนามจะสามารถก้าวไปข้างหน้า เติบโตไปด้วยกัน และร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกันต่อไป
ด้านประธานาธิบดีเวียดนามได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมยืนยันการสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย–เวียดนามในทุกภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ ตามที่ตั้งเป้าไว้ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
#กรมประชาสัมพันธ์ #ไทย #เวียดนาม