26/03/2026
คณะผู้แทนศุลกากรนิวซีแลนด์เยี่ยมคารวะและศึกษาดูงาน ณ สำนักงาน ป.ป.ส.
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรอง เภา สารสิน อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้ นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานให้การต้อนรับคณะผู้แทนศุลกากรนิวซีแลนด์ (New Zealand Customs Service) นำโดย นายโดมินิก อดัมส์ (Mr. Dominic Adams) ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวน และนายทิม วิลเลี่ยม (Tim Williams) ที่ปรึกษาศุลกากรนิวซีแลนด์ จากสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย นางจีระพรรณ กาญจนประดิษฐ์ ผอ.สพบ. เจ้าหน้าที่จาก สปป. สพบ. และ สกต. ร่วมให้การต้อนรับ
ในการนี้ นายอภิกิต ได้กล่าวขอบคุณหน่วยศุลกากรนิวซีแลนด์สำหรับความร่วมมือด้านยาเสพติด ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว และการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตรการฝึกอบรมด้านข่าวกรองขั้นพื้นฐานและขั้นสูง ซึ่งในปี 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. หน่วยศุลกากรและตำรวจนิวซีแลนด์จะเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดฝึกอบรมหลักสูตรข่าวกรองขั้นสูง (Advanced Intelligence Training Course) ในห้วงเดือนมิถุนายนนี้ ณ วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (วปส.) และสำนักงาน ป.ป.ส. ดินแดง รวมถึงกล่าวขอบคุณคุณทิม วิลเลี่ยม ที่ปรึกษาศุลกากรนิวซีแลนด์ ที่ช่วยผลักดันให้มีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวในปี 2569 ทั้งยังให้การสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงาน ป.ป.ส. อย่างต่อเนื่อง
โดยในห้วงเช้าฝ่ายนิวซีแลนด์ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้จากการหารือและศึกษาดูงานกับคณะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ ท่าอากาศยานสากล (Airport Interdiction Task Force: AITF) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงรับฟังข้อมูลแผนประทุษกรรมการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ และการลำเลียงยาเสพติดโดยคนวงใน (Insider) ออกจากไทยไปประเทศที่สามจากคณะทำงาน AITF พร้อมกันนี้ นายโดมินิก ได้เชิญคณะทำงาน AITF ของไทยไปหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและวิธีการดำเนินงานของศุลกากรนิวซีแลนด์ ณ ประเทศนิวซีแลนด์ ในห้วงปลายปี 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการของบประมาณ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในระบบการดำเนินงานและสถานการณ์ยาเสพติดของนิวซีแลนด์ และเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ นายอภิกิต ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านพัสดุไปรษณีย์และระบบขนส่งระหว่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำนักงาน ป.ป.ส. จึงมีแผนที่จะจัดตั้ง Parcel Interdiction Task Force (PITF) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านช่องทางดังกล่าว โดยเชื่อว่ากลไกดังกล่าวจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง พร้อมกันนี้ ได้ตอบรับคำเชิญของฝ่ายนิวซีแลนด์ สำหรับการเชิญให้คณะทำงาน AITF ของไทยไปนิวซีแลนด์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของทั้งสองประเทศในการสกัดกั้นยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ต่อจากนั้นคณะผู้แทนนิวซีแลนด์ได้ไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. และ hotline 1386 โดยฝ่ายนิวซีแลนด์ได้ให้ความสนใจต่อระบบการรายงานข้อมูลสถิติการจับกุมคดียาเสพติดของไทย และที่เกี่ยวข้องกับนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางการลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไปยังนิวซีแลนด์ และรูปแบบการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และกล่าวชื่นชมในระบบดังกล่าว ซึ่งมีส่วนช่วยในการสนับสนุนข้อมูลผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดนิวซีแลนด์ให้ฝ่ายศุลกากรนิวซีแลนด์เพื่อการเฝ้าระวัง
24/03/2026
สำนักงาน ป.ป.ส. เดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด ครั้งที่ 47
วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมกฤษณะ ผลอนันต์ สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบหมายให้นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 1 สำหรับการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด ครั้งที่ 47
การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด (ASEAN Senior Officials Meeting on Drug Matters: ASOD) ครั้งที่ 47 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 3 - วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านยาเสพติดของประเทศสมาชิกอาเซียน และหารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับสถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาค โดยมีผู้แทนระดับอธิบดี/เลขาธิการจากประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน ประเทศคู่เจรจา และองค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมฯ
ในการนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนางสาวรัชนีกร สรสิริ ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ และกรมศุลกากร
ที่ประชุมฯ ได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุม ASOD ครั้งที่ 47 รูปแบบและร่างกำหนดการจัดการประชุม รวมทั้งได้ร่วมกันพิจารณาการแต่งตั้งคณะทำงานในด้านต่าง ๆ ได้แก่ฝ่ายวิชาการและสารัตถะ ฝ่ายพิธีการ ต้อนรับ และรับรอง และฝ่ายบริหารจัดการและประชาสัมพันธ์ ตลอดจนร่างแผนการดำเนินงาน (Timeline) เพื่อให้การเตรียมการจัดการประชุม ASOD ครั้งที่ 47 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพในเวทีอาเซียน
16/03/2026
สำนักงาน ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยหารือเชิงนโยบายด้านการสกัดกั้นยาเสพติด ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 - วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบหมายให้ นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมหารือเชิงนโยบายด้านการสกัดกั้นยาเสพติด ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีผู้บริหารจากสำนักงาน ป.ป.ส. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ สกต. สยศ. สปป. และสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 3 4 5 6 และ 7 รวมทั้งผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร เข้าร่วมเป็นคณะผู้แทนไทย
ในการนี้ นาย Patrick Mihoub (แพทริค มีอูบ) เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝรั่งเศสประจำสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ณ ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาว Audrey Hoffmann (โอเดรย์ ฮอฟมาน) เลขานุการผู้ช่วยทูตฝ่ายศุลกากรฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทนไทยตลอดการเยือน
ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ พร้อมด้วยคณะผู้แทนไทย ได้เข้าพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของกรมศุลกากรและภาษีสรรพสามิตของฝรั่งเศส (Direction générale des douanes et droits indirects: DGDDI) ได้แก่ Mr. Benoit Godart (เบอนัว โกดาร์) ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองและการสืบสวนของหน่วยข่าวกรองและสืบสวนระดับชาติ (Direction nationale du renseignement et des enquêtes douanières: DNRED)
นายอภิกิตได้กล่าวขอบคุณกรมศุลกากรฝรั่งเศสสำหรับการต้อนรับและการจัดการประชุมหารือในครั้งนี้ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะซับซ้อนและเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตหลัก แต่มีบทบาทเป็นประเทศทางผ่านสำคัญของการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และยังพบแนวโน้มการลักลอบขนส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์และระบบขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทของหน่วยข่าวกรองศุลกากรฝรั่งเศส รวมถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของศุลกากรฝรั่งเศส โดยสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้กว่า 70% ของของกลางทั้งประเทศ และเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ฝรั่งเศสสามารถยึดโคเคนได้ถึง 10 ตันในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งถือเป็นการจับกุมโคเคนล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการสกัดกั้นยาเสพติดภายใต้ระบบพรมแดนเปิดของยุโรป (Schengen) รวมถึงการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบ LAPI (Automated Number Plate Recognition) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและการปฏิบัติงานด้านข่าวกรอง อีกทั้งยังมีหน่วยงานไซเบอร์ที่ใช้สายลับแฝงตัว (Pseudonym) เข้าไปในตลาดมืด (Dark Web) เพื่อสืบสวนและปิดเว็บไซต์ที่มีการซื้อขายยาเสพติด อาวุธ และเอกสารปลอม รวมไปถึงการทำ Control Delivery สำหรับการลักลอบขนยาเสพติดผ่านทางพัสดุออนไลน์
ในช่วงหารือความร่วมมือในอนาคต นายอภิกิตได้เสนอให้มีการยกระดับความร่วมมือด้านการสืบสวนและการขยายผลระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และศุลกากรฝรั่งเศส เพื่อร่วมกันระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและทลายโครงสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งจะช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดระหว่างสองประเทศเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ในการนี้ ผู้แทนกรมศุลกากรไทยยังได้ชี้แจงมาตรการควบคุมการส่งออกกัญชา โดยทางกรมศุลกากรไทยตระหนักถึงข้อห่วงใยของฝรั่งเศสเรื่องการลักลอบส่งกัญชาจากเอเชียเข้าสู่ยุโรป และชี้แจงว่าปัจจุบันกรมศุลกากรไทยอยู่ระหว่างเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษสำหรับการส่งออกกัญชา จากเดิมที่เป็นเพียงการยึดของกลาง จะเปลี่ยนเป็นการปรับกิโลกรัมละ 30,000 บาท และมีโทษจำคุกร่วมด้วย โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ฝ่ายไทยยังได้ขอความร่วมมือให้ฝรั่งเศสช่วยประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าวแก่สายการบินต่าง ๆ เพื่อเตือนผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้ขอความร่วมมือจากกรมศุลกากรฝรั่งเศสในการประสานกับสายการบินในยุโรปให้ส่งข้อมูลผู้โดยสารแก่ทางการไทย เนื่องจากปัจจุบันยังมีสายการบินในยุโรปประมาณ 30% ที่ยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้าของผู้โดยสาร (Advance Passenger Information: API) ร่วมกับข้อมูลประวัติการเดินทาง (Passenger Name Record: PNR) โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการประเมินความเสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้สำเร็จหลายกรณี รวมถึงกรณีผู้โดยสารที่เดินทางจากเวียงจันทน์แวะพักในประเทศไทย ก่อนเตรียมนำยาเสพติดน้ำหนัก 30 กิโลกรัม เดินทางต่อไปยังยุโรป
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะผู้แทนไทยได้เข้าหารือข้อราชการกับ Mr. M. Simon Decressac (ซีมง เดอเครสซัค) ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรระหว่างภูมิภาคปารีสประจำท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล (Direction Interrégionale des Douanes Paris-Aéroport: DIPA) โดยได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับโครงสร้างหน่วยงาน มาตรการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด รูปแบบการซุกซ่อนยาเสพติด ตลอดจนการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการระบุเป้าหมาย และแนวทางความร่วมมือในอนาคต
จากการหารือพบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลักลอบนำเข้ากัญชาจากเอเชียเข้าสู่ยุโรปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2568 สามารถตรวจยึดกัญชาได้ 1,778 กิโลกรัม และเฮโรอีน 78 กิโลกรัม พร้อมทั้งพบแนวโน้มว่าขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ผู้โดยสารลำเลียงไปสู่การส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์มากขึ้น
นายอภิกิตกล่าวว่า ประเทศไทยตระหนักดีถึงความท้าทายของปัญหายาเสพติดข้ามชาติ และได้ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังในการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด รวมไปถึงกัญชา โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย ได้แก่ กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภายใต้กลไกการทำงานแบบบูรณาการในชื่อคณะทำงาน Airport Interdiction Task Force (AITF) และ Seaport Interdiction Task Force (SITF)
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ยกระดับกลไกดังกล่าวขึ้นไปในระดับภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ASEAN Airport Interdiction Task Force (AAITF) และ ASEAN Seaport Interdiction Task Force (ASITF) ซึ่งทำงานร่วมกับประเทศในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางการขนส่งในภูมิภาค
ในขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการจัดตั้ง Parcel Interdiction Task Force (PITF) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านพัสดุไปรษณีย์และระบบขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยเชื่อว่ากลไกดังกล่าวจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง
ในช่วงท้ายของการหารือ นายอภิกิตได้กล่าวขอบคุณ Mr. Simon Decressac และคณะศุลกากรฝรั่งเศส ณ ท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล สำหรับการต้อนรับคณะผู้แทนไทยอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมต่อบทบาทของ Mr. Patrick Mihoub และ Ms. Audrey Hoffmann ที่ได้มีส่วนสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสมาอย่างต่อเนื่อง
นายอภิกิตกล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติที่ได้รับจะถูกนำไปพิจารณาปรับใช้เพื่อพัฒนามาตรการสกัดกั้นยาเสพติดของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดต่อไป
ต่อมาในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะผู้แทนไทยได้ร่วมประชุมหารือความร่วมมือด้านการสกัดกั้นยาเสพติดระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ร่วมกับผู้แทนจาก DGDDI เพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการสกัดกั้นยาเสพติดระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส
ในการประชุม นายอภิกิตได้กล่าวสรุปถึงความสำคัญของการประชุมหารือและการศึกษาดูงานในครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งแสดงความคาดหวังว่า ผลจากการหารือจะนำไปสู่การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระดับนโยบายที่เข้มแข็ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดี
องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด (นบ.ยส. 35, 24 และ 17) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนจำนวน 14 จังหวัด 52 อำเภอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ไม่ให้ลักลอบเข้าสู่ประเทศ
ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “Seal Stop Safe” ของรัฐบาลไทย ซึ่งมุ่งเน้นการปิดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานหรือทางผ่านของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากรไทย และกรมศุลกากรฝรั่งเศสในอนาคต โดยเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือในหลายด้าน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายการลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างประเทศ การพัฒนากลไกการประสานงานด้านการสืบสวนและการขยายผลคดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการระบุเป้าหมาย (Targeting) ในการตรวจสอบผู้โดยสาร สินค้า และพัสดุระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผ่านการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานร่วมกัน
ในโอกาสเดียวกัน ผู้แทนจากกรมศุลกากรไทยและกรมศุลกากรฝรั่งเศสยังได้หารือถึงความคืบหน้าในการจัดทำ Letter of Intent (LOI) ระหว่างกรมศุลกากรแห่งราชอาณาจักรไทย และกรมศุลกากรและภาษีสรรพสามิตของสาธารณรัฐฝรั่งเศส (DGDDI) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางศุลกากร ข้อมูลทางเทคนิค ตลอดจนการให้ความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปราม และสืบสวนการกระทำผิดกฎหมายศุลกากร
ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในเนื้อหาสำคัญของร่างหนังสือดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนภายในของทั้งสองประเทศ ก่อนเข้าสู่กระบวนการลงนามอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสในอนาคต
15/03/2026
รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม CND สมัยที่ 69 ต่อเนื่องเป็นวันสุดท้าย
นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นางสาวภัทรัตน์ หงส์ทอง เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรีย นำคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุม CND สมัยที่ 69 ต่อเนื่องเป็นวันสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย
เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลากรุงเวียนนา คณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ เพื่อรับรองระเบียบวาระการประชุม CND สมัยที่ 70 ก่อนร่วมพิจารณาลงคะแนนเสียงรับรองและ/หรืออุปถัมภ์ร่างข้อมติจำนวน 5 ฉบับ โดยทุกร่างข้อมติไม่สามารถผ่านโดยฉันทามติ ต้องนำไปสู่การลงคะแนนเสียง ในส่วนร่างข้อมติของไทย หัวข้อ "การปรับปรุงแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือก" ที่เสนอให้รับรองภาคผนวกที่เพิ่มเติม UNGPs on AD ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้นำภาคผนวกนี้ไปใช้เป็นแนวปฎิบัติในการออกแบบ นโยบายและการดำเนินงาน ไปจนถึงการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการพัฒนาทางเลือก และขอรับการสนับสนุนจาก UNODC ในการจัดการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทางเลือก ซึ่งจะจัดในปี พ.ศ. 2569 ณ ประเทศไทย มีประเทศลงคะแนนเสียงเห็นชอบจำนวน 46 ประเทศ ไม่เห็นชอบ 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และอาเจนติน่า และงดออกเสียง 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบูร์กินาฟาร์โซ และกาตาร์
ในขณะที่ ร่างข้อมติที่เสนอโดยเม็กซิโก ที่เน้นการยกระดับมาตรการทางกฎหมายและการควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดและสารตั้งต้น เรียกร้องให้รัฐสมาชิกกำหนดให้การผลิตหรือขนส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ (เช่น เครื่องตอกเม็ดยา) ซึ่งจะนำไปใช้ผลิตยาเสพติด เป็นความผิดทางอาญา อีกทั้งขยายขอบเขตจากการเฝ้าระวังเพียงตัวยาเสพติด มาเป็นการติดตามเครื่องมือเฉพาะทาง และสารเคมีที่ยังไม่ถูกควบคุม ได้รับคะแนนเสียง เห็นชอบจาก 45 ประเทศ ไม่เห็นชอบ 1 ประเทศ คือ ประเทศอินเดีย และงดออกเสียง 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบูร์กินาฟาร์โซ จีน และกาตาร์
ร่างข้อมติที่เสนอโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกร้องให้รัฐสมาชิกเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีและอุปกรณ์ไปใช้ในการลักลอบผลิตยาเสพติดโดยเน้นการควบคุมห่วงโซ่อุปทานให้เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งเชิญชวนให้รัฐสมาชิก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปรับปรุงกฎหมาย และจัดหาทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุน UNODC ในการดำเนินมาตรการเหล่านี้ โดยได้รับคะแนนเสียง เห็นชอบจาก 43 ประเทศ ไม่เห็นชอบ 1 ประเทศ คือ ประเทศจีน และงดออกเสียง 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย อินเดีย บูร์กินาฟาร์โซ แอฟริกาใต้ คีร์กีซสถาน และกาตาร์
ร่างข้อมติที่เสนอโดยคีร์กีซสถาน เรียกร้องให้รัฐสมาชิกจัดตั้งหรือเสริมสร้างระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อติดตามและเฝ้าระวังยาเสพติดสังเคราะห์ชนิดใหม่ สารตั้งต้นและสารเคมี โดยใช้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเน้นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและข้อมูลส่วนบุคคล ได้รับคะแนนเสียง เห็นชอบจาก 46 ประเทศ ไม่เห็นชอบ 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และอาเจนติน่า และงดออกเสียง 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบูร์กินาฟาร์โซ และกาตาร์
สำหรับร่างข้อมติที่เสนอโดยฟินแลนด์ และนอร์เวย์ มุ่งเน้นแนวทางการควบคุมยาเสพติดที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพ ใช้หลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ และครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร โดยเรียกร้องให้รัฐสมาชิกเสริมสร้างการบูรนาการมาตรการป้องกัน การบำบัด การฟื้นฟู และการลดอันตราย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสารควบคุมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างปลอดภัย ในขณะที่ป้องกันการรั่วไหลไปใช้ในทางที่ผิด เชิญชวนรัฐสมาชิกให้แลกเปลี่ยนบทเรียนและความท้าทาย รวมถึงรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ได้รับการลงคะแนนเสียง เห็นชอบจาก 45 ประเทศ ไม่เห็นชอบ 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและอาเจนติน่า และงดออกเสียง 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบูร์กินาฟาร์โซ และกาตาร์
ในช่วงท้ายของการประชุม ที่ประชุมมีมติรับรอง รายงานการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 69 และรับทราบกำหนดการการประชุมระหว่างสมัย และการประชุมสมัยต่อเนื่อง ของการประชุม CND สมัยที่ 69 และรักษาการผู้อำนวยการ UNODC Mr. John Brandolino กล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกที่ให้ความร่วมมือในการต่อการประชุม CND ตลอดมา แม้ในยามที่สถานการณ์ยาเสพติดโลกมีความซับซ้อนมากขึ้น หรือแม้แต่ความเห็นของประเทศสมาชิกที่แตกต่างกัน แต่ยังคงมีเป้าหมายเดียวกัน ในการมุ่งมั่นแก้ไขปัญหายาเสพติด และขอบคุณฝ่ายเลขานุการ CND รวมถึง ประธาน CND ในการขับเคลื่อนการประชุม CND สมัยที่ 69 ให้ลุล่วงได้ตามที่คาดหวังไว้
13/03/2026
รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม CND สมัยที่ 69 ต่อเนื่อง
นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมการประชุม CND สมัยที่ 69 เป็นวันที่ 4
โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. (เวลาเวียนนา) คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการลงคะแนนเลือกตำแหน่งประธานร่วม คนที่ 2 ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญซึ่งไม่มีการลงคะแนน เนื่องจากผู้แทนสหรัฐอเมริกา และโมร็อกโกถอนตัวจากการสมัครตำแหน่งดังกล่าว ทำให้ Ms. NATALIE YU-LIN MORRIS-SHARMA ผู้เสนอชื่อจากสิงคโปร์ ได้รับการคัดเลือกโดยปริยายและได้รับการรับรองจากที่ประชุมโดยไม่มีข้อขัดแย้ง
ต่อมา คณะผู้แทนไทย โดย รปส. 2 ผศ. อภินันท์ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้เข้าร่วมพิจารณาร่างข้อมติที่เสนอโดยคีร์กีซสถาน “การส่งเสริมการแจ้งเตือนล่วงหน้า กลไกการติดตามและประเมินผลเพื่อตอบสนองต่อการอุบัติของยาเสพติดสังเคราะห์ชนิดใหม่ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ สารที่ใช้ทดแทนสารตั้งต้น และสารที่ใช้ผลิตสารตั้งต้น” โดยได้ข้อสรุปนำร่างข้อมติดังกล่าวเข้าสู่การลงคะแนนในที่ประชุมเต็มคณะ เนื่องจากไม่สามารถหาฉันทานุมัติร่วมกันได้
ในห้วงการประชุมฯ
ในห้วงบ่าย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข โดยรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 7 ความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายประชาคมและชุมชน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครอบคลุม ทั้งการจัดตั้งระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) โครงการชุมชนล้อมรักษ์และแอปพลิเคชัน “ล้อมรักษ์” เพื่อสนับสนุนการติดตามผู้ป่วยและเพิ่มการเข้าถึงบริการในพื้นที่ห่างไกล
ต่อมา ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 8 ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากหน่วยงานรับผิดชอบระดับย่อยของคณะกรรมาธิการยาเสพติด (HONLEA) โดยเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามกรอบอนุสัญญาของสหประชาชาติ การปราบปรามยาเสพติดที่ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการป้องกันและการบำบัดฟื้นฟู การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ โรงเรียน และชุมชน ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ เพื่อลดการกลับเข้าสู่วงจรอาชญากรรม รวมถึงเรียกร้องให้จัดการประชุมระดับหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดประจำประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (HONLAP) แบบด้วยตนเองแทนการประชุมทางไกล เพื่อให้ผู้แทนจากประเทศสมาชิกได้พบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ลดผลกระทบต่อประชาชน และร่วมกันขับเคลื่อนสู่ สังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และปลอดจากภัยยาเสพติด
หลังจากนั้น ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในวาระที่ 9 การติดตามผล การทบทวน และการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ปี ค.ศ. 2030 โดยชี้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่าเป็นสิ่งที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะผ่านแนวทางพัฒนาทางเลือกที่มุ่งสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ลดความยากจน และพัฒนาชุมชนอย่างครอบคลุม ไทยร่วมกับเยอรมนีและเปรูได้เสนอร่างข้อมติเรื่องการจัดทำภาคผนวกเพื่อปรับปรุงแนวปฏิบัติสหประชาชาติด้านการพัฒนาทางเลือก เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกลไก Voluntary National Review (VNR) เพื่อทบทวนความก้าวหน้าในการบรรลุ SDGs พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานของ CND ในการพัฒนานโยบายยาเสพติดระดับโลกที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นอกจากนี้ ผู้แทนสำนักการต่างประเทศ ได้หารือกับผู้แทนสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เกี่ยวกับโครงการ Guideline on Social Media ของ UNODC ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวโครงการในเดือนเมษายน 2569 เพื่อนำไปประกอบการจัดกิจกรรม Regional Youth Forum ภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค ในอนาคตต่อไป
ต่อมา ผู้แทนสำนักการต่างประเทศ ได้หารือกับผู้แทนคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (International Narcotics Control Board: INCB) ตามที่ได้รับมอบหมายจากรองเลขาธิการ ป.ป.ส. (นายอภิกิต ฉ โรจน์ประเสริฐ) โดยรับฟังการนำเสนอเกี่ยวกับโครงการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวอุปกรณ์และเครื่องมือซึ่งถูกใช้ในการลักลอบผลิตยาเสพติด และรับทราบข้อเสนอของ INCB ในการขอรับเงินสนับสนุนจากประเทศสมาชิกซึ่งมีการใช้งานเครื่องมือของ INCB อาทิ PENs PENs online Light PICs รวมถึง แนวทางการจัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ขอให้ INCB จัดทำสรุปข้อมูลสถิติการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ของ INCB ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค รวมถึง เหตุผลและความคุ้มค่าจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว ส่งให้ประกอบการพิจารณาต่อไป และยังเสนอให้ใช้วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCC) ในการจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของประเทศสมาชิกได้ต่อไป
12/03/2026
คณะผู้แทนไทยเสริมสร้างบทบาทไทยต่อเนื่องในการประชุม CND สมัยที่ 69
เมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 คณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ (Plenary) ในห้วงการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (Commission on Narcotic Drugs: CND) สมัยที่ 69 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เพื่อติดตามสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศสมาชิกและภูมิภาคต่าง ๆ และทบทวนการดำเนินงานตามพันธกรณีที่มีต่อนโยบายการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ
ในห้วงเช้า นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานของบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค ในหัวข้อ “Strengthening Families to Prevent Drug Use among Children and Adolescents in the Mekong Region: Experiences with UNODC “Strong Families” โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ อภินันท์ อร่ามรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมอภิปรายในหัวข้อ Family Skills Prevention in Practice: National Experience and Lesson Learned นำเสนอโครงการร่วมกับ UNODC “Strong Family และ Family United” ในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ที่ส่งเสริมการใช้ทักษะครอบครัวแก้ไขปัญหายาเสพติด และร่วมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินมาตรการป้องกันโดยอาศัยทักษะครอบครัวในกลุ่มประเทศแม่น้ำโขงร่วมกับประเทศสมาชิกบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายฯ
ในส่วน นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เข้าร่วมกล่าวถ้อยแถลงในกิจกรรมคู่ขนานของประเทศญี่ปุ่น ในหัวข้อ “The Importance of Physical Profiling of Drugs and Precursors in Combating Transnational Organized Crime” โดยเน้นย้ำว่าการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติจำต้องใช้ทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดควบคู่กับศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะ "การจัดทำข้อมูลเอกลักษณ์ทางกายภาพของยาเสพติดและสารตั้งต้น" (Physical Profiling) ซึ่งประเทศไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาวิธีการดังกล่าวเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และได้มอบหมายให้ นายทวิรัฐ สุริยวงศ์ ผู้แทน สวพ. เข้าร่วมการอภิปราย ผ่านระบบการประชุมทางไกล พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการร่วมสร้างองค์ความรู้และขยายผลความร่วมมือกับประเทศภาคีสมาชิกต่อไป
ต่อมา ยังได้หารือทวิภาคีร่วมกับ Mr. Anurag Garg อธิบดีกรมควบคุมยาเสพติดของอินเดีย เพื่อส่งเสริมและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างกันในการดำเนินการต่อเป้าหมายเครือข่ายลักลอบกัญชาข้ามประเทศ โดยไทยยินดีให้ความร่วมมือในการสืบสวนขยายผล ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้น นอกจากนี้ ฝ่ายอินเดียยืนยันยินดีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทวิภาคีว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อินเดีย-ไทย ครั้งต่อไป ในห้วงเดือนเมษายน 2569
จากนั้น นอยอภิกิตฯ ได้ นำคณะผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมหารือทวิภาคีระหว่างการรับประทานอาหารกลางวัน (Working Lunch) กับผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (The Supreme Prosecutors' Office: SPO) นำโดย Mr. Hong Wan Hee อธิบดีสำนักยาเสพติดและองค์กรอาชญากรรม สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือภายใต้ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารเพื่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (APICC) โดยผู้แทนไทยได้ชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน APICC จากเกาหลีใต้ที่เพิ่งหมดวาระไปในช่วงที่ผ่านมา และยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของ SPO อย่างต่อเนื่อง ด้านสำนักงานอัยการสูงสุดเกาหลีใต้มีความยินดีที่ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ส. ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา และหวังว่า APICC จะมีส่วนช่วยในการสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว การสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงท้าย SPO ได้ยืนยันการเตรียมความพร้อมการจัดการประชุม APICC ในห้วงกลางเดือนพฤษภาคม ณ กรุงเทพฯ และการจัดการประชุม ADLOMICO ในห้วงต้นเดือนกันยายน 2569 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
ในห้วงบ่าย คณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. นำโดยผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมหารือทวิภาคีกับ Mr.Daniel Brombacher ผู้แทนโครงการริเริ่มเพื่อต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (Global Initiatives against Transnational Organized Crime: GI-TOC) โดย GI-TOC ได้นำเสนอแผนดำเนินงานภายใต้โครงการสำคัญในประเทศอาเซียนซึ่งเน้นการจัดทำข้อเสนอแนะด้านนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในห้วงเดือนเมษายน 2569 GI-TOC ร่วมกับรัฐบาลอิตาลีและหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของไทย จะร่วมจัดการประชุมระดับภูมิภาคเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยินดีที่จะมีความร่วมมือในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ตลอดจนส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมฯ และมีความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาวิจัยเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป
สำหรับการประชุมเต็มคณะ คณะผู้แทนไทยโดย รองเลขาธิการสำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.) ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย เน้นย้ำการทำให้มั่นใจว่าสารเสพติดและสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทซึ่งใช้ในทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ มีความเพียงพอต่อการใช้และป้องกันการรั่วไหลและการใช้ในทางที่ผิด ส่งเสริมการค้นคว้าและพัฒนาการผลิตสารเสพติดและสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการ เสริมสร้างและปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดสรรยาทางการแพทย์ที่มีส่วนประกอบของยาเสพติดให้มีความเพียงพอและทั่วถึง อีกทั้งยังวางแผนพัฒนาระบบติดตามย้อนกลับเพื่อเฝ้าระวังการใช้ยาทางการแพทย์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ต่อมา ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย แสดงความกังวลต่อสถานะทางการเงินของ UNODC และการที่ไม่สามารถจัดการประชุม HONLAP ในรูปแบบการประชุมด้วยตนเองได้ต่อเนื่องถึงสองปี และย้ำความสำคัญในการบริจาคเงินสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้น ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข โดยรองปลัดสาธารณสุข ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในวาระการติดตามการดำเนินการตามพันธกรณีระดับชาติ ภูมิภาค และนานาชาติในการแก้ไขปัญหายาเสพติดโลก นำเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด การบูรณาการดูแลเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบซี เข้ากับระบบการรักษาผู้ใช้ยาเสพติด เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อทางเลือดตามแนวทางสาธารณสุข
ในด้านการผลักดันร่างข้อมติของประเทศไทย ผู้แทนไทยประกาศที่จะนำร่างข้อมติ "ปรับปรุงแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือก" (United Nations Guiding Principles on Alternative Development: UNGP on AD) เข้าสู่การพิจารณาของการประชุมเต็มคณะในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 69 ต่อไป ทั้งนี้มีเพียงสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวที่ยังคงไม่ให้ฉันทานุมัติในร่างข้อมติดังกล่าว เบื้องต้นมี 28 ประเทศแล้วที่แสดงเจตนารมย์ร่วมอุปถัมภ์ร่างข้อมติของไทย เยอรมนี และเปรู
นอกจากนี้ เวลา 15.00 น. นางสาวชญานิกานต์ เจนการค้า ผู้แทนเยาวชนไทยในกิจกรรม UNODC Youth Forum ได้มาแสดงตัวในช่วงก่อนการเปิดการประชุมเต็มคณะภาคบ่าย เพื่อร่วมเป็นตัวแทนประเทศไทยแสดงบทบาทและการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการป้องกันปัญหายาเสพติดและสร้างเสริมเครือข่ายในกลุ่มเยาวชน
11/03/2026
คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการลงมติในการประชุมเต็มคณะและกิจกรรมคู่ขนานของประเทศภาคีสมาชิก
เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลากรุงเวียนนา คณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 69 เป็นวันที่ 2 โดยมีรองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการลงมติเปลี่ยนแปลงขอบเขตการควบคุมสารตามอนุสัญญาการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ ทั้ง 3 ฉบับ โดยที่ประชุมมีมติควบคุมสาร จำนวน 3 รายการ ได้แก่ 1) N-pyrrolidino isotonitazene และ 2) N-desethyl etonitazene ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่มโอปิออยด์สังเคราะห์ เป็นยาเสพติดสังเคราะห์ใหม่ที่มักพบผสมอยู่ในยาทางการแพทย์และใช้ในทางที่ผิด และ 3) MDMB-FUBINACA ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่มแคนนาบินอยด์สังเคราะห์ พบมากในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
อีกทั้งคณะผู้แทนไทยยังได้ร่วมลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มภูมิภาคยุโรปตะวันออก และยุโรปตะวันตก สืบเนื่องจากข้อมติ CND ที่ 68/6 “Strengthening the international drug control system: a path to effective implementation” ในการประชุม CND สมัยที่ 68 ซึ่งประเทศสมาชิกตกลงที่จะจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๑๙ คน โดยมีผลลัพธ์ ที่ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มยุโรปตะวันออก ได้แก่ ผู้แทนจากประเทศเชค และ ลัตเวีย และผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มยุโรปตะวันตกและประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผู้แทนจากประเทศเบลเยี่ยม และสหรัฐอเมริกา ได้รับการคัดเลือก ในส่วนภูมิภาคเอเชีย มีผู้เชี่ยวชาญจากจีนและสิงคโปร์ได้รับการคัดเลือก ไปแล้ว
ในช่วงเช้าของการประชุมฯ นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในหัวข้อ “Increasing Synergies for Sustainable Development: Territorial Approaches in Alternative Development Strategies” โดยมี ผู้แทนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมการอภิปราย ซึ่งประเทศเยอรมนี เป็นอีกหนึ่งประเทศภาคีที่มีความร่วมมือกับประเทศไทยด้านการพัฒนาทางเลือกอย่างต่อเนื่อง
ต่อมายังได้นำคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานของโครงการพัฒนาทางเลือกของ UNODC ใน สปป.ลาว และ เมียนมา ในหัวข้อ: “Country Specific Approaches, Results, and South-South Cooperation with the Thailand’s Royal Project Foundation ซึ่งมีพลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี กล่าวเปิดกิจกรรมคู่ขนาน
ในช่วงบ่าย รองเลขาธิการ อย. และคณะผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในหัวข้อ “Protecting the Future: Understanding and Addressing the Risks of Non-Scheduled Synthetic Drugs and Non-Medical Use of Pharmaceuticals Among Adolescents” และ โดย นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการ อย. ได้ร่วมอภิปราย โดยเน้นย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการรับมือและจัดการควบคุมสารเสพติดชนิดใหม่และการใช้ยาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชน
ในห้วงท้ายการประชุมฯ คณะผู้แทนไทย ผู้แทนประเทศเปรูและประเทศเยอรมนี หารือร่วมกันเพื่อยกร่างข้อมติที่เสนอโดยประเทศไทย ร่วมกับเยอรมนีและเปรู ว่าด้วย “ภาคผนวกสำหรับการเพิ่มเติมแนวปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือก” (Appendix to Complement the United Nations Guiding Principles on Alternative Development) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงคะแนนเสียง ในกรณีที่จะต้องลงคะแนนเสียงเพื่อรับรองข้อมติดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 69