East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก

East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก

แชร์

ข่าว ความเคลื่อนไหว ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ยินดีต้อนรับสู่เฟสบุ๊คเพจของกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ

Welcome to Official page of Department of East Asian Affairs, Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand

02/06/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


สิงคโปร์กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธรรมาภิบาล AI ของโลก โดยแม้จะไม่ได้แข่งขันโดยตรงกับประเทศมหาอำนาจในการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ แต่กลับมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และความปลอดภัยของ AI ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเทคโนโลยีในระยะยาว

ที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้พัฒนากรอบกำกับดูแลและมาตรฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดตัว “AI Verify” สำหรับตรวจสอบความโปร่งใส ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบ AI รวมถึงการจัดทำกรอบธรรมาภิบาลสำหรับ AI อัตโนมัติ (autonomous AI agents) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกรอบกำกับดูแลลักษณะดังกล่าวชุดแรกของโลก นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังพยายามเชื่อมโยงมาตรฐานภายในประเทศเข้ากับมาตรฐานสากลของสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และ ISO เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถพัฒนาและใช้งาน AI ได้สอดคล้องกับกฎระเบียบระหว่างประเทศมากขึ้น

กล่าวคือ สิงคโปร์กำลังวางตำแหน่งตนเองสู่การเป็น “ศูนย์กลางแห่งความน่าเชื่อถือ” ของอุตสาหกรรม AI ซึ่งมีลักษณะคล้ายบทบาทของสวิตเซอร์แลนด์ในระบบการเงินโลก แม้จะไม่ได้เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุด แต่สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และการกำกับดูแลที่นานาชาติยอมรับได้ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนบทบาทดังกล่าว ได้แก่ เสถียรภาพทางกฎหมาย ความน่าเชื่อถือด้านการกำกับดูแล ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้มแข็ง และบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและ Data Center ของภูมิภาค

กรณีของสิงคโปร์สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการแข่งขันเพื่อสร้างเทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุด แต่รวมถึงการแข่งขันในการกำหนดว่า AI แบบใด “ปลอดภัย โปร่งใส และสามารถนำไปใช้ได้จริง” ในระดับสากล ซึ่งเป็นจุดที่สิงคโปร์กำลังพยายามสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในบริบทที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นด้านจริยธรรม ความมั่นคงไซเบอร์ และการกำกับดูแล AI มากขึ้น

ที่มา: https://asiatimes.com/2026/05/singapore-is-winning-the-ai-race-nobody-is-watching/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/

Photos from East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก's post 31/05/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ จัดงานเทศกาลไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประจำปี 2569 นำเสนอภาพลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวจีน

เมื่อวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ จัดงานเทศกาลไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ ภายใต้แนวคิด “Creative Life & Creative Heartbeat” ถ่ายทอดเรื่องราวความสามารถ ภูมิปัญญา และพลังสร้างสรรค์ของคนไทย ตลอดจนนำเสนอศิลปวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าคุณภาพของไทย

ในช่วงพิธีเปิด กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ไทย-จีนที่แน่นแฟ้นในทุกมิติและทุกระดับ รวมถึงวัตถุประสงค์ของงานเทศกาลไทยในปีนี้ ซึ่งต้องการนำเสนอภาพลักษณ์ที่สร้างสรรค์และมีศักยภาพของไทยให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวจีนมากยิ่งขึ้น

ภายในงาน มีบูธจัดแสดงมากมาย โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่สำคัญหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น
- บูธร้านอาหารไทยที่ได้รับตรา Thai SELECT
- บูธผลไม้และสินค้าแปรรูปจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.)
- บูธเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ผ่านการนวดแผนไทย คลาสเรียนมวยไทย และบูธของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- กิจกรรม photo booth สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่วัดอรุณราชวราราม
- นิทรรศการ “CHUD THAI: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume”

ตลอดจนกิจกรรมเล่นเกมพร้อมของรางวัล การแสดงนาฏศิลป์ไทยและการสาธิตมวยไทย การแสดงระนาดไทยร่วมสมัย การสาธิตทำอาหาร รวมไปถึงนักแสดงชาวไทยชื่อดังที่เข้าร่วมงาน

งานนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทยและจีน คณะทูตและกงสุลใหญ่ต่างชาติในนครเซี่ยงไฮ้ หน่วยงานทีมประเทศไทย สื่อมวลชน ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (KOL) เครือข่าย Friends of Thailand ตลอดจนประชาชนชาวจีนและชาวต่างชาติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/17kUuK95vf/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/thai_ead/status/2061003086685241839?s=46

30/05/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


มณฑลส่านซีใช้เกษตรอัจฉริยะ ยกระดับอุตสาหกรรมดอกไม้เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่

อุตสาหกรรมดอกไม้ของมณฑลส่านซีในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งของตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงามเท่านั้นอีกต่อไป แต่กำลังยกระดับสู่การเป็นอุตสาหกรรมเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่สร้างเม็ดเงินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

มณฑลส่านซี หนึ่งใน “ศูนย์กลางเศรษฐกิจและนวัตกรรมของจีนตะวันตก” โดยมีนครซีอานเป็นเมืองเอก ซึ่งไม่เพียงเป็นเมืองประวัติศาสตร์สำคัญของจีน แต่ยังเป็นฐานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การวิจัย และโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ เพราะเป็นมณฑลที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ทำให้สามารถพัฒนาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมได้หลายรูปแบบ นอกจากนี้ ส่านซียังเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) และเป็นจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางสายไหมโบราณ” ทำให้มีบทบาทสำคัญด้านการค้าระหว่างประเทศและการเชื่อมโยงจีนกับเอเชียกลาง ยุโรป และตะวันออกกลาง

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ส่านซีเริ่มดึงดูดการลงทุนด้านเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรอัจฉริยะมากขึ้น หนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ บริษัทในอุตสาหกรรมไม้ดอกไม้ประดับอย่างกลุ่มบริษัท Shaanxi Jitai Urban New Agriculture Co., Ltd. ที่มีธุรกิจในเครือหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจพลังงาน เกษตรเมือง และอุตสาหกรรมสุขภาพ และอีกธุรกิจที่สำคัญคือธุรกิจดอกไม้ ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตดอกหน้าวัวที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลส่านซี และมีนวัตกรรมทางการเกษตรที่ทันสมัย รองรับการเพาะปลูกไม้ดอกระดับพรีเมียม

ดอกหน้าวัวตัดดอกระดับพรีเมียม ถูกยกระดับให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่ถูกใช้ในงานศิลปะหลายแขนง ทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกาย ตกแต่งโรงแรม งานอีเวนต์ ตลอดจนของขวัญระดับพรีเมียม สะท้อนแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรของจีนยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน โดยคว้าโอกาสจากตลาดดอกหน้าวัวทั่วโลกที่เติบโตมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และคาดว่าภายในปี 2575 จะมีมูลค่าสูงถึง 490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงปี 2569-2575 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 4.53%

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศเหมาะสมอย่างยิ่งในการเพาะปลูกพืชเขตร้อน โดยเฉพาะไม้ดอกหลายชนิด ซึ่งมีโอกาสอย่างมากที่จะก้าวขึ้นมาเป็นฐานการลงทุน หรือฐานการเพาะปลูกหลักที่สำคัญในตลาด หนึ่งในไม้ดอกส่งออกที่สำคัญของไทยอย่าง “กล้วยไม้” ก็ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญที่ไทยควรพัฒนาศักยภาพ นอกเหนือจากปริมาณผลผลิต ที่ผลิตได้นั้น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับดอกไม้อย่างการสร้างแบรนด์ การเล่าเรื่อง การสร้างประสบการณ์ที่จะสามารถเชื่อมโยงดอกไม้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคนั้น ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้ไทยสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดดอกไม้โลกได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา: https://thaibizchina.com/article/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-%E0%B8%88/?fbclid=IwY2xjawSCKwFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFoNGNPVmJwaEhBNW1rYnlVc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHuw3NWAsLPnbKo-287vGKQFMRA1YzYxRDuIRDv-k5zc15UP6KiurKnLgCPvM_aem_cvj55QXhicloBhZUjDj5ew

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/status/2060596461369507880?s=20

Photos from East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก's post 29/05/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมงานมหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนตะวันตก ครั้งที่ 5 ส่งเสริมโอกาสสินค้าไทยสู่ตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนตะวันตก ครั้งที่ 5 (The 5th Western China Cross-border E-commerce Expo) ภายใต้หัวข้อ “พลังใหม่การค้าต่างประเทศ เศรษฐกิจดิจิทัลเชื่อมโลก”

ในโอกาสดังกล่าว กงสุลใหญ่ฯ ได้เยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการและพบปะผู้ประกอบการด้านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน เพื่อศึกษาพัฒนาการและแนวโน้มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศของจีน ตลอดจนโอกาสในการส่งเสริมสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ผลไม้ สินค้าเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดจีน

งานดังกล่าว จัดขึ้นโดยสมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนนครเฉิงตู ร่วมกับสมาคมผู้จัดหาสินค้ามณฑลเสฉวน พร้อมการสนับสนุนจากสำนักงานพาณิชย์นครเฉิงตู ซึ่งมีพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตารางเมตร

ภายในงานมีผู้ประกอบการและแพลตฟอร์มชั้นนำด้านอีคอมเมิร์ซจากทั่วประเทศจีนเข้าร่วมจำนวนมาก รวมถึงการจัดแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสำคัญจากมณฑลเสฉวน อาทิ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนบริการด้านโลจิสติกส์ การชำระเงินดิจิทัล และการตลาดออนไลน์ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานที่สำคัญ อาทิ การประชุมระบบนิเวศ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแห่งมณฑลเสฉวน การจับคู่ธุรกิจระหว่างโรงงานต้นทางกับผู้ซื้อและผู้ค้าระหว่างประเทศ รวมถึงเวทีสัมมนาจากแพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Amazon, eBay, และ TikTok Shop เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1B8eFeGDeS/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD/status/2060217844047245763?s=20

28/05/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


ศาลเมืองหางโจวตัดสิน บริษัทไม่สามารถไล่พนักงานออกโดยไม่ชอบธรรมเพื่อนำ AI เข้ามาแทนที่ได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดกระแสบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ปลดพนักงานจำนวนมาก เพราะระบบ AI กำลังจะมาแทนที่ อย่างไรก็ตาม ศาลประชาชนระดับกลางเมืองหางโจวได้ตัดสินให้บริษัทแห่งหนึ่งไล่พนักงานออกอย่างไม่เป็นธรรม มีความผิดตามกฎหมาย หลังจากที่พนักงานปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งที่ต่ำลง เนื่องจาก AI จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเขา

พนักงานรายนี้ ซึ่งระบุชื่อเพียงว่า โจว ถูกจ้างในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 ในตำแหน่งหัวหน้างานควบคุมคุณภาพ โจวได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 25,000 หยวน (ประมาณ 3,655 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบผลลัพธ์จากแบบจำลอง AI เพื่อระบุและคัดกรองเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและละเมิดลิขสิทธิ์

หลังจากนั้น ตำแหน่งของโจวก็ถูกแทนที่ด้วยระบบ AI บริษัทจึงตัดสินใจลดตำแหน่งเขาลงไปอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม และลดเงินเดือนเหลือ 15,000 หยวน (ประมาณ 2,193 ดอลลาร์สหรัฐ)
โจวปฏิเสธที่จะเปลี่ยนตำแหน่ง จึงทำให้เขาจึงถูกไล่ออก ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกกล่าวโทษว่า เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการลดจำนวนพนักงาน เขาได้รับเงินชดเชยจำนวน 311,695 หยวน (ประมาณ 45,650 ดอลลาร์สหรัฐ)

โจวปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอและนำเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งตัดสินว่าการเลิกจ้างของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากนั้น บริษัทผู้ว่าจ้างโจวได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวง โดยแพ้คดี แต่ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลประชาชนระดับกลางเมืองหางโจว ซึ่งศาลก็ตัดสินให้โจวเป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง โดยทั้งสองศาลตัดสินว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่ข้ออ้างที่ชอบด้วยกฎหมายในการเลิกจ้างพนักงาน

ศาลให้เหตุผลว่า เหตุผลในการเลิกจ้างที่บริษัทอ้างนั้น ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เชิงลบ เช่น การลดขนาดธุรกิจหรือปัญหาในการดำเนินงาน และไม่ได้ตรงตามเงื่อนไขทางกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินสัญญาจ้างงานต่อไปได้

การตัดสินครั้งนี้ของศาล ได้รับผลตอบรับเชิงบวกอย่างมากในกลุ่มแรงงาน ตลอดจนสื่อของจีน ที่แสดงความยินดีกับคำตัดสินล่าสุด โดยระบุว่าเป็นการส่งสัญญาณที่สร้างความมั่นใจให้กับความพยายามในการปกป้องสิทธิแรงงานในยุคของระบบอัตโนมัติ

ที่มา: https://www.thaipbs.or.th/now/content/3977

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD/status/2059936520191234187?s=20

Photos from East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก's post 28/05/2026

กรมเอเชียตะวันออกจัดกิจกรรมบรรยายในหัวข้อ “บทบาทและหน้าที่ของกรมเอเชียตะวันออกในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย” และ “ประสบการณ์การทำงานด้านการต่างประเทศ” ให้แก่คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กรมเอเชียตะวันออกได้จัดกิจกรรมบรรยายในหัวข้อ “บทบาทและหน้าที่ของกรมเอเชียตะวันออกในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย” ให้แก่คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จำนวน 100 คน ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญและมีความใกล้ชิดในการช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย

การบรรยายครั้งนี้เน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการต่างประเทศและภารกิจของกรมเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะในมิติการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำไทยและมาเลเซีย กลไกการขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคี ภารกิจในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านคมนาคมและการข้ามพรมแดน รวมไปถึงบทบาทการดูแลชาวไทยในมาเลเซียของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู

นอกจากนี้ กรมเอเชียตะวันออกยังมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศในอนาคต โดยได้จัดกิจกรรมถาม-ตอบ กับข้าราชการแรกเข้าของกรมฯ 5 คน กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยนักเรียนมีการสอบถามเกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็นนักการทูต อาทิ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการทำงาน ความท้าทายในการทำงาน ตลอดจนขอรับคำแนะนำในการเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการในตำแหน่งนักการทูต

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจการทูตสาธารณะของกรมเอเชียตะวันออก เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญ
ต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ กรมเอเชียตะวันออกร่วมจัดกับสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ โดยคณาจารย์และนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างสะท้อนความประทับใจ โดยระบุว่าได้รับความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากประสบการณ์ตรงของผู้บรรยาย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในห้องเรียน รวมทั้งชื่นชมบรรยากาศการบรรยายที่เป็นกันเอง ทำให้สามารถซักถามและแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

Photos from East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก's post 27/05/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นำทีมท่านทูตฯ และผู้แทนมาเลเซียสัมผัส Unseen Phuket

วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จัดกิจกรรม “Royal Thai Embassy in Kuala Lumpur’s Diplomatic Journey Trip” ภายใต้ธีม “Unseen Phuket: From Local Wisdom to Global Connectivity” โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้นำเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำมาเลเซีย และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย รวม 13 คน เดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ตเพื่อสัมผัสอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของไทย ตลอดจนศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยในภาพรวม

การดำเนินกิจกรรมฯ ครั้งปฐมฤกษ์ครั้งนี้ มิเพียงนำเสนอความงดงามทางธรรมชาติของประเทศไทย แต่ยังมุ่งขยายผลความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวในงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะฯ กับภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตว่า การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จทั้งด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุมความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาคอย่างเคบายา และความพร้อมของประเทศไทยในฐานะ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์บนเวทีโลก” ที่พร้อมรับโอกาสใหม่ ๆ ในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ อาทิ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical Wellness)

เอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานร่วมเสริมสร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่อการผลักดันความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในบริบทความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียที่มีเป้าหมายทางการค้าที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 ซึ่งเป็นปีที่ 70 ของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-มาเลเซีย

ตลอดห้วงการเยือนนั้น คณะได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดภูเก็ต เช่น ย่านเมืองเก่าภูเก็ต แหลมพรหมเทพ ศาลเจ้าแสงธรรม วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) และเกาะแพหรือทะเลแหวกภูเก็ต รวมถึงแหล่งวิสาหกิจชุมชนซึ่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจไทย เช่น วิสาหกิจชุมชนบางโรง และ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต

รวมทั้งยังได้สัมผัสประสบการณ์นวดแผนไทยที่สถานประกอบการท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน และรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมระดับโลก “สยามนิรมิต” ที่ผสมผสานศิลปะการแสดงของไทยเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ตลอดจนลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มพื้นเมืองและของประเทศไทย ชูสถานะ “เมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (Creative City of Gastronomy) ขององค์การ UNESCO” ของจังหวัดภูเก็ต และส่งเสริมความนิยมในสินค้าและบริการของไทย


ที่มา: https://facebook.com/share/p/1RDMwweeyx/
https://facebook.com/share/p/1F1Mkwrjfu/
https://facebook.com/share/p/1CvJoMY3N7/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
X: https://x.com/Thai_EAD/status/2059590729325056098?s=20

Photos from East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก's post 22/05/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต นำคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ เข้าเยี่ยมคารวะ ประธานคณะกรรมการปกครองแขวงคำม่วน ณ ห้องว่าการปกครองแขวงคำม่วน

ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับ สปป. ลาว โดยเฉพาะแขวงคำม่วนและจังหวัดชายแดนใกล้เคียงของไทย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากความผูกพันกันทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการไปมาหาสู่กันของประชาชนที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างแขวงคำม่วนกับฝ่ายไทยในอนาคต และเห็นพ้องในการให้ความสำคัญกับความร่วมมือเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองฝั่งโขงการยกระดับการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อก่อให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันของประชาชนทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ ในวันดังกล่าว กงสุลใหญ่ฯ ได้เข้าพบหารือ หัวหน้าแผนกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแขวงคำม่วน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยหัวหน้าแผนกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแขวงคำม่วนให้ความสำคัญกับบทบาทของไทยในการแบ่งปันประสบการณ์ และองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวในหลากหลายด้าน อาทิ การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและชุมชน การส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยกงสุลใหญ่ฯ แสดงความพร้อมในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองฝั่งโขง เพื่อให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันต่อไป

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1HKC8r7HV1/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD/status/2057729882969530776?s=20

Photos from East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก's post 21/05/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


นครเฉิงตูกำลังก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ผลไม้สดแห่งใหม่ของจีนตะวันตก” หลังเปิดตัว “ศูนย์กระจายและจัดแสดงทุเรียนนำเข้า” ณ เขตชิงไป๋เจียง ภายในท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตูอย่างเป็นทางการ

ศูนย์ดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าและโลจิสติกส์ผลไม้ข้ามพรมแดนแห่งใหม่ของจีนตะวันตก โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรสดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ตลาดจีนตอนใน ผ่านระบบขนส่งทางรถไฟควบคุมอุณภูมิแบบครบวงจร
สำหรับแหล่งผลิตหลักของไทยที่ส่งออกสู่จีน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกทุเรียนสำคัญของประเทศ

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของทุเรียนไทยในจีนตะวันตก คือ การเปิดใช้เส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าแบบ “ระบบรถไฟขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ”จากไทยสู่จีน ผ่านเส้นทาง ไทย–ลาว–จีน

เส้นทางดังกล่าวเริ่มต้นจากท่าเรือแหลมฉบัง ผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่นครเฉิงตู ใช้เวลาขนส่งเพียง 5 วัน ภายใต้ระบบควบคุมอุณหภูมิตลอดเส้นทาง ส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ศูนย์ BIC ณ นครเฉิงตูให้ความเห็นว่า การพัฒนาเส้นทางรถไฟควบคุมอุณหภูมิเส้นทาง ไทย–ลาว–จีน ประกอบกับการจัดตั้งศูนย์กระจายทุเรียนนำเข้าในนครเฉิงตู จะช่วยเสริมบทบาทของไทยในฐานะผู้ส่งออกทุเรียนคุณภาพระดับพรีเมียม และเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดสู่จีนตะวันตก ซึ่งมีกำลังซื้อและศักยภาพการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ที่มา : https://thaibizchina.com/business-trade-investment/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
X : https://x.com/Thai_EAD/status/2057312795277115711?s=20

20/05/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก


เมื่อวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง ได้จัดหน่วยให้บริการกงสุลสัญจรที่เกาะลังกาวี รัฐเกดะห์ โดยเปิดให้บริการรับคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง เอกสารเดินทางฉุกเฉิน บัตรประจำตัวประชาชน สูติบัตร ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลที่สำคัญด้านการกงสุล รวมทั้งส่งมอบหนังสือเดินทางให้พี่น้องชาวไทยในเกาะลังกาวี ณ ร้านอาหาร Wan Thai Restaurant เกาะลังกาวี รัฐเกดะห์ ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม และเวลา 08.00-11.00 น. ของวันที่ 10 พฤษภาคม โดยตลอดทั้ง 2 วัน มีผู้เข้ารับบริการจำนวน 39 คน

นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการจัดการประชุมกับอาสาสมัครไทยในเกาะลังกาวีเพื่อมอบนโยบายและหารือประเด็นต่าง ๆ รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อพบปะและให้คำปรึกษาแก่ชุมชนชาวไทยในพื้นที่การเกษตร ชุมชนแรงงานประมงไทย และพี่น้องชาวไทยที่สมรสกับชาวมาเลเซียในเกาะลังกาวี ด้วย

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1E6oxAoVgR/

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD/status/2057014188577640602?s=20

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


443 Sri Ayudhya Road
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30