สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่, หน่วยงานราชการ, ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดChiang Mai, Chiang Mai.

(ส.ปชส.) เป็นหน่วยงานส่วนภูมิภาคสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่หลักคือการเป็นสื่อกลางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร นโยบายรัฐบาล และผลการดำเนินงานของจังหวัดสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน และประสานสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ

ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | ศุภมาส ยกระดับกฎหมาย Lemon Law ฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน 03/06/2026

ตีฆ้องร้องข่าว
(4 มิ.ย.69 เวลา 06.30 น.)
หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ

📣 รัฐมนตรี ศุภมาสฯ ยกระดับกฎหมาย Lemon Law ฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน ให้สิทธิ์ "เปลี่ยน-ซ่อม-ฟ้อง" คืนความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | ศุภมาส ยกระดับกฎหมาย Lemon Law ฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | รัฐมนตรี ศุภมาส ยกระดับกฎหมาย Lemon La...

ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | ชี้แจงเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ใช้ชื่อบิดา-มารดา ลดหย่อนภาษีจะถูกตัดส 03/06/2026

ตีฆ้องร้องข่าว
(4 มิ.ย.69 เวลา 06.30 น.)
หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ

📣 รองนายกฯ เอกนิติ ชี้แจงเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ใช้ชื่อบิดา-มารดา ลดหย่อนภาษีจะถูกตัดสิทธิ์ ยืนยันต้องการช่วยคนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด

ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | ชี้แจงเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ใช้ชื่อบิดา-มารดา ลดหย่อนภาษีจะถูกตัดส ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | "เอกนิติ" ชี้แจงเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่ง...

ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | นายกฯ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 03/06/2026

ตีฆ้องร้องข่าว
(4 มิ.ย.69 เวลา 06.30 น.)
หอกระจายข่าว 80,000 หอ ทั่วประเทศ

📣 นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ลงนามถวายพระพรและนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | นายกฯ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตีฆ้องร้องข่าว (4 มิ.ย.69) | นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ...

Photos from สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่'s post 03/06/2026

🎉 ปิดฉากงดงามที่เชียงใหม่! กรมประชาสัมพันธ์ ขนทัพดีไซเนอร์ดังดัน "ผ้าไทยสู่ตลาดโลก" ปักหมุดสถานีต่อไป "หาดใหญ่" 6-8 มิ.ย. นี้!

(3 มิถุนายน 2569) ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม! ปิดฉากวันสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ “โครงการออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น” (ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์ ที่มุ่งมั่นยกระดับผ้าไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย

ไฮไลต์ส่งท้ายของวันนี้ เข้มข้นสุดๆ กับเวทีเสวนาในหัวข้อ “แฟชั่นไทยกับ Soft Power : จากภูมิปัญญาชุมชนสู่ตลาดโลก” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่ากูรู ผู้เชี่ยวชาญ และดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาผ้าไทยสู่สากล ได้แก่

1. คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE
2. คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH
3. ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
4. อ.ดร.กรกลด คำสุข รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
5. คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE
6. คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA

การเสวนาในวันสุดท้ายนี้ ช่วยเปิดเส้นทางความสำเร็จและค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไทยมาเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อน Soft Power แฟชั่นไทยให้เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน 🧵🇹🇭

📍 ทั้งนี้พี่น้องชาวใต้เตรียมตัวให้พร้อม! สถานีต่อไป "จังหวัดสงขลา"

ขอเชิญชวนชาวใต้และผู้ที่สนใจมาร่วมสร้างสรรค์พลัง Soft Power กันอย่างต่อเนื่อง ตื่นตาตื่นใจกับนิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยร่วมสมัย และแฟชั่นโชว์สุดอลังการ

🗓️ วันที่ 6 - 8 มิถุนายน 2569
🏢 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่

มาร่วมส่งเสริมและผลักดันผ้าไทยจากชุมชนสู่สายตาชาวโลกไปด้วยกัน ✨️

Photos from สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่'s post 03/06/2026

"ศุภมาส" มอบ “ประเดิมชัย” ปิดดีล คนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ย่านอโศก จบที่ ผู้ต้องหารับสารภาพ-บริษัทเยียวยา 35,000 บาท จ่อถกแอปเรียกรถทั้งระบบ 12 มิ.ย. นี้

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามและยุติคดีคนขับรถผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถ ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี หลังถูกไล่ลงกลางทางย่านอโศก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 การติดตามครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดย นางสาวสุนิตา เปาอินทร์ ตามนโยบายที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้น เพราะกระทบทั้งสิทธิผู้บริโภคและภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวต่างชาติ จึงสั่งการให้ สคบ. เกาะติดทุกขั้นตอนจนกว่าผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภค ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ

ด้านนายประเดิมชัย รายงานผลการเจรจาตามที่รัฐมนตรีมอบหมายว่า ผู้ต้องหาอายุ 23 ปี เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมบิดาซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถ และยอมรับผิดตามภาพที่ปรากฏในสื่อ โดยให้การว่าบันดาลโทสะจึงก่อเหตุ ฝ่ายผู้ต้องหาประสงค์จะพบผู้เสียหายเพื่อขอโทษ แต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์เจรจา และแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ใช้รถไม่ตรงประเภทที่จดทะเบียน ขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต โดยใน ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกาย พนักงานสอบสวนนัดนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงพระนครใต้ วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.

นายประเดิมชัย กล่าวว่า ผู้บริหารบริษัทให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถเดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อขอโทษผู้เสียหายในนามผู้ให้บริการ พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่ารักษาพยาบาล 5,000 บาท และค่าเยียวยาอื่น ๆ อีก 30,000 บาท รวม 35,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามสิทธิได้รับการชดเชยความเสียหายของผู้บริโภค ขณะที่ผู้เสียหายยังคงใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันตามปกติ สะท้อนว่าการเข้ามารับผิดชอบของผู้ให้บริการ ช่วยกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้

สำหรับกรณีนี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่กำหนดว่าผู้บริโภค คือ ผู้ที่รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ โดยไม่จำกัดสัญชาติ นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมคนไทย โดยผู้บริโภคต้องมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการรับบริการ ได้รับความเป็นธรรมตามที่ตกลงจองและจ่ายค่าโดยสาร และได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย เมื่อจองรถและจ่ายเงินแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างค่าโดยสารไม่คุ้มแล้วไล่ลงกลางทางไม่ได้เด็ดขาด

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัญหาเรื่องผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรถสาธารณะเช่นนี้ ต้องไม่เกิดขึ้นอีก จึงได้สั่งการให้ สคบ. เรียกบริษัทผู้ให้บริการซึ่งเป็นคู่กรณีเข้าชี้แจงระบบคัดกรองคนขับ บทลงโทษ และมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 จากนั้นวันที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเรียกผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันทุกราย จำนวน 13 ราย พร้อมกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมวางมาตรฐานการกำกับดูแลและค่าโดยสารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ จากการประสานกรมการขนส่งทางบกพบว่า ผู้ให้บริการ 13 ราย มีเพียง 3 ราย ที่จดทะเบียนรถสาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย อีก 10 ราย ยังไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดย สคบ. กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) จะทำงานบูรณาการร่วมกันทุกหน่วย พร้อมรายงานผลภายใน 30 วัน

"คดีนี้ผู้ต้องหายอมรับผิด บริษัทเข้ามาเยียวยาแล้ว แต่ดิฉันจะไม่หยุดแค่รายนี้ เป้าหมายคือทำให้ระบบเรียกรถผ่านแอปปลอดภัยกับทุกคน ไม่ว่าคนไทยหรือนักท่องเที่ยว ขอฝากถึงผู้บริโภคทุกท่าน หากถูกปฏิเสธกลางทาง ถูกเรียกเก็บเกินจริง หรือถูกคุกคาม ให้บันทึกข้อมูลคนขับ ทะเบียนรถ และหลักฐานการจองไว้ แล้วร้องเรียนที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้าย

////////////////////

Photos from พระลาน's post 03/06/2026
03/06/2026

รัฐบาลย้ำเตือน ห้ามนำสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แลกเป็นเงินสดเด็ดขาด มีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” จำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง พร้อมเน้นย้ำว่า การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเงินสด เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์โครงการและผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งผู้รับแลกและผู้ใช้ ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่น ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341

“รัฐบาลสั่งการให้ติดตามตรวจสอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างใกล้ชิด หากพบทำความผิดจริงจะระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านดังกล่าว พร้อมทั้งระงับไม่ให้เข้ารับสิทธิ์อื่นๆ ในโครงการของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนรัฐ นอกจากนี้ ผู้ที่โพสข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด จะถูกส่งข้อมูลให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตผิดกฎหมายในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1569 กระทรวงการคลัง โทร 02 273 9020 ต่อ 3697 3527 3548 3509 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02-111-1144 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาพลังงาน โดยมุ่งเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประคับประคองเศรษฐกิจฐานราก ไปพร้อมกับการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศผ่านร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐช่วยจ่ายให้สูงถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ แลกสิทธิเด็ดขาด เข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

03/06/2026

“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” หลังเปิดใช้สิทธิ 2 วัน ประชาชนใช้สิทธิคึกคักกว่า 14 ล้านคน ยอดทะลุ 4,500 ล้านบาท ย้ำ! ช่วยค่าเดินทาง BTS /MRT

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า ประชาชนยังคงใช้จ่ายอย่างคึกคักต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมรวม 4,542.08 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิสำเร็จแล้ว 14,402,305 คน และมีร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายสำเร็จจำนวน 792,045 ร้านค้า

มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องการให้บริการระบบขนส่งมวลชนที่ร่วมโครงการฯ แต่ประชาชนไม่ค่อยทราบ นั่นคือ สามารถใช้กับ
รถไฟฟ้า 8 สาย ได้แก่
-MRT สายสีม่วง
-MRT สายสีน้ำเงิน
-MRT สายสีชมพู
-MRT สายสีเหลือง
-BTS สายสีเขียว
-BTS สายสีทอง
-รถไฟฟ้าสายสีแดง
-Airport Rail Link

รวมถึง รถโดยสารประจำทาง ขสมก. เรือด่วนเจ้าพระยา และรถโดยสาร บขส.

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำถึงการใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ว่า ต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการจริงตามมูลค่าที่ชำระ ห้ามร้านค้าทอนเงินสดหรือแลกคืนเป็นเงินสดทุกกรณี หากตรวจพบการกระทำผิด ร้านค้าจะถูกระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการ และเรียกคืนเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ฝากขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มาตรการประคับประคองค่าครองชีพเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ เป็นการ “ไทยช่วยไทย“ ตามวัตถุประสงค์โครงการ

03/06/2026

ทรงพระเจริญ

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่

https://www.facebook.com/share/p/1BGrxofLe2/?mibextid=wwXIfr

ทรงพระเจริญ

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดChiang Mai
Chiang Mai
50300