11/05/2026
ขอแสดงความยินดีกับ✨ทัตพิชา พรมฟู ✨
ได้รับคัดเลือกจาก Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program ไปทำวิจัยที่ Research Institute in Astrophysics and Planetology (IRAP), Toulouse, France เป็นระยะเวลา 4 เดือน ระหว่าง กันยายน - ธันวาคม 2026
06/05/2026
🌏✨ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ นันทิยกุล
อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโอกาสได้รับการนำเสนอเป็นนักวิจัยต้นแบบระดับนานาชาติ ในบทสัมภาษณ์พิเศษชุด “Bridging Frontiers” โดย The Scientific Committee on Antarctic Research (SCAR) เครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติด้านการวิจัยแอนตาร์กติก
🏆 การได้รับการนำเสนอผ่านสื่อทางการของ SCAR ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของนักวิจัยไทยในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ขั้วโลก (Polar Science) และถือเป็นอีกหนึ่ง milestone สำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการยกระดับ Frontier Research สู่เวทีสากล
🚢 บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้นำเสนอเส้นทางการทำงานของ รศ.ดร.วราภรณ์ ที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้าน ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) เข้ากับการศึกษาสภาพแวดล้อมสุดขั้วของทวีปแอนตาร์กติกา โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้าน รังสีคอสมิก (Cosmic Rays) และ สภาพอวกาศ (Space Weather) ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ อาทิ โครงการตรวจวัดนิวตรอน Changvan และโครงการ Thai-IceCube
🎓 นอกจากผลงานด้านวิชาการ รศ.ดร.วราภรณ์ ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ และผลักดันให้กลุ่มประเทศที่ยังมีส่วนร่วมในงานวิจัยแอนตาร์กติกไม่มากนัก ได้เข้าถึงโอกาสและมีบทบาทในเวทีวิทยาศาสตร์ขั้วโลกมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนากำลังคนวิจัยและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ
💜 ความสำเร็จครั้งนี้ยังสอดรับกับแนวทางภายใต้โครงการตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยขั้วโลกและการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยไทยในเวทีสากลมาอย่างต่อเนื่อง
📋 อ้างอิงข้อมูล:
The Scientific Committee on Antarctic Research (SCAR). (2026). Bridging Frontiers: An Interview with Dr. Waraporn Nunt
https://scar.org/scar-news/groups-excom/edi-new/bridging-frontiers-an-interview-with-dr-waraporn-nuntiyakul
07/04/2026
เมื่อเวลา 00:56 น. (เวลาไทย) นักบินอวกาศของภารกิจ Artemis II ได้เดินทางเข้าใกล้ดวงจันทร์ ทำลายสถิติการเดินทางไกลจากโลกมากที่สุดของมนุษย์ ซึ่งเดิมเป็นสถิติจากภารกิจ Apollo 13 ที่ระยะ 248,655 ไมล์จากโลก โดยมีเป้าหมายเผื่อสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ (Far side)
ติดตาม live ได้ที่ 👇👇👇
https://www.nasa.gov/live/?utm_source=FBPAGE&utm_medium=NASA+Artemis&utm_campaign=NASASocial&linkId=927102293&fbclid=IwY2xjawRBZqFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFTSjNWa0FBdFR4U0JqcmpZc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjqjUg7KM1HOjFyTJeaCkul4Z6eylc81NkN4ZclHa2-PHLDp2e6SbLuQoiqi_aem_rJjxTqpwCXj8aSrkgJABlQ
Approaching the near side of the Moon.
The Artemis II astronauts have surpassed the record for the distance from Earth at 1:56 p.m. EDT (1756 UTC). This record was previously set during the Apollo 13 mission when the astronauts traveled 248,655 miles from Earth. The Moon continues to grow larger and larger in the windows of the Orion spacecraft as the Artemis II mission gears up to observe the far side. The astronauts are predicted to make their closest approach of the Moon around 7:02 p.m. EDT (2302 UTC).
31/03/2026
ว่าด้วย เชียงใหม่ตอนนี้
หมอก ❌
ฝุ่น ✅
ฝุ่นมาแล้ว ส่วนวิธีแก้…ยังมาไม่ถึง
เริ่มได้ที่ตัวเรา ดูแลตัวเองด้วยนะทุกคน
เพิ่มเติม ...
https://www.iqair.com/th-en/newsroom/pm2-5
http://air4thai.pcd.go.th/webV3/ #/AQIInfo
https://erdi.cmu.ac.th/?p=3419
17/03/2026
ขอแสดงความยินดีกับ ✨พิทยา อภิวัฒนกุล (มีมี่) ✨
นักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาดาราศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ มช. โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ นันทิยกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
ได้รับเชิญให้เข้าร่วมปฏิบัติงานวิจัยกับโครงการ SND@LHC ณ CERN เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม 2569 ถึง 19 มีนาคม 2570
24/02/2026
ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา นักวิจัยฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไทย
เส้นทางของ ดร.ศิรามาศ เริ่มต้นจากความหลงใหลในจักรวาล ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์จาก #มหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี (University of Canterbury) ประเทศนิวซีแลนด์ ปัจจุบันรับหน้าที่สำคัญเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ (Thailand Center of Excellence in Physics หรือ ) โดยมีความเชื่อว่า การทำความเข้าใจกลไกของจักรวาลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัว แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้มนุษย์เข้าใจโลกและการดำรงอยู่ของชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
ดร.ศิรามาศ เป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัยระบบนิเวศโลก-อวกาศ และเป็นผู้นำในการก่อตั้ง " #ศูนย์เตือนภัยสภาพอวกาศ" (Space Weather Warning Center) ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี ในทางดาราศาสตร์ "สภาพอวกาศ" หมายถึงสภาวะแวดล้อมในอวกาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรมของดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะการเกิด "พายุสุริยะ" (Solar Storm) ซึ่งเป็นการปลดปล่อยอนุภาคพลังงานสูงและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา หากพายุนี้มีความรุนแรงและพุ่งตรงมายังโลก อาจส่งผลกระทบมหาศาลต่อระบบดาวเทียม การสื่อสารวิทยุ ระบบนำร่องการบิน (GPS) และโครงข่ายไฟฟ้าบนพื้นโลก การทำงานของศูนย์เตือนภัยที่ ดร.ศิรามาศ ดูแลจึงเปรียบเสมือนด่านหน้าในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที
นอกเหนือจากการเฝ้าระวังภัยจากอวกาศ ดร.ศิรามาศ ยังทำงานวิจัยเชิงบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา " #รังสีคอสมิก" (Cosmic Rays) ซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากห้วงอวกาศลึกที่อาจส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศและสิ่งมีชีวิต หรือสาขาอย่าง " #ชีวดาราศาสตร์" (Astrobiology) ที่ศึกษาความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตในจักรวาล รวมถึง " #โบราณดาราศาสตร์" (Archaeoastronomy) ที่เชื่อมโยงความรู้ทางดาราศาสตร์เข้ากับประวัติศาสตร์และอารยธรรมมนุษย์
อีกหนึ่งมิติที่สำคัญไม่แพ้งานวิจัย คือบทบาทในการเป็น " #นักสื่อสารวิทยาศาสตร์" ดร.ศิรามาศ ทุ่มเทเวลาในการถ่ายทอดความรู้สู่สาธารณชนและเยาวชน ผ่านการเขียนหนังสือตำราเรียนและหนังสือเสริมความรู้ เช่น "INTENSIVE โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม.ปลาย" เพื่อย่อยเรื่องราวยากๆ ของเอกภพให้เข้าใจง่าย สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนไทยกล้าที่จะตั้งคำถามและค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
______________
👨🚀 ข้อมูลอ้างอิง:
- ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- INTENSIVE โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม.ปลาย
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์
#ข่าวอวกาศ #ดาราศาสตร์ #อวกาศ #นักวิทยาศาสตร์ไทย
13/02/2026
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมในความสำเร็จของการติดตั้งหัววัดในโครงการ IceCube Upgrade ณ ขั้วโลกใต้
IceCube Neutrino Observatory ประกาศความสำเร็จของการติดตั้งหัววัดตามโครงการ IceCube Upgrade ซึ่งเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่ของ IceCube Neutrino Observatory ในรอบ 15 ปี โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก รวมถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย ผศ.ดร.ชนะ สินทรัพย์วโรดม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมเป็นวิศวกรในการเจาะน้ำแข็ง ณ ขั้วโลกใต้
การติดตั้งนี้ใช้ระบบเจาะน้ำแข็งด้วยความร้อน 5 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลงในน้ำแข็งที่ระดับความลึกกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อร้อยหัววัดกว่า 600 ลูกผ่านสายสัญญาณจำนวน 6 เส้น ทีมงานต้องเจาะหลุม 6 หลุม เข้าไปในแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกา โดยแต่ละหลุมต้องใช้เวลาประมาณสามวันในการขุดเจาะ และทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
หัววัดชุดใหม่นี้เป็นรูปแบบ mDOMs และ D-Eggs ซึ่งถูกติดตั้งเพื่อรับแสงที่เกิดจากการชนของนิวตริโนในน้ำแข็ง หัววัดชุดใหม่นี้มีความไวแสงมากขึ้น ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ละเอียดขึ้นทั้งในด้านพลังงานและทิศทางของอนุภาค จากข้อมูลที่ได้นักวิทยาศาสตร์จะสามารถศึกษาการ “oscillation” หรือการเปลี่ยนชนิดของนิวตริโน และตรวจจับนิวตริโนจากเหตุการณ์พิเศษ เช่น ซูเปอร์โนวาในกาแล็กซีของเรา ได้ดีขึ้นอย่างมาก
การติดตั้งหัววัดในโครงการ IceCube Upgrade นี้ใช้เวลาต่อเนื่องถึงสามปี ในช่วงฤดูร้อนของทวีปแอนตาร์กติกา ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2566 – 2569 โดย ผศ.ดร.ชนะ สินทรัพย์วโรดม ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการตลอดทั้งสามฤดู ภายใต้การดำเนินงานของ โครงการความร่วมมือไทย-ไอซ์คิวบ์ ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และการสนับสนุนจาก IceCube Neutrino Observatory และ Wisconsin IceCube Particle Astrophysics Center และโครงการ “การสร้างภาคีเครือข่ายชั้นนำของโลกร่วมกับหอสังเกตการณ์นิวทริโนไอซ์คิวบ์ทางด้านอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ” ภายใต้แผนงาน N41 (S3P19) ของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ นันทิยกุล เป็นหัวหน้าโครงการ
และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีขั้วโลกใต้ ธงชาติไทย ธงประจำพระองค์ประดับพระปรมาภิไธยย่อ สธ ธงสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และธงคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้โบกสะบัดเคียงข้างธงของประเทศต่างๆ ในหนึ่งในสถานที่ที่เข้าถึงยากที่สุดในโลก สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และนักวิจัยไทยได้ยืนในเวทีวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความก้าวหน้าของเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ที่จะนำไปสู่การไขความลับแห่งจักรวาล
อ่านข่าวเพิ่มเติมจาก IceCube Neutrino Observatory ได้ที่ https://icecube.wisc.edu/news/press-releases/2026/02/the-icecube-neutrino-observatory-gets-a-major-upgrade-beneath-the-ice/
#วิศวะมช
#บพค
03/02/2026
🗣️Special Talk: Exploring the Universe from the South Pole 🧊
โอกาสพิเศษในการรับฟังประสบการณ์จาก Joe Baines-Holmes
นักวิจัยที่เป็น "Winterover" ที่ขั้วโลกใต้ ของโครงการ IceCube
😱ต้องไปใช้ชีวิตอยู่มา 12 เดือนเต็มๆ ที่ขั้วโลกใต้
😱6-7 เดือน ! ที่ต้องอยู่กับความมืด 🥶
ใครอยากรู้ทั้งเรื่อง
✅วิทยาศาสตร์
✅การทำงานในสภาพอากาศที่สุดขั้ว
✅ชีวิตในช่วงที่ไม่มีพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเดือน
ใครสนใจ IceCube หรืออยากรู้ว่าการสำรวจจักรวาลจาก South Pole เป็นยังไง ห้ามพลาดเลย 👀🤩
มาเจอกันวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026
🕐 เวลา 13:00 - 15:00 น.
📍 Onsite: ห้อง PB1-330 ภาควิชาฟิสิกส์ มช. (แอร์ในห้องอาจจะดูอุ่นไป เมื่อเทียบกับที่พี่เขาเจอมา)
💻 Online (Zoom): Meeting ID: 916-6216-7607
30/01/2026
ฮัลโหล มกรายังไม่หมด แต่..จะชวนไปกุมภาแล้ว 😂
📅 วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ⏰ เวลา: 10:00 – 12:00 น.
ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อ: "GAUGE-INVARIANT MASS: ORIGIN, PT-SYMMETRY WITH TOPOLOGY AND EXTENDED GRAVITY"
🎤 โดย: Dr. Kumar Abhinav (NAS, Mahidol University)
ในทฤษฎีฟิสิกส์สมัยใหม่ แรงพื้นฐาน (เช่น แรงแม่เหล็กไฟฟ้า) ถูกอธิบายด้วย Gauge Theory ซึ่งระบุว่า "กฎทางฟิสิกส์จะต้องไม่เปลี่ยนแปลง ต่อให้เราจะเปลี่ยนมุมมองหรือพิกัดในระดับลึก (Local transformations) ไปยังไงก็ตาม"
การบรรยายนี้จะพาไปรู้จักแนวคิด gauge-invariant mass ตั้งแต่ที่มาของมวล ความเชื่อมโยงกับ PT-SYMMETRY, โครงสร้างเชิงทอพอโลยีไปจนถึงการประยุกต์ใน extended gravity model
📍 ช่องทางการรับฟัง:
Onsite: ห้องประชุม 2 ชั้น 1 อาคาร PB1 ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Online: ผ่าน Zoom (Meeting ID: 982-1476-4326)