เครือข่าย อว. ภาคเหนือ

เครือข่าย อว. ภาคเหนือ

แชร์

"วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ปัจจัยสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้"

01/06/2026

ควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัว : โอกาสและยุทธศาสตร์ของไทยบนเวทีเทคโนโลยีโลก

เมื่อกล่าวถึง “เทคโนโลยีควอนตัม” หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องของห้องปฏิบัติการระดับโลก หรือเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยังห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง ควอนตัมกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีฐานรากสำคัญที่หลายประเทศเร่งลงทุนและวางยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ระหว่างการปฏิบัติภารกิจ ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้มีการหารือกับ Pasqal หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีควอนตัมชั้นนำของโลก ซึ่งมีศาสตราจารย์ Alain Aspect เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2022 เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง การแลกเปลี่ยนมุมมองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางวิชาการอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

หัวใจสำคัญของ Quantum Technology คือศักยภาพในการประมวลผลและแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงเกินขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้ายาและวัสดุขั้นสูง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานและโลจิสติกส์ การพยากรณ์และวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในยุคดิจิทัล

แม้ว่าการแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์ควอนตัมในเวทีโลกจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสสำคัญในการสร้างบทบาทและความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ หากมีการกำหนดทิศทางการลงทุนและการพัฒนากำลังคนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะใน 3 ห่วงโซ่คุณค่าหลัก ได้แก่ Quantum Communication, Quantum Software และ Quantum Sensing

ในมิติของ Quantum Communication เทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นรากฐานของระบบสื่อสารที่มีความปลอดภัยสูงสุด รองรับความท้าทายด้านความมั่นคงทางข้อมูลของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในอนาคต

ด้าน Quantum Software เป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยสามารถสร้างศักยภาพได้อย่างรวดเร็วผ่านการพัฒนาอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ และบุคลากรด้านการประมวลผลควอนตัม ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของประเทศในด้านวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ และการพัฒนากำลังคน

ขณะที่ Quantum Sensing ถือเป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีศักยภาพสูงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถตรวจวัดสัญญาณทางชีวภาพที่ละเอียดอ่อนในระดับที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ตั้งแต่การสร้างภาพการทำงานของสมองและหัวใจที่มีความแม่นยำสูง ไปจนถึงการตรวจจับความผิดปกติของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและอัลไซเมอร์ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ศักยภาพเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิด Precision Medicine หรือการแพทย์แม่นยำ ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของระบบสาธารณสุขโลก และยังเป็นโอกาสในการต่อยอดอุตสาหกรรม Wellness Economy ที่ประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

ประเทศไทยมีนักวิจัย สถาบันการศึกษา และบุคลากรที่มีความสามารถไม่แพ้ประเทศใดในโลก สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยภาครัฐต้องทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวก และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในข้อเสนอที่ได้รับจาก Pasqal คือการริเริ่มความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศสในรูปแบบ Joint R&D ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลก

ในยุคที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การรอให้โลกเปลี่ยนแปลงแล้วค่อยปรับตัวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องมองไกล วางยุทธศาสตร์ และลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับประเทศ และเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21

ควอนตัมอาจเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ในวันนี้ แต่หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีทิศทางที่ชัดเจน ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ศาสตราจารย์ ดร.ยศนันท์ วงสวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว.ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ

30/05/2026

“เลี้ยงดง” : พื้นที่ของความเชื่อ เรื่องเล่า และจิตวิญญาณของชุมชนล้านนา

หากมองจากสายตาคนนอก ประเพณี “เลี้ยงดง” อาจดูเป็นเพียงพิธีเซ่นไหว้ผีป่าตามความเชื่อโบราณ แต่ในทางคติชนวิทยา พิธีกรรมนี้กลับซ่อนชั้นความหมายเอาไว้มากกว่านั้น เพราะ “เลี้ยงดง” ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในรูปของพิธี หากยังมีชีวิตอยู่ผ่านเรื่องเล่า ตำนาน ความทรงจำ ภาษา และวิถีปฏิบัติของผู้คนในชุมชนล้านนา

ในสังคมพื้นบ้านล้านนา “ดง” ไม่ใช่แค่ป่า แต่คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติสถิตอยู่ ชาวบ้านเชื่อว่าป่ามีผี มีเจ้าที่ มีวิญญาณบรรพชนคอยคุ้มครองรักษา ความเชื่อเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ หากเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของผู้คนที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติมาอย่างยาวนาน เมื่อป่าให้น้ำ ให้อาหาร และเป็นแหล่งดำรงชีวิต ผู้คนจึงสร้าง “เรื่องเล่า” ขึ้นมาเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีดง ผีป่า หรือเจ้าป่าเจ้าเขา จึงไม่ใช่เพียงนิทานหลอกเด็ก แต่เป็นกลไกทางวัฒนธรรมที่ทำให้คนในชุมชนเกิดความเกรงกลัวและเคารพต่อธรรมชาติ คติชนวิทยามองว่า เรื่องเล่าเหล่านี้ทำหน้าที่ถ่ายทอด “คุณค่าร่วม” ของสังคม เช่น การห้ามทำลายป่า การห้ามลบหลู่ต้นน้ำ หรือการเคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

สิ่งสำคัญคือ เรื่องเล่าเหล่านี้ไม่ได้ถูกจารึกในตำรา หากแต่อยู่ในคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ อยู่ในบทสวด อยู่ในพิธีกรรม และอยู่ในความทรงจำของชุมชน การเลี้ยงดงจึงเป็นเสมือน “เวที” ที่ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ยังคงถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

ในหลายพื้นที่ของล้านนา เราจะพบว่า ก่อนเริ่มพิธี ผู้เฒ่าผู้แก่จะเล่าตำนานเกี่ยวกับผีปู่ย่า หรือเจ้าป่าผู้คุ้มครองหมู่บ้าน เด็ก ๆ ที่นั่งฟังอาจไม่ได้ตระหนักว่าตนกำลังเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนผ่าน “มุขปาฐะ” หรือการถ่ายทอดด้วยวาจา นี่คือหัวใจสำคัญของคติชนวิทยา เพราะวัฒนธรรมพื้นบ้านจำนวนมากไม่ได้ดำรงอยู่ในเอกสาร แต่ดำรงอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน

พิธีกรรมเลี้ยงดงยังสะท้อนโลกทัศน์ของคนล้านนาที่มองว่า มนุษย์ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ คนกับป่าจึงต้องอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ความเชื่อเรื่องผีป่าในแง่นี้จึงเปรียบเสมือน “ภาษาเชิงสัญลักษณ์” ที่ชุมชนใช้สื่อสารกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในพิธี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเซ่น อาหารพื้นบ้าน ดนตรีพื้นเมือง หรือภาษาคำกล่าวในพิธี ล้วนเป็น “วัฒนธรรมทางคติชน” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนล้านนา เช่น การใช้ภาษาเหนือในบทกล่าวเซ่นไหว้ การจัดสำรับอาหารแบบพื้นบ้าน หรือการเลือกพื้นที่ประกอบพิธีใกล้ต้นไม้ใหญ่และแหล่งน้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีนัยทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับภูมิประเทศและรากเหง้าของตนเอง

ที่น่าสนใจคือ แม้โลกสมัยใหม่จะทำให้หลายคนตั้งคำถามกับเรื่องผีและความเชื่อดั้งเดิม แต่ประเพณีเลี้ยงดงกลับยังดำรงอยู่ เพราะสำหรับชุมชนแล้ว พิธีนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องเหนือธรรมชาติ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำร่วม เป็นช่วงเวลาที่คนในหมู่บ้านกลับมาเจอกัน กลับมาระลึกถึงบรรพบุรุษ และกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผืนป่า

ในมุมนี้ “เลี้ยงดง” จึงเป็นมากกว่าพิธีกรรมพื้นบ้าน แต่มันคือ “คลังความทรงจำ” ของชุมชน เป็นพื้นที่ที่เรื่องเล่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมยังคงมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

และบางที สิ่งที่ประเพณีนี้พยายามบอกเรา อาจไม่ใช่เรื่องของผีป่าเลย แต่คือการเตือนว่า มนุษย์ไม่ควรหลงลืมรากเหง้าของตนเอง และไม่ควรลืมว่า ครั้งหนึ่งเราเคยใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติด้วยความเคารพ มากกว่าความเป็นเจ้าของ

----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว.ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ

29/05/2026

🔴 LIVE! ใครว่าอวกาศเป็นเรื่องไกลตัว? เข้ามาคุยกันเลยครับ! 🚀🇹🇭

ชวนเกาะขอบจอ เจาะลึกความสำเร็จของ "TIGERS-X" แล็บจิ๋วฝีมือคนไทยที่ถูกส่งขึ้นไปบนอวกาศ!

คนไทยไปทำอะไรบนนั้น? การทดลองสภาวะไร้น้ำหนักจะช่วยต่อยอดการ "ปรุงยา" ให้ล้ำหน้าอย่างไร?

ฟังเบื้องหลังสนุกๆ ใน Shanergy X TIGERS-X กันครับ!

29/05/2026

“PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง”

“เลิกเผา” อาจไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” ของเกษตรกรไทย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหา PM2.5 กลายเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ต้องเผชิญทั้งหมอกควัน ไฟป่า และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรซ้ำซากทุกปี ที่ผ่านมา การแก้ปัญหามักเน้น “การห้ามเผา” แต่ในความเป็นจริง เกษตรกรจำนวนมากยังไม่มีทางเลือกที่คุ้มค่าพอ

เศษฟาง ซังข้าวโพด กิ่งไม้ หรือชีวมวลต่าง ๆ ถูกมองว่าเป็น “ภาระ” มากกว่า “ทรัพยากร” สุดท้าย การเผาจึงกลายเป็นวิธีที่ง่ายและต้นทุนต่ำที่สุด นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ “PMUC Zero Burn to Earn : เลิกเผา เป๋าตุง”

โครงการที่พยายามเปลี่ยนแนวคิดจาก ”หยุดเผาเพราะผิด” ไปสู่ “หยุดเผาแล้วได้รายได้” โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ บพข. และเครือข่ายมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และนักวิจัย พัฒนาโมเดลใหม่ที่นำ “เศษวัสดุเหลือทิ้ง” กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง แทนที่จะเผาทิ้งกลางไร่ เกษตรกรสามารถนำวัสดุเหล่านี้เข้าสู่ระบบ “Zero Burn to Earn” เพื่อแลกเป็นสิทธิประโยชน์และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน เศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดเป็น
• เชื้อเพลิงชีวมวล
• ไบโอชาร์
• น้ำมันไพโรไลซิส
• วัสดุชีวภาพ
• พลังงานสะอาด
• ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

แนวคิดสำคัญของโครงการคือ “เศษวัสดุเหลือทิ้งต้องมีค่า” เพราะหากของเหลือในไร่มีมูลค่ามากพอ แรงจูงใจในการเผาก็จะค่อย ๆ ลดลงเอง สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่พยายามเชื่อม “งานวิจัย” เข้ากับ “เศรษฐกิจจริง” มหาวิทยาลัยและหน่วยวิจัยหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ วว. เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีแปรรูปชีวมวลให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในระดับอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็เข้ามาช่วยสร้าง “ตลาดรองรับ” เพื่อให้วัสดุเหลือใช้เหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่เพียงโครงการทดลองระยะสั้น

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ผลักดันแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง คือ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่พยายามผลักดันแนวคิดการใช้ “นวัตกรรม” และ “กลไกทางเศรษฐศาสตร์” มาแก้ปัญหา PM2.5 แทนการใช้มาตรการเชิงบังคับเพียงอย่างเดียว

ดร.ยศชนัน มองว่า
การแก้ปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน ต้องทำให้ชุมชน “อยู่ได้” ไปพร้อมกับ “อากาศที่ดีขึ้น”

จึงเกิดแนวคิดเปลี่ยน “ภาระของเกษตรกร” ให้กลายเป็น “ทรัพยากรใหม่ของประเทศ” โมเดลนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงอนาคตด้านพลังงานสะอาดของไทย ทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ ไฮโดรเจนจากชีวมวล SAF (Sustainable Aviation Fuel) รวมถึงเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

พื้นที่นำร่องของโครงการเริ่มต้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหา PM2.5 รุนแรงที่สุดของประเทศ ก่อนขยายผลไปยังภูมิภาคอื่นในอนาคต แน่นอนว่า โครงการนี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาฝุ่นได้ทั้งหมดในทันทีแต่สิ่งสำคัญคือ การเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดจาก “การแก้ปัญหาปลายเหตุ” ไปสู่ “การสร้างระบบใหม่ที่ทำให้คนอยากเลิกเผาเอง”

เพราะสุดท้ายแล้ว การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน อาจไม่ใช่แค่การบอกว่า “ห้ามทำ” แต่คือการทำให้ทุกคนเห็นว่า ”การรักษาสิ่งแวดล้อม ก็สร้างอนาคตและรายได้ได้เช่นกัน”

----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว.ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ

28/05/2026

จิตวิทยาสำหรับองค์กร: สิ่งที่ระบบการทำงานต้องการ มากกว่าระเบียบที่เข้มงวด

องค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะในระบบราชการ มักถูกออกแบบขึ้นบนความเชื่อว่าความชัดเจนของระเบียบ ขั้นตอน และสายบังคับบัญชา คือรากฐานสำคัญของประสิทธิภาพในการทำงาน ทุกอย่างถูกกำหนดไว้อย่างเป็นระบบ มีกรอบ มีหน้าที่ มีลำดับชั้น มีแบบฟอร์ม มีคำสั่ง มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนราวกับว่าหากทุกคนปฏิบัติตามสิ่งเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน องค์กรก็น่าจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

แต่ในความเป็นจริง เราต่างรู้ดีว่าการทำงานไม่ได้ดำเนินไปบนกระดาษเพียงอย่างเดียว

ต่อให้มีระเบียบที่สมบูรณ์เพียงใด มีคำสั่งที่รัดกุมเพียงใด หรือมีแผนงานที่ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดเพียงใด หากผู้คนในองค์กรไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเข้าใจ ทุกอย่างก็อาจสะดุดลงได้จากสิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่เคยถูกเขียนไว้ในข้อบังคับ

เพราะสิ่งที่ทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้จริง ไม่ใช่เพียงระบบ แต่คือมนุษย์ที่อยู่ภายในระบบนั้น

มนุษย์ที่มีความคิด ความรู้สึก ความกังวล ความกดดัน และวิธีตอบสนองต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

หลายครั้ง ปัญหาในการทำงานมิได้เกิดจากความบกพร่องทางวิชาการ หรือการขาดทักษะเชิงเทคนิค หากเกิดจากความไม่เข้าใจกันในระดับที่ลึกกว่านั้น เป็นความไม่เข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ ไม่เข้าใจพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่เข้าใจขอบเขตของบทบาท และไม่เข้าใจว่าการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงนั้นต้องอาศัยความละเอียดอ่อนทางจิตวิทยามากเพียงใด

ในองค์กร เรามักพบสถานการณ์ที่ทุกอย่างดูเหมือนเป็นไปด้วยความหวังดี มีการติดตาม มีการสอบถาม มีการเข้าไปให้คำแนะนำ มีการพยายามมีส่วนร่วมในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่างานจะดำเนินไปอย่างราบรื่น

แต่บางครั้ง ความหวังดีที่ปราศจากความเข้าใจ อาจกลายเป็นแรงกดดันโดยไม่ตั้งใจ

การตั้งคำถามที่ดูเหมือนห่วงใย อาจสร้างความอึดอัด
การเข้าไปมีส่วนร่วมที่คิดว่าช่วยเหลือ อาจกลายเป็นการรุกล้ำ
การติดตามอย่างใกล้ชิดที่เชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบ อาจถูกตีความว่าเป็นการไม่ไว้วางใจ

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอในพื้นที่ทำงาน โดยเฉพาะในองค์กรที่ผู้คนต้องทำงานภายใต้โครงสร้างที่ซับซ้อนและความสัมพันธ์เชิงบทบาทที่ละเอียดอ่อน

นี่เองที่ทำให้ “จิตวิทยาสำหรับการทำงาน” กลายเป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่ง

จิตวิทยาในการทำงานไม่ได้สอนเพียงวิธีคิดเชิงบวก หรือเทคนิคการสร้างแรงจูงใจอย่างผิวเผิน หากแต่สอนให้เราเข้าใจมนุษย์ในฐานะมนุษย์

สอนให้เข้าใจว่าความเงียบไม่ได้แปลว่ามีปัญหาเสมอไป
ความนิ่งไม่ได้หมายถึงการต่อต้าน
การไม่เปิดเผยความรู้สึกไม่ได้สะท้อนถึงการไม่ร่วมมือ

บางครั้ง สิ่งที่ผู้คนต้องการไม่ใช่การถูกซักถาม ไม่ใช่การถูกติดตามอย่างใกล้ชิด และไม่ใช่การถูกชี้นำด้วยความหวังดี

แต่เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยพอให้เขาได้จัดการตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี

ในบริบทเช่นนี้ หลักสูตรด้านจิตวิทยาการทำงานจึงมีคุณค่าอย่างมาก โดยเฉพาะหลักสูตรออนไลน์อย่าง “จิตวิทยาประยุกต์ในการทำงาน เพื่อความสำเร็จ ความสุข และความมั่งคั่ง” บน ThaiMOOC ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจธรรมชาติของพฤติกรรมมนุษย์ การจัดการอารมณ์ การสื่อสารอย่างเหมาะสม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในบริบทของการทำงาน

องค์ความรู้เหล่านี้อาจดูเรียบง่ายเมื่อเทียบกับศาสตร์ด้านการบริหารจัดการที่ซับซ้อน แต่กลับเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่น่าอยู่

เพราะในท้ายที่สุด ต่อให้องค์กรมีระบบที่ดีเพียงใด หากผู้คนยังไม่เข้าใจวิธีอยู่ร่วมกันอย่างเคารพพื้นที่ของกันและกัน ระบบนั้นก็อาจเป็นเพียงโครงสร้างที่ขาดชีวิต

บางทีสิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญ อาจไม่ใช่การสร้างกฎเกณฑ์เพิ่มเติม หรือการเพิ่มกลไกกำกับติดตามให้เข้มข้นขึ้น

แต่อาจเป็นการสร้างความเข้าใจที่ลึกพอให้ทุกคนตระหนักว่า การทำงานร่วมกันอย่างมืออาชีพนั้น ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปมีบทบาทในทุกเรื่อง ไม่ได้หมายถึงการแสดงความใส่ใจในทุกจังหวะ และไม่ได้หมายถึงการพยายามควบคุมทุกความเคลื่อนไหวของผู้อื่น

บางครั้ง ความเป็นมืออาชีพที่แท้จริง อาจเริ่มต้นจากความสามารถในการรับรู้ว่าเมื่อใดควรพูด เมื่อใดควรถาม และเมื่อใดควรถอยออกมาเพื่อเว้นพื้นที่ให้ผู้อื่นได้เป็นตัวของตัวเอง

เพราะองค์กรที่ดี ไม่ได้วัดจากจำนวนระเบียบที่มี
แต่สะท้อนผ่านความเข้าใจที่ผู้คนมีต่อกัน

และความเข้าใจนั้น
ไม่มีระเบียบข้อใดสร้างขึ้นได้ หากปราศจากการเรียนรู้เรื่องจิ

----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว. ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ

ม.พะเยา ผนึกกำลังสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ขับเคลื่อนการประกวดรางวัล Innovative City & Learning Village Award ณ ประเท 27/05/2026

ม.พะเยา ผนึกกำลังสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ขับเคลื่อนการประกวดรางวัล Innovative City & Learning Village Award ณ ประเทศอินโดนีเซีย

รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา (UPITI) ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐภูมิ พรหมณะ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ สมชาติ ธนะ รองผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี เข้าร่วมประสานความร่วมมือกับคณะผู้บริหารจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย นายเมธี ลิมนิกุล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานเครือข่าย อว. ในภูมิภาค และคณะ เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการสร้างสรรค์ชุมชนนวัตกรรมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การหารือความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้น ณ TK PARK PHAYAO เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน “Learning Village” หรือ “หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้” เพื่อยกระดับพื้นที่สร้างสรรค์สู่มาตรฐานสากล ตามแนวทางเครือข่ายระดับโลกด้านเมืองแห่งการเรียนรู้ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Global Network of Learning Cities : GNLC) โดยอาศัยกลไกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จากเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและอุทยานวิทยาศาสตร์ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าไปช่วยบ่มเพาะและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้ง 18 แห่ง ครอบคลุมประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย และเครือข่ายองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEAMEO SEPs)
ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้มีกำหนดการสำคัญ คือ การจัดพิธีมอบรางวัล “Innovative City & Learning Village Award” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2569 ณ Bali Tourism Polytechnic ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเชิดชูเกียรติเมืองและชุมชนที่มีผลงานโดดเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับอาเซียน และมุ่งสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในระดับสากลต่อไป
นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยังได้ลงพื้นที่ติดตามการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการรักษาคุณภาพผลผลิตลิ้นจี่ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและเพิ่มศักยภาพการส่งจำหน่ายสู่ผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานคร

ที่มา : https://www.up.ac.th/NewsRead.aspx?itemID=37716
______________________________________________________________
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ จากเรา เครือข่าย อว.ภาคเหนือ ได้ที่
Fan page : เครือข่าย อว. ภาคเหนือ
#ปค #ประสานเครือข่ายในภูมิภาค #อวส่วนหน้า #อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #เครือข่ายอวภาคเหนือ

ม.พะเยา ผนึกกำลังสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ขับเคลื่อนการประกวดรางวัล Innovative City & Learning Village Award ณ ประเท ม.พะเยา ผนึกกำลังสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ขับเคลื่อนการประกวดรางวัล Innovative City & Learning Village Award ณ ประเทศอินโดนีเซีย

26/05/2026

🚨 โค้งสุดท้าย! ใกล้ปิดรับสมัครแล้ว 🚨
เปลี่ยน "ไอเดีย" ให้กลายเป็น "ผลงานนวัตกรรม" ด้วยพลังของ Generative AI กับหลักสูตรทักษะนวัตกรเบื้องต้นในยุคดิจิทัล เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมทางการศึกษาที่ดี ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการ "ทำงานหนักขึ้น" เสมอไป แต่คือการเลือกใช้ "เครื่องมือช่วยทุ่นแรง" ที่สามารถขยายศักยภาพให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ไกลกว่าเดิม
ก้าวข้ามขีดจำกัดรูปแบบเดิมด้วยการเรียนรู้ผ่านเฟรมเวิร์กระดับชาติ STEAM4INNOVATOR จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ผสานเข้ากับความสามารถของ AI อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมการทำงานของคุณ จากที่เคยใช้เวลาพัฒนาผลงานหลักเดือน ให้สำเร็จได้ภายใน "ไม่กี่ชั่วโมง" อย่างมืออาชีพ
📌 สิ่งที่จะได้รับจากการเข้าร่วมหลักสูตรนี้:
เจาะลึกกระบวนการ: เรียนรู้ 4 Stage ของการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และสร้างผลลัพธ์ได้จริง
AI Workshop ฟรี!: รับชุดคำสั่ง Gemini Gems กว่า 30 รูปแบบ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อย่นระยะเวลาการทำงานของครูโดยเฉพาะ
ต่อยอดความสำเร็จ: สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน และส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพของคุณเอง
⏳ โอกาสสุดท้าย เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน! (เรียนฟรี พร้อมรับเกียรติบัตร)
รีบลงทะเบียนด่วน ปิดรับสมัครรอบแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น
👉 คลิกลิงก์เพื่อสมัครเลย: https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program
"ในโลกยุคใหม่ ครูที่เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คือผู้นำที่จะพลิกโฉมการศึกษา และเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อย่างแท้จริง"
อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยกัน!
#ครูนวัตกร #อว

🚨 โค้งสุดท้าย! ใกล้ปิดรับสมัครแล้ว 🚨

เปลี่ยน "ไอเดีย" ให้กลายเป็น "ผลงานนวัตกรรม" ด้วยพลังของ Generative AI กับหลักสูตรทักษะนวัตกรเบื้องต้นในยุคดิจิทัล เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมทางการศึกษาที่ดี ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการ "ทำงานหนักขึ้น" เสมอไป แต่คือการเลือกใช้ "เครื่องมือช่วยทุ่นแรง" ที่สามารถขยายศักยภาพให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ไกลกว่าเดิม

ก้าวข้ามขีดจำกัดรูปแบบเดิมด้วยการเรียนรู้ผ่านเฟรมเวิร์กระดับชาติ STEAM4INNOVATOR จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ผสานเข้ากับความสามารถของ AI อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมการทำงานของคุณ จากที่เคยใช้เวลาพัฒนาผลงานหลักเดือน ให้สำเร็จได้ภายใน "ไม่กี่ชั่วโมง" อย่างมืออาชีพ

📌 สิ่งที่จะได้รับจากการเข้าร่วมหลักสูตรนี้:

เจาะลึกกระบวนการ: เรียนรู้ 4 Stage ของการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และสร้างผลลัพธ์ได้จริง

AI Workshop ฟรี!: รับชุดคำสั่ง Gemini Gems กว่า 30 รูปแบบ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อย่นระยะเวลาการทำงานของครูโดยเฉพาะ

ต่อยอดความสำเร็จ: สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน และส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพของคุณเอง

⏳ โอกาสสุดท้าย เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน! (เรียนฟรี พร้อมรับเกียรติบัตร)
รีบลงทะเบียนด่วน ปิดรับสมัครรอบแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น

👉 คลิกลิงก์เพื่อสมัครเลย: https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program

"ในโลกยุคใหม่ ครูที่เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คือผู้นำที่จะพลิกโฉมการศึกษา และเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อย่างแท้จริง"

อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยกัน!

#ครูนวัตกร #อว

25/05/2026

ครูนวัตกร l ep.3 โครงการยกระดับศักยภาพครู สกร. ด้วย อววน. ปี 2567–2568
โครงการยกระดับศักยภาพครู สกร. ด้วย อววน. ปี 2567–2568 เป็นการขับเคลื่อนบทเรียนจากการทำงานระดับพื้นที่ ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ไปสู่การออกแบบแนวทางใหม่ในระดับนโยบายชาติ โดยมี “ครูนวัตกร” เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโจทย์จริงของชุมชนกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงการอบรมระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานให้ครู สกร. มีทักษะ เครื่องมือ เครือข่าย และบทบาทใหม่ในการเป็นคนกลางที่เข้าใจบริบทพื้นที่ ผ่านการพัฒนา 3 ทักษะหลัก ได้แก่ Re-skill เพื่อปรับกระบวนทัศน์การสอนเดิม Up-skill เพื่อเติมองค์ความรู้และเครื่องมือด้าน วทน. และ New skill เพื่อสร้างทักษะนวัตกรที่สามารถดึงทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นมูลค่าใหม่ โดยมี สกร. ทำหน้าที่ชี้เป้าปัญหาและความต้องการของชุมชน ขณะที่กระทรวง อว. ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมและพี่เลี้ยงทางวิชาการ เปลี่ยนองค์ความรู้จาก “บนหิ้ง” สู่การ “ลงมือทำจริง” ก่อนขยายผลจากม่อนล้านโมเดลในภาคเหนือ ไปสู่ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลางและตะวันออก รวม 63 จังหวัด ผู้เข้าร่วมกว่า 276 คน เพื่อสร้าง “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่จะยกระดับเศรษฐกิจฐานราก พาชุมชนจาก Local สู่ Global ภายใต้ภารกิจ Learn to Earn และวางรากฐานใหม่ให้ประเทศไทยเติบโตด้วยปัญญา นวัตกรรม และความยั่งยืน
----------------------------------------------------
สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารหรือบทความเกี่ยวกับครูนวัตกรหรือเมืองแห่งการเรียนรู้ ได้ที่
Fan page : Innovative Teacher - ครูนวัตกร
Tiktok : https://www.tiktok.com/
#ครูนวัตรกร #ชุมชนแห่งการเรียนรู้ #อว #กระทรวงอว #กรมส่งเสริมการเรียนรู้ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กปว #สกร #ครูนวัตกร #อว

25/05/2026

📢 ประกาศแจ้งผู้ลงทะเบียน 📢
กรณีท่านลงทะเบียนโดยระบุจังหวัดหรือภูมิภาคคลาดเคลื่อน สามารถแจ้งข้อมูลเพื่อขอปรับปรุงแก้ไขได้ที่
Email: [email protected]
ทีมงานจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งภายหลังปิดรับสมัคร เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการเข้าร่วมโครงการอบรมในหลักสูตรต่อไป
-------------------------------------------------------------------------
👇 ลงทะเบียนเรียนรอบแรกก่อนใคร ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2569
เพียงสแกน QR Code
หรือคลิกลิงก์ 🔗 https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program
#ทักษะนวัตกร #นวัตกรรมยุคAI #อว. #ครูสกร. #ครูนวัตกร #เครื่องมือผู้ประกอบการ

📢 ประกาศแจ้งผู้ลงทะเบียน 📢

กรณีท่านลงทะเบียนโดยระบุจังหวัดหรือภูมิภาคคลาดเคลื่อน สามารถแจ้งข้อมูลเพื่อขอปรับปรุงแก้ไขได้ที่

Email: [email protected]

ทีมงานจะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งภายหลังปิดรับสมัคร เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการเข้าร่วมโครงการอบรมในหลักสูตรต่อไป
-------------------------------------------------------------------------

👇 ลงทะเบียนเรียนรอบแรกก่อนใคร ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2569
เพียงสแกน QR Code
หรือคลิกลิงก์ 🔗 https://moocs.nia.or.th/course/ai-general-program
#ทักษะนวัตกร #นวัตกรรมยุคAI #อว. #ครูสกร. #ครูนวัตกร #เครื่องมือผู้ประกอบการ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ชั้น 2 (อาคาร B)
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30