เราพบผู้คนต่างๆเพื่อลาจาก
เราสะสมสิ่งของต่างๆ
เพื่อที่จะสูญเสียมันไปในวันหนึ่ง
จริงๆน ะ หากเรายอมรับความจริงของชีวิต “ที่ต้องเป็นเช่นนี้” ได้อย่างองอาจ ตรงไปตรงมา ชีวิตเราคงจะง่ายขึ้นและเป็นทุกข์กันน้อยลง
แค่นี้เองแหละว่ะชีวิตจะไปWORRY อะไรกับมันนักหนา.
ห้องสมุดกระท่อมทุ่งเสี้ยวถนอมแพร
มาอ่าน เขียนหนังสือ
กันเถอะ
แน่นอนเธออยู่ในส่วนที่ดูไม่ดีในหลาย ๆ ครั้ง และส่งผลให้เธอรอดจากการถูกเอาเปรียบหรือถูกโกง ซึ่งต่างจากเขาที่โดนอยู่เสมอจากสำนักพิมพ์ที่ของานไปพิมพ์จากเพื่อนฝูงและคอลัมน์วรรณกรรมที่นานๆเขียนสักครั้ง แม้ไม่ชอบการขัดแย้งแต่เขาไม่เคยห้ามเพราะเขาเชื่อว่าต้องเคารพกันนับถือกันไม่งั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้ หากบาดเจ็บมาก็แค่โอบกอดไว้และทำกาแฟสดให้ดื่มสักแก้ว ราวกับว่ากอดกับกาแฟมันแก้ได้ทุกโรค #เหมือนลมหนาวพัดมาเวลาค่ำ #แก้ไขครั้งสุดท้าย
ใช้เวลาเจ็บปวดกับตัวเอง...
ถ้อยคำที่ดี ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน
“ เราต้องใช้เวลาที่เจ็บปวดด้วยตัวเอง หนูเคยเป็นมาแล้วจึงไมไ่ด้มาหาพี่ในทันที ปล่อยให้พี่ใช้เวลาเจ็บปวดกับตัวเอง"
เธอจิบน้ำชาก่อนพูดต่อว่า
"ผ่านมาสิบปี จึงคืดได้ว่า คิดไปก็เท่านั้น"
แล้วเราก็หัวเราะกันเสียงดัง ก่อนน้ำตาจะไหล
จริงของเธอ คิดไปก็แค่นั้น ทำไมพี่คิดไมไ่ด้
#เหมือนลมหนาวพัดมาเวลาคำ่
เมื่อครั้งเปลี่ยนบ้านเป็นห้องสมุด มีคนถามว่าทำเพื่ออะไร
ตอบว่ามีอยู่สามข้อ
ข้อที่สามอยากจะให้ห้องสมุดเป็นที่หนึ่งหากว่านักเขียนอยากจะมานั่งเขียนหนังสือเงียบ ๆ สามารถนั่งทำงานหรือนอนในห้องสมุดได้ สักอาทิตย์สองอาทิตย์ เรามีครัวเล็ก ๆ ให้ทำอาหารกินเพราะนักเขียนส่วนใหญ่จะจนควรทำอาหารกินเอง
หลายปีผ่านมีผู้มาพักพิงทำงานในห้องสมุดบ้างเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อสาม
คนแรกชื่อป้อมเขาเป็นคนวดรูปตั้งใจจะมาสร้างงานเพื่อแสดงงานที่เชียงใหม่ คนที่พาเขามาคืออ้ายแสงดาวกับปานชลธี ในช่วงที่ห้องสมุดเสร็จใหม่ ๆ จำไม่ได้ว่าป้อมอยู่นานเท่าไหร่ เขาวาดรูปกระท่อมทุ่งเสี้ยวไว้ให้ คนที่สองเป็นน้องทำงานผ้าชื่อน้องโอ น้องโอทำงานโบโร เธอนัดทำเวิร์คช๊อปที่ห้องสมุดและมอบกระเป๋าเล็ก ๆ สามใบให้ขายเป้นทุนห้องสมุดด้วย คนที่สามน้องฝนนักแปลเธอมาทำงานแปลงานเขียนและช่วยเป็นบรรณาธิการหนังสือรวมเรื่องสั้น เรืมต้นใหม่ในวันสุดท้าย คนที่สี่เกษร เกษรเป็นนักอ่านของแพรจารุ ตามมาจากนิตยสารกุลสตรีเธอมีความชำนาญการนวดรักษาอาการจึงเป็นหมอประจำตัวนักเขียนเกษรมาอยู่ในช่วงสั้น ๆ เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา คนต่อมาที่อยู่ตอนนี้ แก้วเป็นผู้ช่วยสว.นั่งทำงานในห้องสมุดทำข้อมูลและประสานงาน
นับว่าการสร้างห้องสมุดเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามสมควรแม้ว่าจะไม่ต่อเนื่องในการเปิด
หลังจากนี้คิดว่าจะพยายามจัดห้องสมุกใหม่ ค่อย ๆ ปรับปรุงไปตาม เศรษฐกิจ
30/06/2024
ตอนเย็นไม่กินข้าวนะคะ กินผลไม้เย็นๆ ดื่มน้ำแล้วนอนล่ะ #ดูแลสุชภาพ
เรื่องสั้นล่าสุด
เรื่องสั้น
แพร จารุ
ก่อนจะผุพัง
เธอรื้อไม้ไผ่ผุพังที่ล้มฟาดสายไฟฟ้าออก ตอนทำรั้วบ้านเธอใช้ไม้ไผ่เก่าที่แห้งแล้ว เพราะราคาถูก แต่ก็แพงแล้วสำหรับเธอที่เคยอยู่ในดงไม้ไผ่ที่จะเลือกใช้ไม้ไผ่แบบไหนก็ได้ ที่นี่บ้านเกิดที่เธอกลับมาอยู่ไม้ไผ่แพงมาก แต่เมื่อชอบไม้ไผ่มากกว่าลวดหนามและซีเมนต์ก็ต้องยอม เธอรู้ว่ามันผุพังในเวลาสามสี่ปีหรือเร็วกว่า ก็ที่นี่เป็นเมืองฝนกระหน่ำ ฝนตกยาวนานกว่าที่อื่นใด เพื่อนบางคนเรียกบ้านตัวเองว่า “หุบเขาฝนโปรยไพร” บางคนเรียก “บ้านป่าฝน” “สวนศิลป์ป่าฝนล้านปี” แต่เธอเรียกบ้านตัวเองว่า เมืองฝนกระหน่ำ เพราะมันกระหน่ำจริง ๆ ตกแบบไม่ลืมหูลืมตา คนที่มีปัญหาคือคนที่ไม่ได้อยู่ประจำแต่คนที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดจนแก่เฒ่าก็ไม่มีปัญหาฝนตก ก็ใช้ชีวิตแบบฝนตกอย่างปกติสุข เช้าวันหนึ่งเธอฝ่าฝนไปตลาดเช้า พบว่ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันเต็มตลาด มีร่มขนาดใหญ่ขนาดเล็กหลากสีสวยงาม
เมื่อเลือกไม้ไผ่ที่ไม่มีคุณภาพ ช่างทำรั้วปักลงบนดินโดยไม่ทำฐานรองรับ จึงเป็นเหยื่อชั้นดีของปลวก อีกทั้งเชือกที่ร้อยยึดให้ไม้ไผ่ติดกันเป็นแพไม่เหนียวพอ ลมฝนช่วยทำให้รั้วไม้ไผ่พังลงมาทั้งแถบฟาดสายไฟที่ต่อเข้ามาจากเสาถนน
สายไฟสีดำที่ต่อเข้ามาใช้ในบ้านนั้นถูกต่อเข้ามาแบบไม่มั่นคงเรียกว่าเป็นของชั่วคราว แต่ของชั่วคราวบางอย่างก็เหมาะสมเพราะถ้าใช้เสาที่ถาวรแข็งแรงสายไฟก็จะขาดหรือหลุดไปแล้ว แต่เสาชั่วคราวมันเอนไปตามแรงกระแทก
“ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่นี่ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่มั่นคง คล้ายกับชีวิตของเธอ” เธอพูดเบาๆกับตัวเอง
ก่อนที่สามีเธอจะตายจาก เขามีบทกวีชิ้นหนึ่งให้เธอ และเธอก็ท่องไว้เพียงวรรคเดียว หาอะไรที่รักสักอย่างและตามมันไป เขาบอกว่า ความรักนั้นยิ่งใหญ่มาก ดังนั้นเราต้องรักอะไรสักอย่าง รักเพื่อจะอยู่กับมัน
ความเชื่อ ความหวัง ความรัก คือพลังแห่งชีวิต แต่ความรักนั้นยิ่งใหญ่สุด อ่านมาจากพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ เขาบอก
“ความรักก็คือ รักการงาน เพราะไม่รู้จะรักอะไรในชีวิตที่ผุพังเหมือนรั้วไม้ไผ่” เธอสรุปคนเดียวเออเอง
“ควรจะตัดไฟก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยดึงไม่ไผ่ออกทีละอัน”เธอบอกตัวเองอีกครั้ง
เขาอีกนั่นแหละที่เคยพูดไว้ก่อนตายว่า บางเวลาเราต้องพูดกับตัวเอง สนทนากับตัวเอง เพราะเราหาใครไม่ได้
เธอเคยเห็นช่างไฟฟ้าทำการตัดไฟก่อนลงมือทำงาน และเอาไขควงที่มีฉนวนกันกระแสไฟฟ้า วางดูว่ามีไฟหลงเหลืออยู่ไหม แต่เพื่อความไม่ประมาทเธอเปลี่ยนรองเท้าเป็นบูทยาวและเอาท่อพลาสติกอย่างแข็งค้ำสายไฟให้สูงขึ้นให้เลยปลายไม้ไผ่ เมื่อไม่มีสายไฟรองรับมันก็ล้มครืนลงมาอย่างง่ายดาย เธอเอามือเช็ดกับกางเกงตัวเอง ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนล้วงกระเป้ากางเกงหยิบช็อกโกแลตแท่นมากัดกิน เป็นสิ่งหนึ่งที่มีติดตัว ทุกครั้งที่เธอรู้สึกว่าต้องใช้พลังเธอจะกินช็อกโกแลต
ในวันที่เธอออกเรือไปตกปลากลางทะเลกับนักท่องเที่ยว ในระหว่างลอยลำอยู่นั้นเธอเมาคลื่น แต่จะทำอะไรได้เล่านอกจากนั่งหน้าซีดเพราะออกมาไกลฝั่งมากแล้ว มีฝรั่งที่เดินทางไปด้วยเขายื่นช็อกโกแลตให้เธอกับอีกคนยื่นมะนาวให้ เธอรับมาทั้งสองอย่างแต่เลือกกินของหวานก่อนกินของเปรี้ยวตามเธอคิดว่าดีขึ้นตั้งแต่ได้รับความเห็นใจจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ต้องมาอยู่ในเรือลำเดียวกัน
กินช็อกโกแลตแล้ว เธอเช็ดมือกับกางเกงอีกครั้ง ก่อนที่จะดึงไม้ไผ่ออกมาทีละลำเพื่อจัดวางไว้ให้มันเปื่อยเป็นปุ๋ยไปเอง เธอลังเลนิดหนึ่งว่าจะคัดแยกไว้ต่างหากที่ยังใช้งานได้ แต่ในที่สุดก็โยนไว้ในกองเดียวกัน
“บางอย่างต้องตัดใจ ในเมื่อมันพังไปแล้วก็ยอมรับ” เธอบอกตัวเอง
“ทำเองเหรอนั่น” คนที่ขับรถผ่านไปมาหยุดทัก บางคนก็ตะโกนว่าระวังไฟฟ้าด้วย
“ไม่หาใครมาช่วยล่ะ”ความห่วงใยนั้นน้ำเสียงเจือความน่าสงสารอยู่ด้วย ต้องทำเองลูกผัวไม่มี
ความจริงเธอไม่ได้คิดจะทำเอง ไม่ได้ขยันและพร้อมที่จะจ่าย แต่โทรไปเรียกแรงงานแล้ว เขาพูดว่าเรื่องที่เกี่ยวกับไฟเขาไม่อยากทำ และบอกว่าจะมาดูในวันพรุ่งนี้ เมื่อพรุ่งนี้มาถึงเขาสั่งความมากับคนอื่นว่าไม่ว่างต้องไปทำงานที่สวนทุเรียนและจะมาดูให้หลังจากจบงานที่สวนทุเรียน ที่นี่สวนทุเรียนได้ชื่อว่าทองคำ เพราะใครปลูกทุเรียนก็รวย ผู้คนที่นี่ฐานะดี ดังนั้นแรงงานจึงมีน้อยไปรับจ้างในสวนทุเรียนดีกว่า มีทั้งแบบอยู่เป็นเดือน รับแบบรายวัน รับแบบเหมา
เธอจึงลงมือทำเองด้วยความรู้สึกเบื่อความเรื่องมากเล่นตัว
ตัดไฟเองครั้งแรก รื้อรั้วเองครั้งแรก ต้องบันทึกภาพไว้หน่อยเพื่อทำคลิปเรียว(Reels) หวังว่าจะได้เงินจากคลิปเรียว เธอยิ้มขำตัวเองเงินจากเรียวของเฟสบุค ก็แบบเดียวกับเหรียญดิจิทัลที่รัฐบาลชุดนี้จะให้สิทธิ์ประชาชนไปจับจ่ายซื้อของภายในรัศมีสี่กิโลเมตร เธอดูไปรอบ ๆ สี่กิโลจากบ้านเกิดที่เธออยู่ไม่น่าจะมีที่ไหนให้ใช้จ่ายและถ้าจ่ายไม่หมดก็จะถูกยึดคืน เป็นโครงการตลกร้ายเพราะเป็นเงินกู้และเป็นเงินจากการขูดรีดภาษี นายกรัฐมนตรีที่ได้ชื่อว่า ฉลากไทย ให้ข่าวว่าเตรียมประกาศเก็บภาษีเพิ่ม และเก็บภาษีร้านค้าที่รับเหรียญดิจิทัลด้วย รัฐบาลแถลงว่านี่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้คนใช้จ่ายเงินข้างบ้านเป็นการกระจายรายได้ มีท้วงติงว่า ผู้คนไม่ได้อยู่ในบ้านเกิดบางคนย้ายที่อยู่แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านเขาต้องมาใช้สิทธิ์ภายในหกเดือนหมื่นบาทเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับต้องลางานมาด้วย มันตลกสิ้นดีแต่รัฐบาลก็ออกมาแถลงว่าการทำอย่างนี้เพื่อให้คนกลับบ้านเกิดเป็นการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว
“ช่างคิดได้อย่างผุพัง” เธอกล่าวหลังจากที่ฟังสัมภาษณ์จบ
เธอบอกใคร ๆ ว่า เธอไม่รับโครงการนี้ เพราะเธอเชื่อว่าหนึ่งหมื่นที่เธอได้นั้นไม่คุ้มกับเสียที่ยาวนานกับส่วนรวม นี่ยังไม่คิดถึงการคอรับชั่นจากเงินส่วนนี้ที่จะเกิดขึ้นได้
ตั้งกล้องบันทึกวีดีโอเรียวไว้แล้ว ก็อธิษฐานขอให้พวกงูเงี้ยวสัตว์มีพิษทั้งหลายออกไปจากพื้นที่ก่อนหรือถ้าไม่ออกไปก็ขอให้อยู่อย่างสงบ เพราะแถวนี้มีคนเห็นงูเห่าเลื้อยข้ามถนนมา โชคดีของมันที่เลื้อยพ้นไม่ถูกรถเหยียบตาย
ขอเราต่างปลอดภัยและแบ่งปันที่อยู่กันอย่างสงบสุข
เธอโยนไม้ไผ่ชิ้นสุดท้ายลงกองและตัดใบกล้วยที่ระสายไฟออกอย่างระมัดระวังไม่ให้มีดไปโดนสายไฟ นอกจากต้นกล้วยยังมีหมาก ดาหลา สงสารพริกไทยที่เพิ่งออกพวงแรกห้อยสวยและมันไม่มีรั้วเกาะอีกแล้วก็หวังว่าต้นหมากจะเมตตามัน
เธอเดินไปด้านหนึ่งของถนน บอกตัวเองว่าไม่ใช่แค่เลือกไม้ไผ่ทำรั้วผิดแต่เลือกที่จะวางและปลูกต้นไม้ผิดด้วย ไม่ควรที่จะทำรั้วใกล้เสาไฟฟ้า ควรขยับเข้าไปข้างใน รวมทั้งสายไฟที่ลากผ่านต้นไม้ด้วย แต่ทั้งหมดเพราะไม่รู้จักพื้นที่
ใช่ ที่นี่เป็นบ้านเกิดที่เธอไม่คุ้นเคย และเธอไม่รู้สึกรักบ้านเกิด โครงการสำนึกรักบ้านเกิดอะไรนั้นนะเมินไปเลย เพราะแค่บ้านเกิดเท่านั้นเธอไม่ได้ให้ความสำคัญมากกว่าที่อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ซึ่งเติบโต ที่ซึ่งเรียนรู้ ที่ซึ่งเจ็บปวด ล้วนเป็นที่มีความสำคัญทั้งนั้น
เธอออกจากบ้านตั้งแต่เข้าสู่วัยรุ่น เหตุผลเดียวที่ทุกคนถูกเนรเทศคือไปเรียนหนังสือ บ้านเกิดจึงเป็นแค่บ้านที่มีสิทธิกลับมาปีละครั้งและนานวันก็จะห่างไปเรื่อย ๆ จนเมื่อกลับมาก็กลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านเกิดตัวเอง
สองปีที่ผ่านมา เธอกลับมาที่บ้านเกิดเพื่อมาอยู่จริง มีเหตุผลในการกลับ อย่างแรกเกิดโรคระบาดโควิด-19 การอยู่ห่างบ้านทำให้เป็นห่วงว่าจะไม่ได้กลับบ้านอีกเลย กลัวจะตายโดยไม่ได้กลับไปหาแม่ หรือกลัวแม่จะตายไปก่อนที่จะได้เจอกัน แม่แก่มากแล้ว อย่างที่สองถูกไล่ที่ พื้นที่ที่เธอเช่าสำหรับปลูกสวนกุหลาบเพื่อทำชากุหลาบ ถูกไฟไหม้ และต่อมาร่องน้ำไหลผ่านถูกเจ้าของที่ถมเพื่อนสร้างบ้านจัดสรร ท้ายที่สุดพื้นที่สวนกุหลาบก็ถูกบุกรุกจากผู้ให้เช่ามาปลูกโกโก้ตามนโยบายของรัฐ เป็นการไล่ทางอ้อม
“ดีเหมือนกัน ถือว่ากลับบ้านได้ดูแลแม่ด้วย” เธอสรุปในส่วนที่ดีที่สุด แน่ล่ะ คนเราต้องหาส่วนที่ดีที่สุดให้เจอเพื่อชีวิตจะได้ไปต่อได้
มีเพื่อนร่วมทางสองคนที่จะมาอยู่ด้วย คนแรกเป็นชายหนุ่มหน้าที่หลักคือขับรถ อยู่มาไม่นานเขาเจอคู่ชีวิตของเขาและลาจากไป เหตุผลคือเขาไม่อยากอยู่กับเราและมีคนที่เขาอยากจะอยู่ด้วยมากกว่านั่นก็เป็นสิทธิของเขาในการเลือก และมีเพื่อนหญิงอีกคนที่ตายจาก เธอเชื่อว่าถ้าไม่ใช่ความตายเธอจะไม่ทิ้งเพื่อนไปเพราะเป็นเพื่อนกันยาวนาน ภาษาวัยรุ่นในยุคนี้เรียกว่า”ถูกเท”
บ้านเกิดของเธอเปลี่ยนไป เพื่อนเก่าต่างร่ำรวยด้วยสวนทุเรียน ในงานศพครู เพื่อนผู้ชายที่เรียนมัธยมใส่ทองเส้นโตเปิดคอเสื้อกว้าง พร้อมกับรถสี่ประตู เขาพูดถึงรายได้เป็นสิบล้าน ใบหน้าซีดแบบคนเลือดน้อยและดูไม่แข็งแรง แต่เมื่อเพื่อนถามเรื่องสุขภาพเขาก็จะตัดไปเรื่องอื่น
“คนไม่ทำสวนทุเรียนก็เป็นมะเร็งตาย ครูที่ตายแกทำสวนทุเรียนที่ไหน” เพื่อนพูด
เธอเถียงอยู่ในใจ ก็บ้านครูอยู่ติดสวนทุเรียนของคนอื่น ไม่ได้รวยไม่ได้มีเงินล้านด้วย
“ช่างเถอะ ศูนย์แพทย์แห่งใหม่ก็เปิดที่อำเภอบ้านเรา”เพื่อนคนหนึ่งสรุปขำๆ
บ้านหลังใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาตลอดสองแนวถนน เป็นบ้านตึกที่คล้ายๆกัน มีที่จอดรถมากกว่าสองคัน แต่ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือการเจ็บป่วยของคนทำสวนทุเรียน ทั้งเจ้าของและลูกจ้าง ลูกจ้างส่วนใหญ่ก็จะเป็นลาวพม่า ชีวิตราคาถูกกว่าทุเรียน ผู้คนต้องการเห็นเงินล้านและการทำสวนทุเรียนนี่แหละที่จะทำให้ได้เงินล้าน ได้มีบ้านหลังใหญ่และมีรถสองสามคัน
การปลูกทุเรียนจากพื้นที่ด้านบนรุกคืบมาถึงพื้นที่แถบใกล้ทะเลซึ่งไม่น่าจะได้ผลผลิตที่ดีเพราะเป็นพื้นที่ดินปนทรายและลาดต่ำแต่ก็มีคนพยายาม
วันหนึ่งเธอเห็นใครสักคนเขียนถึงการใช้สารเคมีในสวนทุเรียนที่ไม่มีการควบคุม เขาเสนอให้มีการควบคุมเธอแอบดีใจแต่เขาเขียนแค่นี้และเงียบไป อาจจะเป็นเพราะไม่มีใครร่วมด้วย การหาคนร่วมนี้สำคัญมาก ที่บ้านเกิดเธอไม่มีใครที่จะร่วมด้วย มีแต่คนบ่นแต่ไม่มีใครลุกขึ้นมาจัดการ
เมื่อเพื่อนสนิทวัยเยาว์บ่นเรื่องเหม็นขี้หมู แถวนี้มีที่เลี้ยงหมูสามแห่งและไม่มีการดูแลความสะอาดที่ดีพอ
“เราทำเรื่องขี้หมูกันไหม เราไม่ได้บอกว่าหยุดเลี้ยง มันเป็นอาชีพทุกคนทำงานอาชีพของตัวเองได้แต่ไม่สร้างปัญหาให้ผู้อื่นการกำจัดกลิ่นขี้หมูมันทำได้นะ เราทำเรื่องไปยังอบต.ก่อน”เธอชวนเพื่อน
“ไม่เอา”เพื่อนบอก และอธิบายว่าทำไม่ได้หรอก
เธอบอกเพื่อนว่าเรื่องใหญ่กว่านี้ ชุมชนก็เคยทำได้นะ ช่วงที่เซฟร่อนเขาจะมาสร้างฐานปฏิบัติการขุดจะน้ำมันและปิโตรเคมียังหยุดได้ โรงงานไฟฟ้าถ่านหินก็หยุดได้ โรงเลี้ยงหมูไม่ได้เสนอให้หยุดเพราะมันแค่เหม็น ทำให้มันหายเหม็นมีบ่อบำบัด เอาไปทำเป็นพลังงานชดเชยยังได้ เป็นแก๊สหุงต้มส่งใช้ในครัวเรือนบ้านใกล้เคียงทำท่อส่งไป
อย่างไรเพื่อนยืนยันว่าไม่เอา ไม่อยากยุ่งให้ถูกคนเกลียด
เย็นแล้ว เธอตรวจดูความเรียบร้อยของไม่ไผ่ ที่กองไว้อย่างพอใจในงานของตัวเอง เธอคิดว่าจะไปนั่งริมน้ำสักหน่อย ช่วงนี้มีร้านอาหารและคาเฟ่เปิดขึ้นสองร้าน
วันนี้ในแม่น้ำมีคนมากมายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ควนดินบนฝั่งมีรถมอเตอร์ไชค์จอดเต็ม พวกเขาลงไปเล่นน้ำและมีเรือหาปลาลำหนึ่งลอยอยู่
“พวกลาวที่มาทำสวนทุเรียน”เมียช่างที่มาเดินสายไฟในร้านพูดขึ้น และอธิบายต่อว่า พวกนี้รวยกลับไปก็มีนะ มันขยันทำแบ่งครึ่งกับเจ้าของสวน รับจ้างสองสามปีก็มีเงินกลับบ้าน แต่ป่วยแล้วกลับไปก็มี ป่วยตายที่นี่ก็มี”
เธอพยักหน้ารับรู้ว่าฟังอยู่
“คนลาวทั้งนั้นพูดฟังไม่รู้เรื่อง ไม่น่าวางใจ”
“บางทีคนทำงานหนักเหนื่อยยากอาจจะไม่มีแรงที่มาทำเรื่องเลวร้ายเท่ากับพวกอยู่สุขสบายก็ได้นะ แต่การได้รับการยกเว้นต่างกัน”
แม่น้ำตรงนี้อาจจะเป็นแหล่งอาหาร เป็นที่รื่นรมย์ที่ไม่ต้องซื้อ และเป็นสายน้ำที่เชื่อมต่อด้วยกันจากบ้านของพวกเขา
เธอเดินไปที่ท่าน้ำถ่ายคลิป
เสียงเขาตะโกนเป็นภาษาไทยที่พอฟังรู้เรื่องว่า ขอหาหอยหาปลา
หาดทราย และแม่น้ำ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
เธอตะโกนตอบว่าขอถ่ายรูปหน่อยนะ เพราะเธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้ถ่ายรูปแม่น้ำที่เป็นของสาธารณะแต่เธอถ่ายรูปพวกเขาและขายได้
ยามนี้ เธออยากจะนั่งกินช็อกโกแลตที่ท่าน้ำ แต่เมื่อล้วงมือลงในกระเป๋าพบว่ามันว่างเปล่า.
14/11/2023
14/11/2023
เป็นอีบุค
17/10/2022
อ่านแผ่นหลังพ่อทางอีบุคค่ะ
แผ่นหลังพ่อ:: e-book นิยาย โดย แพร จารุ แผ่นหลังพ่อ:: e-book นิยาย โดย แพร จารุ
30/07/2022
นักประดาน้ำและผีเสื้อ
หนังสือที่ฉันเคยเขียนว่าเป็นหนังสือที่เมื่ออ่านจบแล้วฉันกอดไว้นิ่งนาน
วันนี้น้องคนหนึ่งบอกว่า เธอยืมหนังสือนักประดาน้ำและผีเสื้อไปอ่านในช่วงที่ฉันไม่อยู่ และวันนี้เอามาคืน เธออ่านซ้ำสองรอบเป็นหนังสือที่ทำให้เธอมีพลังมีกำลังใจมากในช่วงที่อ่อนล้าหมดกำลัง หนังสือเล่มนี้ช่วยเธอได้มาก
เมื่อเธอยื่นหนังสือให้
ฉันบอกเธอว่า ป้ายกให้ด้วยความยินดี
#เรื่องเล็กที่ยิ่งใหญ่อยู่ในใจ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
199 บ้านทุ่งเสี้ยว ต. บ้านกลาง จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50120
