ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง

ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง

แชร์

ประชาธิปัตย์ชลบุรี
เมืองชลบุรี_เขต?

#ประชาธิปัตย์เดินหน้าทำต่อ
#ทำได้ไว_ทำได้จริง

#ประชาธิปัตย์ตะวันออก
#รวมพลังขับเคลื่อนตะวันออก
#modernEastern
#ชลบุรีทันสมัย #ตะวันออกทันสมัย
#สาธิต_ปิตุเตชะ #ทีมสาธิต

Photos from ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง's post 30/04/2022

“นิพนธ์” เร่งแก้ไขปัญหาที่ทำกิน หวังแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนให้สมัชชาคนจน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 1/2565 ซึ่งการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Application: Zoom Meeting สู่คณะอนุกรรมการทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมจากนอกสถานที่ เพื่อลดการรวมตัวกันจำนวนมากตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
นายนิพนธ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน จำนวน 9 พื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม นครสวรรค์ บึงกาฬ ลพบุรี และจังหวัดสุรินทร์ อาทิ กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “โคกหนองกุง” ตําบลศรีสมเด็จ อําเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ , กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “ดอนหลักดํา” ตําบลบ้านโนน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ,กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “โคกภูกระแต-บ้านไผ่ล้อม” ตําบลอาจสามารถ อําเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ,กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “ดงคัดเค้า” ตําบลอุ้มเหม้า อําเภอธาตุพนม และ ตําบลพุ่มแก อําเภอนาแก จังหวัดนครพนม ,กรณีปัญหาการประกาศพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตต์หวงห้ามที่ดิน อําเภอปากน้ำโพ อําเภอพยุหะคีรี อําเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ พุทธศักราช 2479 ทับที่ดิน ทํากินของราษฎร , กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “กุดทิง” ตําบลบึงกาฬ อําเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “บะหนองหล่ม” ตําบลท่าสะอาด อําเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ , กรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ แปลง “หนองริ้นร้าน” แปลง “โคกหนองโพธิ์” แปลง “หนองปลิง” แปลง “โนนก้อม” ตําบลหนองยายโต๊ะ อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และกรณีปัญหาที่สาธารณประโยชน์ “โคกหนองเหล็ก” ตําบลแคน อําเภอสนม จังหวัดสุรินทร ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบข้อสังเกตการณ์จากกลุ่มสมัชชาคนจน และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละกรณีร่วมกับกลุ่มสมัชชาคนจน รวมถึงรายงานผลให้คณะกรรมการทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว
"สำหรับในส่วนของพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์นั้น คาดว่า จะมีความคืบหน้าที่สุด โดยเมื่อหลังจากผ่านการประชุม กบร.ของจังหวัดแล้วจะสามารถดำเนินการได้จำนวน 121 แปลง" นายนิพนธ์กล่าว
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

29/04/2022

“จุรินทร์”แจ้งข่าวดี ! ผลไม้ส่งออกไทย ด่านตงซิง ของจีนเปิดแล้ว ส่งออกทางบก-ทางเรือคล่องตัว ฝากเกษตรกร ล้ง ผู้ประกอบการทำผลไม้คุณภาพปลอดโควิด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประเด็นผลไม้ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้ผลไม้มีผลผลิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 10% และที่เป็นห่วงเป็นใยคือการส่งออก ซึ่งผลไม้บริโภคในประเทศประมาณ 30 % และส่งออกประมาณ 60-70% ที่กังวลกันคือตลาดจีน

วันนี้มีข่าวดี การส่งออกผลไม้ โดยปกติมีทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ โดยปกติทางเรือประมาณ 50% และทางบกประมาณ 40% เราส่งออกทางบกไปจีน ผ่านด่านหลัก 4 ด่าน คือ ด่านโม่ฮาน ด่านโหย่วอี้กวาน ด่านผิงเสียงและด่านตงซิง แต่ด่านตงซิง
ปิดมาระยะหนึ่ง วันนี้ด่านตงซิงเปิดแล้วถือเป็นข่าวดีสำหรับการส่งออกผลไม้ทางบก
และขณะนี้การส่งออกทางเรือเริ่มคลี่คลายทำให้ผู้ส่งออกหันมาส่งออกทางเรือมากขึ้น มีการส่งออกทางเรือไปยังท่าเรือต่างๆทางใต้ของจีนอย่างน้อย 3 ท่าเรือใหญ่ เช่น ท่าเรือชินโจว เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ทำได้คล่องตัวขึ้น มีตู้คอนเทนเนอร์มากขึ้น

“ที่สำคัญคือเกษตรกร ล้งและผู้ประกอบการส่งออกจะต้องเคร่งครัดในเรื่องคุณภาพให้เต็ม 100 นอกจากคุณภาพต้องปลอดโควิด ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมานิดหน่อยก็เป็นเงื่อนไขที่จะกระทบไปเรื่องการส่งออกผลไม้ทั้งหมด ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือทุกฝ่าย ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่และตัวเลขส่งออกช่วงนี้ยังถือว่าดีมากส่งออกสำหรับเดือนมีนาคมอาจจะโตได้ถึง 20% ยังไปได้ดีอยู่” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand

#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

28/04/2022

โปรดเลือก"สจ.เส็ง" เบอร์ 2
เป็น ส.ส.ราชบุรี เขตสาม
พรรคประชาธิปัตย์

ให้โอกาส สจ.เส็ง ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เบอร์ 2
ของชาว อ.โพธาราม อ.จอมบึง

#ราชบุรีเดินหน้า #เบอร์สอง
#เลือกประชาธิปัตย์ #จอมบึง
#ทำได้ไว_ทำได้จริง
#ทีมสาธิต_ปิตุเตชะ

ผลิตสื่อโดย พรรคประชาธิปัตย์
เลขที่ 67 ถนนเศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏ ที่ส่งมาในครั้งนี้

Photos from ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง's post 28/04/2022

“เฉลิมชัย” ดรีมทีมประชาธิปัตย์จันทบุรี
ร่วมเปิดงาน “Eastern Monthong Best Quality
เปิดฤดูกาลหมอนทอง ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก”

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดรีมทีมประชาธิปัตย์จันทบุรี นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 2 หมอตี๋ นายแพทย์อิทธิพล จังสิริมงคล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 1 นายชรัตน์ เนรัญชร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 3 โดยมี นายธารา ปิตุเตชะ และ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์ “Eastern Monthong Best Quality เปิดฤดูกาลทุเรียนหมอนทองตะวันออก ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก” ณ สวนทุเรียนน้ำกร่อย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี

โดยประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยเราประสบปัญหาภาวการณ์แข่งขันที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพ และปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำในช่วงผลผลิตกระจุกตัว ดังนั้น แนวทางที่จะพัฒนาภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน จึงต้องพัฒนาทั้งระบบด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งเกษตรกร ล้ง ภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เน้นการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดโดยยึดหลักตลาดนำการผลิต สร้างและขยายตลาดโดยเฉพาะตลาดภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ คือการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

เนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลผลผลไม้ของภาคตะวันออกซึ่งจะมีผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งขณะนี้มีความเป็นห่วงในเรื่องของ COVID - 19 และปัญหาทุเรียนอ่อน จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID - 19 ตั้งแต่ระดับสวนเกษตรกร และมาตรการควบคุมป้องกันแก้ไขทุเรียนอ่อนภาคตะวันออกปี 2565 ระดับสวนเกษตรกร เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้ทุกสวนผลไม้ส่งออกได้ยึดถือปฏิบัติ และเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเป้าหมายให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก และมีมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมเป็นพี่เลี้ยง และพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกัน” รมว.เกษตรฯ กล่าว

รมว.เกษตรฯ กล่าวต่อไปว่า การจัดงานครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเน้นย้ำความมีคุณภาพของทุเรียนตะวันออกที่เป็นสินค้าเกษตรให้เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ขอยืนยันว่าหากทุเรียนไทยเรายังรักษาคุณภาพไว้ได้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการส่งออกอย่างแน่นอน จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยกันรักษาคุณภาพทุเรียนไทย และไม่ให้มีการตัดทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ เตรียมจะขยายช่องทางส่งทางรางรถไฟขนส่งไปจีน คาดว่า 1-2 เดือน จะแล้วเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกได้มากขึ้น

โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้ร่วมขึ้น sky walk เพื่อตัดทุเรียนพร้อมจำหน่าย ร่วมกับอธิบดีกรมส่งเสริมเกษตร นายธีรพัฒน์ อุ่นใจ ที่ปรึกษาสมาพันธุ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกและเกษตรกรดีเด่น พร้อมกับแกะทุเรียนเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ประชาสัมพันธ์งาน “Eastern Monthong Best Quality เปิดฤดูกาลทุเรียนหมอนทองตะวันออก ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก”

ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ปลูกทุเรียน ประมาณ 320,000 ไร่ และมีปริมาณผลผลิตทุเรียนประมาณ 490,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 65 ของ 3 จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตทุเรียนภาคตะวันออก และยังมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทดแทนพืชชนิดอื่น เช่น ยางพารา เงาะ ลองกอง เป็นต้น แหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ อำเภอท่าใหม่ เขาคิชฌกูฏ และขลุง เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมีทั้งเกษตรกรรายเดิม เกษตรกรรายใหม่ และมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทเกษตรกรชาวสวนเดิมเข้ามาเริ่มทำการเกษตรมากขึ้น มีการปฏิบัติดูแลรักษาเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการสวนเพิ่มขึ้น ทำให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงขึ้นตลอดระยะเวลา 5 - 6 ปีที่ผ่านมา
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

27/04/2022

“เฉลิมชัย” เร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ “ส่งออกทุเรียนไทย” โดยรถไฟถึงจีน ร่นเวลาการส่ง ผู้ส่งออกสนใจคึกคัก เปิดศักราชใหม่อีสานเกตเวย์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยวันนี้ว่า ขอแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จในการส่งออกทุเรียนไทยล็อตใหญ่ที่สุด 500 ตัน 27 ตู้คอนเทนเนอร์ ของฤดูกาลผลิตผลไม้ ปี 2565 ที่ขนส่งบนเส้นทางรถไฟสาย ลาว-จีน ตามนโยบายอีสานเกตเวย์ และเป็นการเปิดศักราชใหม่ ของการขนส่งผลไม้ไทยด้วยระบบราง ภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่าง ไทย-จีน โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของ ไทย-ลาว และจีน หลังจากทดสอบการส่งออกทุเรียน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ และมะพร้าวน้ำหอม 1 ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จากนี้จะขยายไปสู่การขนส่งผลไม้ และสินค้าเกษตรอื่น ๆ เช่น มังคุด ลำไย ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง น้ำตาล มะม่วงเป็นต้น เพื่อเร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) กล่าวว่า ทุเรียนล็อตใหญ่ล็อตแรก มาจากจังหวัดจันทบุรี จำนวน 27 ตู้ซึ่งเป็นการขนส่งระบบผสมผสาน “ราง-รถ” โดยรถบรรทุกคอนเทนเนอร์รุ่นใหม่ บรรทุกทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบโรคพืช ไม่มีทุเรียนอ่อนและปลอดการปนเปื้อนโควิด เดินทางจากภาคตะวันออกถึงจังหวัดหนองคาย ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 ไปถ่ายตู้ที่ท่าบกท่านาแล้ง ก่อนลำเลียงไปขึ้นแคร่รถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ใต้ แล้วเดินทางไปยังสถานีรถไฟนาเตย ในแขวงหลวงน้ำทา ก่อนยกขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เดินทางต่อไปด่านบ่อเต็นข้ามพรมแดน “ลาว-จีน” ไปตรวจโรคพืช และโควิดที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนาน

การขนส่งทุเรียนภายใต้พิธีสาร ไทย-จีน ล็อตนี้ใช้เวลาเพียงวันครึ่ง นับแต่ออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ ผ่านพิธีการสินค้าผ่านแดน จนถึงด่านโมฮ่านร่นเวลาได้เร็วกว่าเดิมเกินเท่าตัว เมื่อเทียบกับการทดสอบ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ และประธานฟรุ้ทบอร์ด ได้มอบหมายให้อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และนายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย เดินทางไปเจรจาความร่วมมือและประสานงานกับนายจันทอน สิทธิชัย ประธานกลุ่มบริษัทท่าบกท่านาแล้ง และบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค และสถานีเวียงจันทน์ใต้ของการรถไฟลาวฯ ระหว่างวันที่ 21-22 เมษายน ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าจะมีทุเรียนล็อตใหญ่จากจังหวัดตราดและจังหวัดภาคตะวันออก อีกอย่างน้อย 25 ตู้ ที่จะส่งออกโดยรถไฟสาย “ลาว-จีน” หลังจากประสบความสำเร็จในการประเดิมการขนส่งแบบเต็มขบวนรถไฟ ในวันนี้เป็นครั้งแรกโดยมีผู้ส่งออกแสดงความสนใจที่จะส่งออกด้วยระบบรางจำนวนมาก นอกเหนือจากการขนส่งทางเรือทางรถและทางอากาศ ตามนโยบายบริหารโลจิสติกส์เกษตรของกระทรวงเกษตรฯ และฟรุ้ทบอร์ด.

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand

#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

Photos from ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง's post 26/04/2022

“คุณหญิงกัลยา” เปิดศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียนในพื้นที่เกาะ จังหวัดสตูล ใช้การเรียนรู้แนว STEAM และนิเทศติดตามเชิงประจักษ์

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียนในพื้นที่เกาะจังหวัดสตูล โดยใช้การเรียนรู้แนว STEAM และนิเทศติดตามเชิงประจักษ์ เพื่อให้เห็นสภาพจริงของการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในเครือข่ายภาคใต้ตอนบน และเครือข่ายภาคใต้ตอนล่าง โดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล, นายพรชัย อินทร์ฉาย รองผู้อำนวยการ สสวท., นายภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา, ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน เข้าร่วม ณ โรงเรียนเกาะบ้านหลีเป๊ะ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสตูล
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มาเห็นมิติใหม่ในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนพื้นที่เกาะ จังหวัดสตูล นำเอาอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเป็นเครื่องมือ สร้างการเรียนรู้ ในขณะเดียวกันก็ใช้วิธีการแบบวิทยาศาสตร์ในการ “สกัด สร้าง และต่อยอดความรู้ ทักษะ ไปถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่” ทำให้ได้เห็นผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้จุดประกายการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วย STEAM Education* โดยมีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ดำเนินการนิเทศ กำกับดูแลทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านคุณภาพของโรงเรียนพื้นที่เกาะทั้ง 11 แห่ง
“STEM” เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษของศาสตร์ 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) หมายถึงองค์ความรู้ วิชาการของศาสตร์ทั้งสี่ ที่มีความเชื่อมโยงกันในโลกของความเป็นจริงที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ต่าง ๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกันในการดำเนินชีวิตและการทำงาน
“STEAM” มุ่งเน้นเพิ่มศาสตร์การใช้ชีวิต (Art of life) ที่มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตอาสา และช่วยเหลือผู้อื่นประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน
ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการในการจัดการศึกษานั้น ต้องอาศัยระยะเวลา ความต่อเนื่อง ความเข้าใจ หรือกระบวนทัศน์ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ ในปัจจุบันนี้สังคมโลกของเราเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้วิถีการเรียนรู้ไม่เหมือนเดิม ภาวะ Social Disruption ทำให้ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีสอน นักเรียน ปรับตัวเพื่อเรียนรู้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ แต่ยึดโยงกับแก่นของคุณภาพ
ซึ่งทุกวันนี้ห้องเรียนไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในห้องสี่เหลี่ยม แต่ทุกที่เป็นแหล่งเรียนรู้ ผู้คนที่นอกเหนือจากคุณครู ก็เป็นผู้ให้ความรู้ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ทักษะในการจะเข้าถึง ความรู้ ทักษะที่จะ “เรียนรู้” เป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้การเรียนรู้วิถีใหม่เกิดคุณภาพ เกิดความยั่งยืน และกิจกรรมในวันนี้ ก็สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนทัศน์ที่มุ่งจะเปลี่ยนแปลงวิธีการ จัดการศึกษาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การขับเคลื่อน และดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายดังกล่าวของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการพัฒนาคุณภาพวิทยาศาสตร์ศึกษา เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพ ที่มีสมรรถนะทางด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไปและระดับสูง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทั้งระบบ โดยพัฒนาหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาครู สนับสนุน อุปกรณ์เครื่องมือ และห้องปฏิบัติการ ให้กับโรงเรียนในโครงการ เพื่อให้นักเรียนทุกพื้นที่ของประเทศไทย มีโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่เน้นการปฏิบัติจริงเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน มีโอกาสใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่การทดลอง และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ ตามหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ ที่เน้นการพัฒนาทักษะ และเน้นการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
พร้อมทั้งให้นำการเรียนโค้ดดิ้ง (Coding) ผสมผสานไปด้วย คือ C – Creative Thinking, O – Organization, D-Digital Literacy, I – Innovation, N – Newness และ G – Growth Mindset ให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับก้าวสู่ศรวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล มีตรรกะ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน การคิดเชิงคณิตศาสตร์และการกล้าตัดสินใจ โดยเริ่มจากการเรียนแบบ Unplug Coding คือการเรียนโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ สามารถต่อยอดความคิดในการพัฒนานวัตกรรมต่อไป
นอกจากนั้น Coding ยังสามารถเรียนรู้ได้ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกวัย (Coding for All, All for Coding) เป็นการพัฒนาการศึกษาให้ถึงตัวเด็กโดยตรง และลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งใช้ STI (Science Technology & Innovation) ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมโดยใช้กระบวนการเรียนการสอน STI หรือสติ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในอนาคต เป็นผู้มีจิตสาธารณะและรู้จักการให้ โดยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กไทยไม่แพ้ชาติในโลก สามารถพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศได้ และขณะเดียวกันต้องปลูกฝังให้เด็กมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม คุณธรรม จริยธรรม และประวัติศาสตร์ ตลอดจนใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ ให้นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาตนเอง อย่างมีความสุข เกิดสมรรถนะที่สำคัญในการใช้ความรู้เชื่อมโยงแก้ปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างคุณค่าให้กับตนเองและสังคมต่อไป
ในโอกาสนี้ ขอชื่นชมคณะทำงานทุกท่าน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขอขอบคุณชุมชน ที่ให้การสนับสนุน เป็นกำลังสำคัญให้โรงเรียน การขับเคลื่อนการพัฒนางานในทุกมิติ โรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชน เป็นของชุมชน ชุมชนก็เป็นวงล้อมของโรงเรียนที่เกื้อหนุน ซึ่งกันและกัน วันนี้ได้เห็นภาพความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ต้องขอบคุณ ชื่นชม และขอให้ทุกภาคส่วนรักษาสัมพันธภาพที่ดีเช่นนี้ เพื่อเด็ก ๆ เพื่อลูกหลานชาวเลของเรา คุณหญิงกัลยา กล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

Photos from ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง's post 25/04/2022

“เกษตรฯ” เปิดฉากรุก “คลองด่านโมเดล” หวังยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนต่อยอดกว่า 7 พันตำบล

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการและภาคเกษตรกร ในการยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ระดับตำบลเป็นครั้งแรก และการเดินหน้าพัฒนาระบบชลประทานชุมชน ในการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนที่ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรของเกษตรกร ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ
โดยมีนายสัมฤทธิ์ จันทร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 นายธีรภัทร สามไพบูลย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต นายสมเดช ศรีวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหานพิจิตร นางสาวชนิตา แช่มตระกูล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการ นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิษณุศักดิ์ จิรกฤติยากุล นายพัฐนันท์ แสงรัฐวัฒนะ นายธนพล บุญเจริญกิจ คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมประชุม
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การประชุมแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นในครั้งนี้ เพื่อรับทราบสถานการณ์และปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งได้นำทีมเจ้าหน้าที่ชลประทาน และหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือถึงแก้ไขปัญหาน้ำเค็มหนุน ส่งผลให้น้ำจากคลองด่านทะลักเข้าไปในคลองปรกไหลเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรจึงมอบหมายให้หน่วยงานชลประทานในพื้นที่ วิเคราะห์และออกแบบลักษณะประตูระบายน้ำเชิงวิศวกรรมที่สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในลำน้ำของเกษตรกร รวมถึงร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับให้มากที่สุด และเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศเดิมให้น้อยที่สุด
“รูปแบบการทำงานบูรณาการเชิงรุกระหว่างกระทรวงเกษตรฯ องค์กรปกครองท้องถิ่นคือ อบต.คลองด่าน ตัวแทนเกษตรและตัวแทนประชาคม เช่นนี้เป็นการยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลเป็นครั้งแรก รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมชุมชนตำบลตามแนวทางของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ ที่ต้องการให้ เกษตรกรกับเจ้าหน้าที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล เป็นกลไกพัฒนาแบบร่วมช่วยด้วยกันระดมพลทั้งตำบล ซึ่งที่นี่เป็นตำบลแรกจึงขอเเรียกว่า”คลองด่านโมเดลเพื่อขยายผลอีกกว่า 7 พันตำบลทั่วประเทศต่อไป

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

Photos from ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง's post 24/04/2022

“เฉลิมชัย” ตอบโจทย์ความต้องการ “พืชกระท่อม” มอบกรมส่งเสริมการเกษตรถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี ณ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปมีจำนวนมาก จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี ซึ่งผลิตกระท่อมโดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 – 2564 พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก
ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืช จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 จังหวัดชลบุรี ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 8 จังหวัดลำพูน ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีแล้ว รวมทั้งสิ้น 210,000 ต้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ทั้ง 882 ศูนย์ทั่วประเทศไทย โดยสนับสนุนรายละ 3 ต้น จำนวน 30 รายต่อศูนย์ ทำให้มีสมาชิก ศพก. ที่ได้รับการสนับสนุน จำนวน 26,460 ราย รวมจำนวน 79,380 ต้น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน ซึ่งมีสมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young Smart Farmer / Smart Farmer / อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หน่วยงานราชการที่มีภารกิจในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร และประชาชนที่สนใจ ได้รับการสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น 130,620 ต้น พร้อมต่อยอดไปสู่การผลิตขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้ ณ จุดบริการพืชพันธุ์ Doae ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้านท่าน รายละ 3 ต้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด
"กระท่อมเป็นพืชที่อยู่คู่กับภาคใต้ เมื่อถูกต้องตามกฎหมายแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็พร้อมจะเข้ามาส่งเสริมอย่างเต็มที่ ซึ่งนอกจากการถ่ายทอดองค์ความรู้และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้นแล้ว ยังต้องมีการทำการตลาดที่ดี มีการวางแผนและมาตรการรองรับสำหรับผลผลิตกระท่อมที่จะออกต่อไปในอนาคต และสำหรับมาตรการต่อจากนี้จะให้มีการรวมกลุ่มทั้ง วิสาหกิจหรือการรวมกลุ่มแบบแปลงใหญ่ ซึ่งจะทำให้กระทรวงเกษตรฯ สามารถเข้าไปดูแลได้อย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องงบประมาณ และเครื่องไม้เครื่องมือ อีกทั้งยังเป็นการกำหนดทิศทางการเกษตร สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และหาตลาดรองรับได้ง่ายขึ้นด้วย" ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

23/04/2022

“จุรินทร์” ตั้งเป้าปี 2025 เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่าง “ไทย-เวียดนาม” เป็น 845,000 ล้านบาท หลังจบเจรจา JTC วันนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพเปิดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 4 กับนายเหวียน ห่ง เซียน (H.E. Mr. Nguyen Hong Dien) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ของประเทศเวียดนาม พร้อมด้วย นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิจักร วิเศษน้อย คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ที่โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
นายจุรินทร์ กล่าวว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม เมื่อปีที่แล้วมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้มีการตั้งเป้าปี 2025 จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ในการประชุมวันนี้ฝ่ายไทย โดยตนเสนอขอความสนับสนุนจากทางเวียดนามหลายประเด็นเช่น
ประเด็นที่ 1 ขอให้ทางการเวียดนามช่วยเจรจากับรัฐบาลจีนในฐานะประเทศที่มีชายแดนติดกัน เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งผลไม้ไทยผ่านด่านเวียดนามไปจีน เช่น 1.ด่านโหย่วอี้กวานของจีน ที่อยู่ตรงข้ามกับด่านหวูหงิของเวียดนาม ปัจจุบันเปิดทำการตั้งแต่ 8.00-19.00 น. ขอให้เวียดนามช่วยเจรจากับจีนให้เปิดเป็น 24 ชั่วโมง 2.ด่านรถไฟผิงเสียงกับด่านรถไฟด่งดังของเวียดนาม เปิดทำการ 8.30-18.00 น. ขอให้ขยายเป็น 24 ชั่วโมง 3.ด่านตงซิงของจีนกับด่านหม่องก๋ายของเวียดนามซึ่งขณะนี้ปิดทำการขอให้ทางเวียดนามช่วยเจรจาอีกครั้งให้เปิดด่านต่อไป และขอให้เวียดนามและจีนช่วยเพิ่มช่องทางกรีนเลน (Green Lane)อำนวยความสะดวกส่งสินค้าไทย ที่ผ่านกระบวนการปลอดโควิดตามมาตรฐานเข้าจีนให้เร็วขึ้น และขอให้ช่วยเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น ท่านรัฐมนตรีเวียดนามแจ้งว่าเวียดนามยินดีที่จะส่งเสริมกรีนเลนให้กับฝ่ายไทย แต่การเจรจากับจีนต้องหารือกันต่อไปเพราะเป็นนโยบายซีโร่โควิดของจีน ตนทำหนังสือถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับด่านของจีนแล้ว ขอโอกาสในการหารือเพราะผลไม้ไทยกำลังเริ่มออกในเดือนพฤษภาคมนี้
ประเด็นที่ 2 ขอให้ทางการเวียดนามยกเลิกการระงับการนำเข้าสินค้า 3 ตัวจากไทย คือ 1.เนื้อไก่ 2.เงาะ และ3.มะม่วง ซึ่งท่านรัฐมนตรีเวียดนามรับไปพิจารณาต่อไป
ประเด็นที่ 3 เรื่องการส่งออกยาของไทยไปเวียดนาม ซึ่งได้มีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อตกลงอาเซียน ขอให้ทางเวียดนามช่วยปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อตกลงอาเซียน ยกเลิกเอกสาร มาตรการที่เกินข้อตกลง ท่านรัฐมนตรีจะเข้าไปปรับปรุงแก้ไขให้ต่อไป
ประเด็นที่ 4 ตนขอให้ทางเวียดนามช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานแสดงสินค้าไทยในเวียดนาม โดยเฉพาะงาน Mini Thailand Week ที่จะจัดขึ้นกลางปีนี้ ที่นครเกิ่นเทอและเมืองกว่างนิงห์ ท่านรัฐมนตรีรับปากจะอำนวยความสะดวกและจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมงานด้วย
ประเด็นที่ 5 ตนขอให้เวียดนามสนับสนุนให้ไทยใช้แพลตฟอร์มของเวียดนามเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภคต่อไป ไม่ว่าจะเป็น Shopee Lazada เวียดนาม TIKKI และ Sendo ซึ่งท่านรัฐมนตรีเวียดนามสนับสนุนและไทยจะสนับสนุนให้สินค้าเวียดนามเข้ามาขายในแพลตฟอร์มไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่ 6 ขอให้เวียดนามสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดของนักลงทุนไทยในเวียดนาม เร่งเปิดการประชุมร่วมในการส่งเสริมพลังงานสะอาดเพื่อเพิ่มการลงทุนระหว่างกันโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นควรดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 เป็นอย่างช้าในปีนี้
ประเด็นที่ 7 ประเด็นแรงงานเวียดนาม ขอให้เวียดนามสนับสนุนแรงงานเพิ่มเติมจากปัจจุบัน ประมงกับก่อสร้าง ขอให้เพิ่มอีก 2 สาขาคือ แม่บ้านและผู้ใช้แรงงาน
ประเด็นที่ 8 ขอให้เวียดนามเร่งขึ้นทะเบียนจีไอ สำหรับลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนของไทยที่ไปขอขึ้นทะเบียนไว้
ส่วนที่ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีเวียดนามได้นำมาหารือ
ประเด็นที่ 1 เรื่องการขาดดุลการค้าที่เวียดนามขาดดุลการค้ากับไทยมาก ซึ่งตนพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนงานต่างๆที่เวียดนามจะมาจัดในไทย อย่างไรก็ตามปีที่แล้วการนำเข้าสินค้าเวียดนามมาไทยเป็นบวกถึง 27%
ประเด็นที่ 2 เวียดนามขอให้ไทยเร่งออกใบอนุญาตนำเข้าผลไม้ 5 ชนิด คือ ส้มโอน้อยหน่า เสาวรส ลูกน้ำนมและเงาะ ตนเสนอให้เวียดนามใช้ช่องทาง MoU ที่ทำกับกระทรวงเกษตรฯของไทยเป็นเวทีหารือต่อไป
ประเด็นที่ 3 ขอให้ท่าเรือของเราลดขั้นตอนการตรวจสินค้า รวมทั้งช่วยตรวจเอกสารให้เร็วขึ้น กระทรวงการคลังและคมนาคม รับเรื่องนี้ไปปรับปรุงอำนวยความสะดวกให้
ประเด็นที่ 4 ขอให้ทางไทยร่วมสนับสนุนจัดงานแสดงสินค้าของเวียดนามในประเทศไทยในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งตนเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ไทยยินดีสนับสนุน
และทั้ง 2 ฝ่ายมีความเป็นห่วงเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการค้าของทั้ง 2 ประเทศ และมีผลกระทบต่อเกือบทุกประเทศในโลก ไทยกับเวียดนามจำเป็นที่จะต้องจับมือกันให้แน่นแฟ้น รวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียน เพราะจะมีส่วนช่วยทำให้เราร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ปัญหาต่างๆทางการค้าการลงทุนร่วมกันได้อย่างมีน้ำหนักยิ่งขึ้น และตนชวนท่านเข้าร่วมการประชุมเอเปกในปลายปีที่จะถึงนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการประชุม นายจุรินทร์ได้เดินชมกิจกรรมที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ ( OBM) ซึ่งจัดคู่ขนานการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 4 มีคู่เจรจา 47 คู่ จากผู้นำเข้า 12 ราย ผู้ส่งออก 31 ราย คาดมูลค่าซื้อขาย 30 ล้านบาท โดยสินค้าไทยที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ อาหารและผลไม้แปรรูป เครื่องดื่ม ของขบเคี้ยว ซอสปรุงรส เครื่องสำอาง สปา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แชมพู ของเล่นเด็ก และ น้ำมันเครื่อง เป็นต้น นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะมีการจัดงานแสดงสินค้า Mini Thailand Week 2022 ที่เวียดนาม จำนวน 2 ครั้ง โดยจัดที่ นครเกิ่นเทอ วันที่ 20 - 22 พฤษภาคม 2565 และเมืองกว่างนิงห์ วันที่ 16 - 19 มิถุนายน 2565 คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าอีกไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

22/04/2022

“นิพนธ์” เกาะติดสถานการณ์ “พายุฤดูร้อน” กระทบทั่วประเทศ สั่ง ปภ.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฯ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยถึงการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ซึ่งมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน ซึ่งในช่วงวันที่ 16 -19 เม.ย 65 ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 21 จังหวัด 58 อำเภอ 137 ตำบล 405 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3,241 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (เชียงรายและตาก) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย (ตาก)
นายนิพนธ์ เปิดเผยต่อว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์พายุฤดูร้อนมาตลอด โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานสถานการณ์และการช่วยเหลือมาเป็นระยะ และจากการติดตามเหตุการณ์หลายพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนทำให้บ้านเรือนกว่าหลายร้อยหลังคาเรือนเสียหาย นั้นตนได้สั่งการไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักเรื่องสาธารณภัยดังกล่าว ให้เร่งการช่วยเหลือดูแลทันที โดยประสานงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยจัดหาอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน พร้อมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการกำลังของจนท. อาสาสมัครต่างๆเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนให้กลับคืนสภาพโดยเร็ว พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เตรียมบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์และแผนเผชิญเหตุ ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนทราบทันต่อเหตุการณ์ และขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากส่วนราชการอย่างใกล้ชิด
“ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแจ้งเตือน สื่อสารสร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมการรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที รวมถึงประชาสัมพันธ์ช่องทางการติดต่อสื่อสารและขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการ ทั้งนี้ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย โทร. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายนิพนธ์กล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

Photos from ประชาธิปัตย์ชลบุรี เขตหนึ่ง's post 21/04/2022

‘รัชดา’ ประชาธิปัตย์ เชิญภาคประชาสังคม ร่วมทำงานสร้างเกณฑ์ป้องกันพวกใช้ตำแหน่งแสวงประโยชน์ทางเพศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวในการแถลงการขอโทษต่อเหตุการณ์นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งโดยมีตนเป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทางในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่มเติมจากข้อบังคับพรรคที่มีอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การใช้ตำแหน่งไปแสวงประโยชน์ รวมถึงพิจารณาแนวทางการให้การช่วยเหลือผู้เสียหายจากกรณีอดีตรองหัวหน้าพรรคด้วย
ขณะนี้มีรายชื่อคณะกรรมการครบ 9 ท่านแล้ว ประกอบด้วยบุคคลทั้งภายในและภายนอกพรรค ดังนี้
บุคคลในพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้
1. ดร.รัชดา ธนาดิเรก
2. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
3. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์
4. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ
5. ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ
บุคคลภายนอก ดังนี้
1. นางสาวเสาวลักษณ์ ทองก๊วย
- สมาชิกคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
- ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน (กรรมการสิทธิคนพิการสหประชาชาติ)
- นายกสมาคม ส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการ
2. นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง
- ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม
3. นางเรืองรวี พิชัยกุล
- ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา
4. นางสาวธนวดี ท่าจีน
- ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง
นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า ต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระ มีมุมมองที่ครอบคลุม ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อสรุปของคณะกรรมการฯ นอกจากจะนำไปสู่การแก้ไขข้อบกพร่องภายในพรรคแล้ว ก็อาจเป็นประโยชน์กับองค์กรอื่นได้ เพราะพฤติกรรมการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ มีโอกาสเกิดขึ้นในองค์กรอื่นเช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคในวันนี้ และความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา น่าจะเป็นบทเรียนที่สังคมเรียนรู้ไปด้วยกัน และร่วมกันขจัดมันออกไป
“สำหรับกรรมการภายนอกทั้ง 4 คนที่ได้เรียนเชิญมาร่วมงาน ทุกท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทด้านการต่อต้านการคุกคามทางเพศและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มาอย่างยาวนานเป็นที่รู้จักและไว้วางใจของสังคม จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของคณะกรรมการ ว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ และจะให้มีการประชุมวาระแรกโดยเร็วที่สุด เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Twitter:
Instagram: .th
YouTube: พรรคประชาธิปัตย์ Democrat Party, Thailand
#ทำได้ไวทำได้จริง #พรรคประชาธิปัตย์

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Chon Buri?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


48/185 ม. 7 ต. หนองข้างคอก
Chon Buri
20000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00