กองบังคับการตำรวจนครบาล 1

กองบังคับการตำรวจนครบาล 1

แชร์

กองบังคับการตำรวจนครบาล 1
Metropolitan Police Division 1

25/05/2026

3 มาตรการยกระดับความปลอดภัย
และความเป็นระเบียบเรียบร้อย
บริเวณจุดตัดทางรถไฟ

#กองบัญชาการตำรวจนครบาล
#กองบังคับการตำรวจนครบาล1

24/05/2026

รอง ผบก.น.1 ดีไซน์เพลง “ชะลอ เห็น หยุด” ใช้ AI ผสานฝีมือดีเจระดับโปร สื่อสารเตือนใจผู้ขับขี่ “ห้ามจอดคร่อมรางรถไฟ” หวังให้มีหลักจำเมื่อขับรถถึงทางรถไฟ ชม MV ที่แรกทางช่อง Police TV
https://www.facebook.com/reel/2023134618333156

ล่าสุดวันนี้ 24 พ.ค. 69 พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 ดีไซน์เพลงรณรงค์ “ชะลอ เห็น หยุด” ใช้ AI ผสานดีเจระดับอาชีพ สื่อสารเตือนใจผู้ขับขี่ “ห้ามจอดคร่อมรางรถไฟ” เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางผ่านรถไฟยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน โดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกด้านการประชาสัมพันธ์ ด้วยการเปิดตัวบทเพลงประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ล่าสุด “ชะลอ เห็น หยุด (เวอร์ชั่นทางรถไฟ)” มุ่งสร้างภาพจำและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำวินัยจราจรที่สำคัญที่สุดคือ “การไม่จอดรถคร่อมรางรถไฟ”

พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในฐานะผู้ริเริ่มสร้างสรรค์และลงมือแต่งเนื้อร้องด้วยตนเอง เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติจราจรและพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ เราพบว่าอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณทางตัดรถไฟมักเกิดจากการเร่งความเร็วเพื่อข้ามทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด และพฤติกรรมการจอดรถหยุดรอสัญญาณไฟในลักษณะ ‘คร่อมรางรถไฟ’ ซึ่งเป็นเขตอันตรายสูงสุด จึงได้นำหลักการ 3 คำจำง่าย คือ ชะลอ - เห็น - หยุด มาเรียบเรียงเป็นเนื้อเพลง เพื่อเตือนสติให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วก่อนถึงทางรถไฟ เมื่อเห็นสัญญาณเตือนต้องพร้อมที่จะหยุดรถหลังเส้นหยุดอย่างปลอดภัยทันที

ความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของบทเพลงรณรงค์ชิ้นนี้ คือความร่วมมือแบบไฮบริดระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีชั้นนำ (Human-in-the-loop) โดย พ.ต.อ.กัมพล ได้ประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกอย่าง Suno AI ในการสร้างสรรค์ไลน์เสียงร้องและโครงสร้างทำนองแนวป็อปร็อกที่สนุกสนาน เข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยได้ง่าย จากนั้นได้ส่งต่อให้ DJ Kenny โปรดิวเซอร์มืออาชีพ เข้ามารับหน้าที่เรียบเรียงเสียงประสานและดนตรีใหม่ รวมถึงผสมผสานเสียงสัญญาณเตือนภัยจริงของทางรถไฟเข้าไป ทำให้บทเพลงมีความสมบูรณ์แบบ ตื่นตัว และทรงพลังในทุกมิติการฟัง

พันตำรวจเอก กัมพล บอกกับเราด้วยว่า นอกจากนี้ คณะผู้จัดทำยังได้จัดทำอาร์ทเวิร์คสื่อประชาสัมพันธ์นิ่ง (Artwork) ควบคู่ไปกับบทเพลง เพื่อให้สื่อมวลชนและหน่วยงานภาคีเครือข่ายสามารถนำไปส่งต่อในโลกออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจก่อนที่จะเกิดความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนได้
เครดิตคณะผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง "ชะลอ เห็น หยุด" ติดตามชม MV ที่แรกทางช่อง Police TV

คำร้อง (Lyrics): พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1

ทำนองต้นฉบับ (Original Melody): Suno AI

เรียบเรียงเสียงประสาน/ดนตรีใหม่ (Music Rearranged): DJ Kenny

ขับร้อง (Vocals): Suno AI (AI Generated Voice)

22/05/2026

กรมขนส่งทางราง มอบฝ่ายกฎหมายเข้าเเจ้งความตำรวจ สน.มักกะสัน เอาผิดผู้ขับขี่รถที่จอดคร่อมรางในวันเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ตามประจำวันเกี่ยวกับคดี ข้อ 6 กรมการขนส่งทางราง โดยนายรักสิทธิ์ ไวตี เป็นผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง ได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ให้มาพบ พงส.สน.มักกะสัน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับเหตุเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 15.35 น. ซึ่งได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟขบวนสินค้าที่
2126 เฉี่ยวชนกันรถโดยสารประจำทางสาย 208 ทะเบียน 12 - 5641 ระหว่างสถานีคลองตัน - มักกะสัน บริเวณจุดตัดทางผ่านรถไฟแยกอโศก - ดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายและความเสียหายต่อระบบการขนส่งทางราง ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
โดยตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้เกิดเหตุรถไฟขบวนสินค้าที่ 2126 เฉี่ยวชนกันรถโดยสารประจำทางสาย 208 ทะเบียน 12 - 5641 ระหว่างสถานีคลองตัน - มักกะสัน บริเวณจุดตัดทางผ่านรถไฟแยกอโศก - ดินแดง กรุงเทพมหานคร อันเป็นเขตทางและพื้นที่เดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุ รถโดยสารประจำทางสาย 208 พร้อมกับรถยนต์และจักรยานยนต์จำนวนหนึ่ง ได้ขับเข้าสู่บริเวณทางผ่านเสมอระดับ ทั้งที่มีสัญญาณเตือนการเดินรถทางราง หรือสภาพที่ผู้ขับขี่พึงทราบได้ว่าอาจมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน หรือกำลังจะเข้าสู่จุดตัดดังกล่าว แต่ผู้ขับขี่ยังคงขับรถเข้าสู่แนวทางรถไฟ เป็นเหตุให้รถโดยสารค้างอยู่หรือกีดขวางทางเดินรถ และถูกรถไฟพุ่งชนในเวลาต่อมา
“การกระทำดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการกีดขวางแก่การขนส่งทางราง หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่การขนส่งทางราง ตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และเมื่อการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่การขนส่งทางราง จึงอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 141 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันอีกส่วนหนึ่งด้วย”
กรมการขนส่งทางรางในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการขนส่งทางราง เห็นว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นความผิดอาญาตามกฎหมาย และมีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะอย่างร้ายแรง จึงมีความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุดตามกฎหมาย ในการนี้ จึงขอร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏพยานหลักฐานว่าได้ร่วมกระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการกีดขวางแก่การขนส่งทางราง หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่การขนส่งทางราง ดังนี้
- การเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้า
- เกิดความเสียหายต่อขบวนรถไฟ ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ
- กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน มีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บ 30 ราย
- ส่งผลกระทบต่อการให้บริการขนส่งสาธารณะทางรางโดยรวม
- สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะและความเชื่อมั่นในระบบขนส่งทางรางของประเทศ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการทำให้เกิดความเสียหายแก่การขนส่งทางราง ดังนี้
- การเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้า
- เกิดความเสียหายต่อขบวนรถไฟ ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ พนักงานควบคุมเครื่องกั้น ไม่สามารถนำเครื่องกั้นถนนลงได้
- กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
- ส่งผลกระทบต่อการให้บริการขนส่งสาธารณะทางรางโดยรวม
- สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะและความเชื่อมั่นในระบบขนส่งทางรางของประเทศ

17/05/2026
Photos from กองบังคับการตำรวจนครบาล 1's post 14/05/2026

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า,พล.ต.ต.อัฏพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบช.น. ได้สั่งการและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต

กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 นำโดย พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ณัฐฐโภคิน เหลืองลักษมี, พ.ต.ท.อรรถพงษ์ นกขุนทอง, พ.ต.ท.ณัชฐปกรณ์ หัดคำ รอง ผกก.สส.บก.น.1 และ พ.ต.ต.ประเดิม ดาวสว่าง สว.กก.สส.บก.น.1 ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัดและจากการสืบสวนติดตามจนกระได้ทำการจับกุมตัวผู้กระทำผิด โดยมีรายละเอียดของกลาง ดังนี้ รายการเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนผลิตภัณฑ์ จำนวน 11 รายการ ผลิตภัณฑ์ยาไม่มีทะเบียน/อุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ ผลิตภัณฑ์ยามีทะเบียน จำนวน 10 รายการ รวมจำนวนของกลางทั้งหมด 36 รายการ จำนวนกว่า 300 ชิ้น มูลค่าทรัพย์รวม 370,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นบาท)

วันเวลาจับกุม/ตรวจยึด
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น.
สถานที่จับกุม/ตรวจยึด
บริเวณ บ้านเลขที่ 36/3 หมู่บ้านเบลสทาวน์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
พร้อมด้วยของกลาง
1. รายการเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนผลิตภัณฑ์ จำนวน 11 รายการ
2. ผลิตภัณฑ์ยาไม่มีทะเบียน/อุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ
3. ผลิตภัณฑ์ยามีทะเบียน จำนวน 10 รายการ
รวมจำนวนของกลางทั้งหมด 36 รายการ จำนวนกว่า 300 ชิ้น

โดยกล่าวหาว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตผู้ฝ่าฝืนมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 101 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 72 (4) ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ฝ่าฝืนมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 122 ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่รับอนุญาต มีโทษตามมาตรา 89 วรรคหนึ่ง ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 46/1 ฐานขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด โทษตามมาตรา 109/1 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พฤติการณ์กล่าวคือ ทั้งนี้ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ตรวจสอบบัญชี LINE ID : เกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ประเดิม ดาวสว่าง ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่าบัญชี LINE ID : ได้มีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปลอมเป็นสายลับติดต่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต และได้ทำการสืบสวนจนทราบสถานที่ตั้งที่ทำการอยู่ที่ บ้านเลขที่ 36/3 หมู่บ้านเบลสทาวน์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้นำหมายค้นของหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ มาทำการตรวจค้น เมื่อมาถึงเจ้าพนักงานตำรวจ พบ นายชินวัฒน์(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี แสดงตัวเป็นผู้อาศัย เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงหมายค้น และขอทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว โดยก่อนทำการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ นายชินวัฒน์ฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้วจึงทำการตรวจค้น โดย นายชินวัฒน์ฯ ยินยอมและเป็นผู้นำการตรวจค้น ขณะทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ
นายเอกพันธ์(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ได้พักอาศัยอยู่บริเวณชั้นสองภายในบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบของกลางรายการเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนผลิตภัณฑ์ จำนวน 11 รายการ ผลิตภัณฑ์ยาไม่มีทะเบียน/อุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ ผลิตภัณฑ์ยามีทะเบียน จำนวน 10 รายการ รวมจำนวนของกลางทั้งหมด 36 รายการ จำนวน 300 ชิ้น (ตามบัญชีของกลาง) มูลค่าทรัพย์ประมาณ 370,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นบาท) อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จากการสอบถาม นายเอกพันธ์ฯ รับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนที่เอาไว้จำหน่ายผ่านช่องทาง บัญชี LINE ID : จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ นายเอกพันธ์ฯ ทราบ ผู้ต้องหาทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว จึงได้นำตัวผู้ต้องหามายัง กก.สส.บก.น.1 เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม แล้วนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1

Photos from สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง's post 11/05/2026

รวบพร้อมของกลาง ยาบ้า 60 เม็ด ยาไอซ์ 7 ถุง😎
สน.นางเลิ้ง

Photos from กองบังคับการตำรวจนครบาล 1's post 30/04/2026

วันที่ 28 เม.ย.69 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร (ผบก.น.1)
พร้อมคณะที่ปรึกษา บก.น.1 ประกอบด้วย

1. นายธีรศักดิ์ ศิริโสภณา
2. นางพรรณี เลิศสมผล
3. นางอรวิดา โอสถานนท์
4. น.ส.กิรนา เทียนพิทักษ์
5. พล.ต.ต.วิชัย แดงประดับ
6. นายฐิติกร โชคะสุต
7. นายวิษณุ ชิระนุรังสี
8. นายธีรเดช สินธพเรืองชัย

ร่วมมอบเงินสนับสนุนในการปฎิบัติหน้าที่ให้กับสถานีตำรวจในสังกัด
ได้แก่ สน.ดุสิต, สน.สามเสน, สน.นางเลิ้ง และ สน.บางโพ เพื่อใช้ขับเคลื่อนในการบริหารของสถานีตำรวจ ณ วังปารุสกวัน

28/04/2026

บก.น. 1 ให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมทางเพศ ร่วมมือกับคณะนักวิจัย ม.มหิดล ขับเคลื่อนนวัตกรรมป้องกันอาชญากรรมทางเพศ Be Brave"

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นผู้แทนในการทำความร่วมมือกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล ในการทำความร่วมมือกันให้ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และสถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 9 สถานี นำร่อง นำนวัตกรรมป้องกันอาชญากรรมทางเพศ แอปพลิเคชันบีเบรฟ ไปใช้กับตำรวจในพื้นที่ โดยให้ประชาชนหรือกลุ่มเสี่ยง โหลดแอปนี้ แล้วเชื่อมกับสถานีตำรวจ เมื่อกดปุ่ม SOS สัญญาณเตือน พร้อมสถานที่เกิดเหตุ จะเชื่อมไปที่ตำรวจ ตั้งเป้าขยายกลุ่มเป้าหมาย จากอาชญากรรมทางเพศ ไปยังร้านทอง ห้างสรรพสินค้า และโรงเรียน ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็วและผู้ประสบเหตุมีความปลอดภัยและได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

Photos from กองบังคับการตำรวจนครบาล 1's post 26/04/2026

ผบก.น.1 สั่งการ สืบสวน บก.น.1 ร่วมกับ สน.ห้วยขวาง
ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่


อ่านต่อใต้คอมเมนต์ 👇👇👇

Photos from กองบังคับการตำรวจนครบาล 1's post 25/04/2026

⚡️น.1 นำทีมสั่งการ ผบก.น.1 พร้อม กก.สส.บก.น.1
กวาดล้างผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ ⚡️

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./ช่วยราชการ บช.น , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ และ พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบช.น. จึงได้สั่งการและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างพร้อมขยายผลดำเนินการไปยังผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ เพื่อดำเนินการสืบสวนจับกุม และดำเนินการยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด

กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ภายใต้การนำทีมโดย พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 พร้อมเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.1 ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัดละการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่รับผิดชอบ พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน จึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว จนสามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดไว้ได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 1 ได้ทำการเฝ้าดูพฤติกรรมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ย่านอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามรถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น AVANZA สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร พบว่ารถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าว คันดังกล่าว
มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดและนำยาเสพติดมาจำหน่ายให้กับลูกค้า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบนายธงชัยหรือปี๊บฯ และ นายวิรุณหรือบิ๊กฯ แสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าไปแสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น จากการซักถามขยายผล นายธงชัยฯ และ นายวิรุณฯ รับว่าได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจริง โดยขนยาเสพติดมาเก็บรักษาไว้รอที่จะจำหน่าย โดยจอดไว้ที่ บริเวณลานจอดรถไทวัสดุ จึงได้เข้าทำการตรวจค้นภายในรถยนต์คันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) รวมจำนวนประมาณ 90 กิโลกรัม วางอยู่บริเวณท้ายรถยนต์ จากการซักถามขยายผลนายธงชัยฯ และ นายวิรุณฯ ผู้ต้องหา ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว ไปรับยาเสพติดมาจาก ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี และนำมาเก็บรักษาไว้ภายในรถเพื่อเตรียมที่จะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในบริเวณต่างๆในจังหวัดนนทบุรี หลังจากตนส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ตนจะได้รับค่าจ้างเป็นรายครั้งไป โดยแต่ละครั้ง จะมีบุคคลนำเงินสดมาให้ ประมาณ 80,000 บาท ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและทำการขยายผลเกี่ยวกับขบวนการนี้ต่อไป

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Dusit?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


323 Sri Ayutthaya Road
Dusit
10300