04/06/2026
ส่องตลาด Semiconductor ในอิสราเอล
✨ ประเด็นสำคัญ
• อุตสาหกรรม Semiconductor อิสราเอลเติบโตต่อเนื่องจากกระแส AI และ Data Center
• ระดมทุนเทคโนโลยี Q1/2026 กว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+50% YoY)
• อิสราเอลมีจุดแข็งด้านการออกแบบชิป แต่ขาดกำลังการผลิตและการประกอบปลายน้ำ
💡 โอกาสสำหรับไทย
• บริการประกอบและทดสอบชิป (OSAT)
• PCB และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
• ชิป Analog สำหรับ EV และอุปกรณ์การแพทย์
• เป็นฐานการผลิตสำรอง (Multi-sourcing) ให้บริษัทเทคโนโลยีอิสราเอล
⚠️ สิ่งที่ต้องติดตาม
• การแข่งขันจากมาเลเซียและเวียดนาม
• ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และโลจิสติกส์ในตะวันออกกลาง
📌 ที่มา: สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล)
📅 วันที่เผยแพร่: 25 พฤษภาคม 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
ส่องดูตลาด Semiconductor ในอิสราเอล ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทางการทำตลาดของไทย
บทนำ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอิสราเอลถือเป็น "สมองกลหลัก" ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีขั้นสูงระดั....
02/06/2026
ตลาดสัตว์เลี้ยงจีนปี 2026 โตต่อเนื่อง “พรีเมียม–สุขภาพ–สมาร์ท” มาแรง
ตลาดสัตว์เลี้ยงจีนยังน่าจับตา ปี 2025 มีมูลค่าสูงถึง 312,600 ล้านหยวน และมีสุนัข–แมวรวมกว่า 126 ล้านตัว โดยกลุ่มกำลังซื้อหลักคือคนรุ่นใหม่อายุ 18–35 ปี ในเมืองเศรษฐกิจสำคัญ
✨ เทรนด์เด่นที่มาแรง
• อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม เน้นความสดใหม่และสุขภาพ
• โปรตีนทางเลือก เช่น กระต่าย กวาง นกกระจอกเทศ
• สูตรเฉพาะวัย สายพันธุ์ และปัญหาสุขภาพ
• ขนมสัตว์เลี้ยงแบบ Functional Treats
• ของเล่นและอุปกรณ์อัจฉริยะ ควบคุมผ่านแอป
👉 โอกาสของไทย:
ไทยมีจุดแข็งด้านอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูง และสินค้า OEM/ODM หากพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์สุขภาพสัตว์เลี้ยง บรรจุภัณฑ์ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะมีโอกาสเจาะตลาดจีนได้มากขึ้น
📌 ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
📅 วันที่เผยแพร่: 25 พฤษภาคม 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
https://www.ditp.go.th/post/cnmly4dkj5xk4mkxh2poyfbr
#อาหารสัตว์เลี้ยง #ขนมสัตว์เลี้ยง #ตลาดจีน
เทรนด์ใหม่มาแรงในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของจีน ปี 2026
ในปี 2025 ตลาดสัตว์เลี้ยงในจีนเติบโตด้วยมูลค่าตลาดอยู่ที่ 312,600 ล้านหยวน (ประมาณ 1,563,000 ล้านบาท) เติบโตร้อยละ 4.1 เมื่....
29/05/2026
⏰ ขยายเวลารับสมัครถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569
DITP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน Automechanika Dubai
งานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งระดับนานาชาติ
📍 สถานที่: Dubai Exhibition Centre (DEC) ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
📅 วันที่จัดงาน: 10 - 12 พฤศจิกายน 2569
✅ รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 30 ราย เท่านั้น
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง และสร้างโอกาสทางธุรกิจในเวทีการค้าระดับโลก
สมัครได้ที่: https://drive.ditp.go.th/หน้าหลัก/รายละเอียดกิจกรรม/activityid/15518
สอบถามเพิ่มเติม: 02-507-8310
อย่าพลาดโอกาสพาธุรกิจยานยนต์ไทยไปสู่ตลาดโลก!
#ชิ้นส่วนยานยนต์ #อะไหล่ยานยนต์ #ผู้ประกอบการไทย #ส่งออกไทย #ธุรกิจยานยนต์ #ตลาดตะวันออกกลาง
29/05/2026
🚨 ขยายเวลารับสมัครถึง 31 พ.ค. 69 🚨
โอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดสู่เอเชียใต้!
DITP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วม
โครงการคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุตสาหกรรม
เดินทางเยือน สาธารณรัฐอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ
ระหว่างวันที่ 16 - 21 สิงหาคม 2569
พบโอกาสเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายพันธมิตร และเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มสินค้าเป้าหมาย ได้แก่
✅ ชิ้นส่วนยานยนต์
✅ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
✅ วัสดุก่อสร้าง
✅ เครื่องใช้ไฟฟ้า
✅ ผลิตภัณฑ์ยาง
✅ เครื่องจักรกลการเกษตร
✅ เครื่องปรับอากาศ
✅ อาหารสัตว์เลี้ยง
✅ เคมีภัณฑ์
📌 สมัครได้แล้ววันนี้ผ่านเว็บไซต์
https://drive.ditp.go.th/หน้าหลัก/รายละเอียดกิจกรรม/activityid/15667 เท่านั้น
☎️ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
02-507-8376
อย่าพลาดโอกาสพาธุรกิจไทยก้าวสู่ตลาดอินเดียและบังกลาเทศ!
#กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ #ผู้ประกอบการไทย #ส่งออกไทย #อินเดีย #บังกลาเทศ #เจรจาการค้า #สินค้าอุตสาหกรรม #ขยายตลาดต่างประเทศ
26/05/2026
เวียดนามกำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งใหญ่
โดยมองว่า “รถยนต์ไฟฟ้า (EV)” ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ
แต่คือยุทธศาสตร์ระดับชาติในการยกระดับเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
📌 จุดสำคัญคือ เวียดนามไม่ได้ต้องการเป็นเพียง “ฐานประกอบรถยนต์”
แต่กำลังพยายามพัฒนา “เทคโนโลยีหลัก” ด้วยตนเอง โดยเฉพาะ
• แบตเตอรี่
• มอเตอร์ไฟฟ้า
• ระบบชาร์จ
• ซอฟต์แวร์และระบบอัจฉริยะ
⚡ ตัวเลขและความเคลื่อนไหวสำคัญ
• ปี 2568 เวียดนามจัดทำมาตรฐานด้าน EV แล้วกว่า 28 ฉบับ
• คาดว่ากรอบกฎหมายด้านสถานีชาร์จจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน Q3/2569
• รถ EV ของ VinFast มี local content ราว 60%
• ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 80% หลังโรงงานแบตเตอรี่ Ha Tinh เดินเต็มกำลัง
• VinFast เตรียมขยายเครือข่ายสถานีชาร์จกว่า 150,000 จุดทั่วประเทศ
🏭 สิทธิประโยชน์แรง ดึงดูดนักลงทุน
รัฐบาลเวียดนามออกกฤษฎีกา 205/2025/ND-CP
สนับสนุนอุตสาหกรรม EV อย่างจริงจัง เช่น
• ยกเว้นภาษี 4 ปีแรก
• ลดหย่อนภาษีต่ออีก 9 ปี
• สนับสนุนที่ดินและค่าเช่า
แต่มี “เงื่อนไขสำคัญ” คือ
บริษัทต่างชาติที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์
ต้องเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการเวียดนามในห่วงโซ่อุปทาน
และสินค้าต้องมีองค์ประกอบด้านเทคโนโลยี/นวัตกรรมจริง ไม่ใช่แค่ประกอบทั่วไป
🌏 ความหมายต่อผู้ประกอบการไทย
การเร่งสร้าง ecosystem EV ของเวียดนาม
จะสร้างความต้องการมหาศาลในกลุ่ม
• ชิ้นส่วนยานยนต์
• พลาสติกและยาง
• อิเล็กทรอนิกส์
• ระบบอัตโนมัติ
• แบตเตอรี่
• ซอฟต์แวร์
• โลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน
👉 ไทยยังมีโอกาสสูง หากสามารถเชื่อมเข้า supply chain ใหม่ของเวียดนามได้เร็ว
แต่ในอีกด้าน
หากผู้ประกอบการไทยยังพึ่งพา “รถยนต์สันดาป” เพียงอย่างเดียว
อาจเริ่มถูกกดดันในระยะยาว
เพราะเวียดนามกำลังเร่งสร้าง ecosystem EV แบบครบวงจรอย่างจริงจังและรวดเร็ว
📌 ประเด็นที่น่าจับตา
เวียดนามกำลังใช้โมเดลคล้ายจีนในอดีต
คือ “ใช้ตลาดภายใน + สิทธิประโยชน์ + local supply chain”
เพื่อเร่งยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศ
ถ้าทำได้สำเร็จ
เวียดนามอาจไม่ใช่แค่ฐานการผลิต EV ราคาประหยัด
แต่มีโอกาสกลายเป็น “ศูนย์กลาง EV ใหม่ของอาเซียน” ในอนาคต
📅 เผยแพร่: 21 พฤษภาคม 2569
🏢 สคต. ณ กรุงฮานอย
🔗 ที่มา: https://www.ditp.go.th/post/lp1aepnyx3pvzyd14nzmcs6l
#เวียดนาม
#ยานยนต์ไฟฟ้า
#อุตสาหกรรมยานยนต์
#โอกาสผู้ประกอบการไทย
เวียดนามมุ่งมั่นเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า
เวียดนามมุ่งมั่นเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ได้เป็นเพี.....
05/05/2026
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสหรัฐฯ ยังโตต่อเนื่อง แม้เจ้าของสัตว์เริ่มใช้จ่ายระวังมากขึ้น
อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ยังแสดงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
โดยปี 2568 มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 158 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต +3.7% จากปีก่อน
และกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็น อาหารสัตว์เลี้ยงและขนมสัตว์เลี้ยง ซึ่งครองสัดส่วนสูงสุดของตลาด
แม้จำนวนผู้เลี้ยงสัตว์จะทรงตัว แต่การมองสัตว์เลี้ยงเป็น “สมาชิกครอบครัว”
ยังคงเป็นแรงผลักหลักที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว
📊 ตัวเลขสำคัญที่น่าจับตา
• มูลค่าตลาดรวมปี 2568 อยู่ที่ 158 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
• กลุ่มอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 68.3 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 43.2% ของตลาด
• ปี 2569 คาดว่าตลาดรวมจะโตต่อเป็น 165 พันล้านดอลลาร์
• และมีแนวโน้มแตะ 197.9 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573
• ครัวเรือนสหรัฐฯ ที่มีสัตว์เลี้ยงมีถึง 71% หรือประมาณ 94 ล้านครัวเรือน
🐶 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน แต่ตลาดยังแข็งแรง
แม้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
แต่ยังคงยอมจ่ายกับสิ่งที่ “จำเป็น” โดยเฉพาะ
• อาหารสัตว์เลี้ยง
• ขนมสัตว์เลี้ยง
• การดูแลสุขภาพสัตว์
เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจลดสินค้าฟุ่มเฟือยลง
แต่ยังไม่ลดการลงทุนกับ “คุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง”
👥 กลุ่มลูกค้าที่ต้องจับตา
• Millennials ยังเป็นฐานลูกค้าหลัก
• Gen X เป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุด
• ครัวเรือนแบบ multi-pets เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เปิดโอกาสให้สินค้าในกลุ่มที่รองรับสัตว์หลายประเภทเติบโตตามไปด้วย
👉 โอกาสของผู้ประกอบการไทย:
ตลาดนี้ยังเปิดกว้างสำหรับสินค้าไทยในกลุ่ม
• อาหารสัตว์เลี้ยง
• ขนมสัตว์เลี้ยง
• สินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพและคุณภาพ
• สูตรที่หลากหลายทั้งรสชาติ รูปแบบ และฟังก์ชัน
ผู้ประกอบการไทยควรโฟกัส 3 เรื่องสำคัญ
• พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ “ความจำเป็นพื้นฐาน”
• ขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ เช่น Gen X
• ปรับกลยุทธ์ด้านราคาและความคุ้มค่า
พร้อมศึกษากฎระเบียบของ U.S. FDA อย่างเคร่งครัด
📌 ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก
📅 วันที่เผยแพร่: 23 เมษายน 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
https://www.ditp.go.th/post/prbwa6jnelm1wzpw8qbrebf0
#อาหารสัตว์เลี้ยง
#ตลาดสหรัฐ
#ขนมสัตว์เลี้ยง
#โอกาสผู้ประกอบการไทย
อาหารสัตว์เลี้ยง และขนมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ยอดขายเติบโต
อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐอเมริกายังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จำน.....
01/05/2026
วัสดุก่อสร้างยุคใหม่ “รีไซเคิลกว่า 90%” กำลังเขย่าตลาดสวีเดน และอาจเปลี่ยนเกมทั้งอุตสาหกรรม
สวีเดนกำลังเร่งเดินหน้าไปสู่การก่อสร้างแบบ low-carbon + circular economy อย่างจริงจัง
ล่าสุดสตาร์ทอัพ Enkei จากสตอกโฮล์ม ระดมทุนรอบ pre-seed ได้ที่มูลค่าบริษัทราว 3 ล้านยูโร
เพื่อขยายการใช้งานวัสดุใหม่ชื่อ ReCeramix™ ที่ผลิตจากเศษวัสดุก่อสร้างและเซรามิกรีไซเคิลมากกว่า 90%
จุดเด่นของวัสดุนี้คือ ไม่ได้ขายแค่ “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
แต่ขายทั้ง ดีไซน์ ความหรูหรา และความยั่งยืน ไปพร้อมกัน
🌍 จุดเด่นที่ทำให้ตลาดจับตา
• ใช้วัสดุรีไซเคิลมากกว่า 90%
• ลดการใช้ซีเมนต์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับคอนกรีตตกแต่งทั่วไป
• ใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียวในกระบวนการผลิต
• ตอบโจทย์เทรนด์ circular economy + ESG + EU Green Deal
นวัตกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นแค่วัสดุทดแทน
แต่กำลังถูกมองว่าเป็น “วัสดุแห่งอนาคต” สำหรับงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในของยุโรป
🏢 เริ่มใช้จริงในตลาดพรีเมียมแล้ว
Enkei เริ่มจากสินค้าดีไซน์ เช่น โคมไฟ ก่อนขยายไปสู่งานตกแต่งสถาปัตยกรรม
และมีลูกค้าระดับบน เช่น
• โรงแรมหรู Ett Hem
• คลับระดับพรีเมียม Angel House
• พิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย Fotografiska
จึงชัดเจนว่าวัสดุสายยั่งยืนกำลังไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ “ของรักษ์โลก”
แต่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาด luxury + design-led materials
👉 โอกาสและแรงกดดันต่อไทย
แนวโน้มนี้อาจกดดันสินค้าส่งออกไทยในกลุ่ม
• หินธรรมชาติ
• เซรามิก
• ปูนซีเมนต์
• วัสดุตกแต่งที่ใช้วัตถุดิบใหม่จำนวนมาก
เพราะตลาดยุโรป โดยเฉพาะสวีเดนและนอร์ดิก เริ่มมองเรื่อง
carbon footprint, ESG, EPD, และที่มาของวัสดุ
เป็น “เงื่อนไขแข่งขัน” ไม่ใช่แค่ “จุดขายเสริม”
👉 โอกาสของผู้ประกอบการไทย:
ถ้าไทยปรับตัวทัน ยังมีช่องทางชัดเจน เช่น
• พัฒนาวัสดุรีไซเคิล / วัสดุสีเขียว
• ใช้เศษเซรามิก เศษหิน หรือของเสียก่อสร้างมาต่อยอด
• ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เช่น EPD / Carbon Footprint
• ผสาน “ดีไซน์ไทย + ความยั่งยืนจริง” เพื่อเจาะตลาด niche และพรีเมียม
• ร่วมมือกับนักออกแบบยุโรปหรือแพลตฟอร์มสแกนดิเนเวียเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
สรุปง่าย ๆ คือ ตลาดสวีเดนไม่ได้ถามแค่ว่า “ของสวยไหม”
แต่ถามต่อว่า “ของนี้มาจากไหน ใช้อะไรผลิต และกระทบโลกแค่ไหน”
📌 ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน
📅 วันที่เผยแพร่: 20 เมษายน 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
https://www.ditp.go.th/post/wni8tjmssl3lwawbr28sg6dl
#วัสดุก่อสร้าง
#สวีเดน
#วัสดุรีไซเคิล
#โอกาสผู้ประกอบการไทย
ReCeramix™ นวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลกว่า 90% ดึงดูดนักลงทุน หนุนการก่อสร้างยั่งยืนในสวีเดน
Enkei สตาร์ทอัพจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้ระดมทุนรอบ pre-seed ด้วยมูลค่าบริษัทประมาณ 3 ล้านยูโร เพื่อผลักดัน.....
29/04/2026
ตลาดรถออสเตรเลียเริ่ม “เปลี่ยนเกม” หลังใช้มาตรการ NVES ผู้ผลิตเร่งลดมลพิษ–รถไฮบริดมาแรง
ออสเตรเลียเริ่มใช้มาตรฐาน NVES (New Vehicle Efficiency Standard) เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซจากรถใหม่
แม้มาตรการนี้เพิ่งเริ่มบังคับใช้ แต่ก็เริ่มส่งแรงสะเทือนไปทั้งตลาดแล้ว
โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเกินเพดาน ซึ่งต้องเผชิญทั้งค่าปรับ การปรับกลยุทธ์สินค้า และแรงกดดันด้านราคา
ภาพที่เห็นชัดคือ ตลาดกำลังขยับจากรถยนต์น้ำมันแบบเดิม → ไปสู่ Hybrid, PHEV และ EV มากขึ้น
แต่การเปลี่ยนผ่านยังไม่เร็วเท่าที่คาด เพราะผู้บริโภคยังติดข้อจำกัดเรื่องราคา โครงสร้างพื้นฐาน และความเชื่อมั่น
📊 ตัวเลขสำคัญที่น่าจับตา
• ปี 2568 ออสเตรเลียขายรถใหม่รวม 1,209,808 คัน
• รถ PHEV โตแรงสุด +130.9% อยู่ที่ 53,484 คัน
• รถ Hybrid โต +15.3% อยู่ที่ 199,133 คัน
• รถไฟฟ้า (EV) ขายได้ 103,269 คัน คิดเป็น 8.3% ของตลาด
• แต่ EV โตเพียง +1.1% สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้เร่งตัวเต็มที่
ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณใหม่
โดยเดือนมีนาคม 2569 ยอดขาย EV อยู่ที่ 15,839 คัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในภาวะสงคราม ซึ่งกระตุ้นความสนใจรถไฟฟ้าชั่วคราว
⚠️ ผู้ผลิตที่โดนแรงกดดันจาก NVES แล้ว
ในช่วงครึ่งปีแรกของการเริ่มคำนวณค่าปรับ มี 5 แบรนด์ที่ปล่อยมลพิษเกินเพดาน ได้แก่
• Mazda
• Nissan
• Subaru
• Hyundai/Genesis
• GM
โดย Mazda โดนค่าปรับสูงสุดถึง 25 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเฉลี่ย 661 ดอลลาร์ต่อคัน
ผู้ผลิตมีทางเลือก 3 ทาง
ขึ้นราคารถแล้วผลักภาระให้ผู้ซื้อ
เพิ่มการขายรถปล่อยมลพิษต่ำ/รถไฟฟ้า
ซื้อเครดิตจากแบรนด์ที่มีเครดิตสะสม เช่น BYD, Toyota/Lexus และ Tesla
👉 โอกาสของผู้ประกอบการไทย:
ตลาดออสเตรเลียกำลังเปิดช่องให้สินค้าในกลุ่ม
• ชิ้นส่วนรถไฮบริดและรถไฟฟ้า
• ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุมการใช้พลังงาน
• อะไหล่และอุปกรณ์ที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษ
• เทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์มาตรฐานใหม่
ใครอยู่ในซัพพลายเชนยานยนต์ ต้องจับตา NVES ให้ดี
เพราะกติกาใหม่นี้ไม่ได้กระทบแค่ “ผู้ผลิตรถ”
แต่กำลังเปลี่ยนทั้งโครงสร้างการแข่งขันของตลาดรถออสเตรเลีย
📌 ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
📅 วันที่เผยแพร่: 17 เมษายน 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
https://www.ditp.go.th/post/cnk3yr7xekag5s4ewn1gx756
#ออสเตรเลีย
#รถยนต์ไฟฟ้า
#ยานยนต์แห่งอนาคต
#โอกาสผู้ประกอบการไทย
ติดตามสถานการณ์ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียหลัง NVES บังคับใช้
ปี 2568 รัฐบาลออสเตรเลียประกาศใช้มาตรฐานประสิทธิภาพการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับรถยนต์ใหม่ New Vehicle Efficiency Standard (NVES) เ.....
27/04/2026
นิวยอร์กอัดงบ 4 พันล้านดอลลาร์ ลุยโครงการที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้ เปิดโอกาสใหม่ธุรกิจไทย
นครนิวยอร์กกำลังเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในภาคที่อยู่อาศัย
โดยเตรียมใช้งบกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า
เพื่อพัฒนาโครงการ Affordable Housing ทั่วมหานคร
หวังแก้ปัญหาขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่แค่โครงการอสังหาฯ แต่เป็น “การกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง” รอบใหม่ที่มีผลต่อทั้งวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และธุรกิจบริการในชุมชนเมือง
🏙️ ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
• งบลงทุนรวมกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 4 ปี
• ปีแรกจะลงทุนราว 750 ล้านดอลลาร์
• อีก 500 ล้านดอลลาร์ จัดผ่านโครงการร่วมทุนรัฐ–เอกชน เพื่อฟื้นฟูอพาร์ตเมนต์
• เน้นโครงการหลากหลาย ทั้ง mixed-income housing, workforce housing, ปรับปรุงอาคารเก่า และเปลี่ยนอาคารสำนักงานเป็นที่อยู่อาศัย
• เปิดทางให้ผู้พัฒนาเข้าถึงเงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยคงที่ถึง 40 ปี
📉 ทำไมต้องเร่งลงทุนตอนนี้
• ครัวเรือนผู้เช่ามากกว่าครึ่ง ต้องจ่ายค่าเช่าเกิน 50% ของรายได้
• อัตราห้องว่างเหลือเพียง 1.4% ต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี
จึงเป็นหนึ่งในวิกฤตค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดของนิวยอร์กในเวลานี้
👉 โอกาสของผู้ประกอบการไทย:
เมื่อโครงการก่อสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัยขยายตัว
สินค้าที่มีโอกาสมากขึ้น ได้แก่
• วัสดุก่อสร้าง
• เฟอร์นิเจอร์
• ของตกแต่งบ้าน
• สินค้ารักษ์โลก / ประหยัดพลังงาน / ได้มาตรฐาน
รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารไทย สำหรับชุมชนที่อยู่อาศัยใหม่ในเขต Brooklyn, Bronx และ Queens
ตลาดนี้ให้โอกาสกับสินค้าที่ “คุณภาพดี + ราคาเข้าถึงได้ + มีจุดขายเรื่องความยั่งยืน”
📌 ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก
📅 วันที่เผยแพร่: 17 เมษายน 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
https://www.ditp.go.th/post/r7b0er39iywns03gilmxz1wx
#นิวยอร์ก
#วัสดุก่อสร้าง
#เฟอร์นิเจอร์
#โอกาสผู้ประกอบการไทย
นครนิวยอร์กเตรียมลงทุน 4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้
นครนิวยอร์กกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาเมือง ด้วยแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในภาคที่อยู่อาศัย โด....
24/04/2026
เนเธอร์แลนด์แห่ซื้อ “รถไฟฟ้ามือสอง” หลังราคาพลังงานพุ่ง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัด
ตลาดยานยนต์เนเธอร์แลนด์กำลังเปลี่ยนทิศอย่างชัดเจน
จากเดิมเน้น “รถใหม่” → สู่ “รถมือสอง โดยเฉพาะ EV” ที่คุ้มค่ากว่า
แรงผลักสำคัญมาจาก ราคาพลังงานที่พุ่งสูง + ภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน
ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกทางเลือกที่ “ประหยัดระยะยาว” มากขึ้น
⚡ สัญญาณตลาด EV มือสองพุ่งแรง
• มี.ค. 2569 ยอดขาย 13,843 คัน
• เพิ่มขึ้น +48% MoM และเกือบ +100% YoY
• การค้นหารถ EV มือสองเพิ่มขึ้น +75%
📊 ภาพรวมตลาด
• Q1/2569 ตลาดรถมือสองรวม “ลดลงเล็กน้อย”
👉 แต่ EV มือสองกลับโต = พฤติกรรมเปลี่ยนจริง
💡 ทำไม EV มือสองถึงมาแรง
• ราคาน้ำมันสูง → EV คุ้มกว่า
• รถลีสซิ่งหมดสัญญา → Supply เข้าเยอะ
• ราคาจับต้องได้ → เข้าถึงคนวงกว้าง
• นโยบายรัฐช่วยลดต้นทุนการใช้งาน
🔎 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัด
• จาก “อยากได้รถใหม่” → “เน้นความคุ้มค่า”
• ยอมใช้รถอายุสูงเป็นเรื่องปกติ
• สนใจ EV เพราะ “ประหยัดระยะยาว” มากกว่า “ภาพลักษณ์”
🚗 โครงสร้างตลาดที่ต้องรู้
• เนเธอร์แลนด์มีรถกว่า 9.4 ล้านคัน
• ตลาดขับเคลื่อนด้วย “รถมือสอง”
👉 EV มือสองเลยโตได้เร็วมาก
⚠️ ปัจจัยเสี่ยง
• นโยบายภาษี EV เริ่มลดลง
👉 อาจทำให้ผู้บริโภค “ชะลอซื้อ” ระยะสั้น
👉 โอกาสของผู้ประกอบการไทย
ตลาดนี้ “ไม่ได้ต้องการรถใหม่” แต่ต้องการ “ของดูแลรถ”
สินค้าไทยที่มีโอกาส:
• อะไหล่สิ้นเปลือง
• ยาง / แบตเตอรี่ / ชิ้นส่วน
• อุปกรณ์ตกแต่ง
• ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถ
💡 Insight สำคัญ
ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก
👉 “ซื้อรถใหม่” → “ยืดอายุรถให้คุ้มที่สุด”
และเนเธอร์แลนด์ยังเป็น
👉 “Hub กระจายสินค้าในยุโรป”
📌 ที่มา: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก
📅 วันที่เผยแพร่: 16 เมษายน 2569
🔗 อ่านฉบับเต็ม:
ตลาดยานยนต์เนเธอร์แลนด์ในยุคพลังงานผันผวน
ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคในเนเธอร์แลนด์กำลังเปลี.....