Colder Solution สารทำความเย็น อะไหล่แอร์ คอมเพรสเซอร์

Colder Solution สารทำความเย็น อะไหล่แอร์ คอมเพรสเซอร์

แชร์

จำหน่ายน้ำยาแอร์ สารทำความเย็น และอุปกรณ์ทำความเย็น คอมเพรสเซอร์ น้ำมันคอมแอร์

20/05/2026

📰 Colder News Update
🏭 อุตสาหกรรม HVAC&R ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยับเข้าสู่ประเด็นสำคัญระดับภูมิภาค นั่นคือ Lifecycle Refrigerant Management (LRM) หรือ การจัดการสารทำความเย็นตลอดวงจรชีวิต

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่เมือง ยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตัวแทนจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมเวิร์กช็อปภายใต้หัวข้อ Lifecycle Refrigerant Management หรือ LRM จัดโดย UNEP OzonAction ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ของอินโดนีเซีย

แกนสำคัญของเวิร์กช็อปนี้ คือ การให้ประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเตรียมทำ National Inventory หรือข้อมูลระดับประเทศของสารควบคุม ภายใต้ Montreal Protocol เช่น น้ำยาแอร์เก่า น้ำยาจากระบบที่เลิกใช้ หรือสารทำความเย็นที่รอการกู้คืน รีไซเคิล รีเคลม หรือกำจัดอย่างถูกต้อง

เวิร์กช็อปครั้งนี้กำลังบอกเราว่า น้ำยาแอร์ไม่ได้ถูกมองแค่ตอนขายหรือเติมเข้าระบบอีกต่อไป แต่ต้องถูกจัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การเก็บรักษา การติดตั้ง การใช้งาน การซ่อมบำรุง การกู้คืน การนำกลับมาใช้ใหม่ การรีเคลม และการกำจัดอย่างปลอดภัยเมื่อหมดอายุการใช้งาน

🔍 LRM คืออะไร?
Lifecycle Refrigerant Management คือการบริหารจัดการสารทำความเย็นตลอดวงจรชีวิต เพื่อป้องกันและลดการรั่วไหลของน้ำยาในระบบทำความเย็น ที่ครอบคลุมตั้งแต่

• การผลิตและจัดเก็บสารทำความเย็น
• การขนส่ง
• การออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์
• การใช้งานและบำรุงรักษาระบบ
• การกู้คืนน้ำยาออกจากระบบ
• การใช้ซ้ำ/รีไซเคิล/รีเคลม
• การกำจัดอย่างปลอดภัย

โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการรั่วไหลของสารทำความเย็นในทุกช่วงของวงจรชีวิตระบบทำความเย็นและปรับอากาศ เพราะถ้ามีแนวทาง LRM ที่ดี อาจช่วยลดการปล่อย HFC และ HCFC ได้ประมาณ 39 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ระหว่างปี 2025–2050 และอาจสูงถึง 67 กิกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2100

ตัวเลขนี้ถือว่ามหาศาล เพราะแปลว่า น้ำยาแอร์เก่าที่ถูกจัดการไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในประเด็น climate action ระดับโลก และไม่ใช่แค่ Montreal Protocol อีกต่อไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับ Basel Convention เพราะสารควบคุมที่ใช้แล้วหรือไม่ต้องการแล้วมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มของเสียอันตราย และเกี่ยวข้องกับกฎการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน

🖥️ Source Climate & Clean Air Coalition: https://www.ccacoalition.org/

ข่าวนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสิ่งแวดล้อม แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดน้ำยาแอร์ในภูมิภาคกำลังขยับจาก การซื้อขายน้ำยา ไปสู่ ระบบบริหารสารทำความเย็นตลอดวงจร ตั้งแต่การสำรวจ inventory การกู้คืน การนำกลับมาใช้ การรีไซเคิล การรีเคลม ไปจนถึงการกำจัดอย่างถูกต้อง

ในยุคที่ HFC ถูกควบคุมมากขึ้น และตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Low-GWP Refrigerants การจัดการน้ำยาเดิมในระบบจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญทั้งในมุมต้นทุน กฎหมาย สิ่งแวดล้อม และความน่าเชื่อถือขององค์กร

เพราะอนาคตของตลาดน้ำยาแอร์ อาจไม่ได้แข่งขันกันแค่ว่า ใครมีน้ำยาพร้อมขาย แต่จะวัดกันว่า ใครสามารถช่วยลูกค้าบริหารสารทำความเย็นทั้งวงจรได้อย่างถูกต้องและตรวจสอบได้

Colder Solution เราพร้อมสนับสนุนธุรกิจ HVAC&R ด้วยบริการ 3R เพื่อช่วยให้องค์กรจัดการสารทำความเย็นได้ถูกต้อง ลดการสูญเสีย และเตรียมพร้อมต่อมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กำลังเข้มขึ้นในอนาคต

🏦 หากคุณมองหาโซลูชันที่ “ครบวงจร” ตั้งแต่ Recovery, Reuse, Reclaim ไปจนถึงการทำ Refrigerant Banking บริการ R for Recovery ของเราพร้อมดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ด้วยเครื่องมือมาตรฐานระดับสากล และศูนย์ฟื้นสภาพที่ผ่านการรับรอง

เราไม่ได้แค่กู้คืนสารทำความเย็นออกจากระบบ แต่ช่วยทำให้ทุกกิโลกรัม กลับมาเป็นทรัพยากรที่บริหารได้ ผ่านการจัดเก็บที่ติดตามได้ ตรวจสอบคุณภาพได้ และเบิกใช้ได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์ทั้ง สิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่า และความยั่งยืน

ติดต่อเรา :
Line id : หรือคลิก : https://lin.ee/VEnKS4M
Website : www.coldersolution.co.th
✉ Email : [email protected]

♻️ 𝗟𝗼𝘄 𝗳𝗼𝗿 𝗭𝗲𝗿𝗼 𝗹 ครบรอบ 𝟭𝟮 ปี 𝗖𝗼𝗹𝗱𝗲𝗿 𝗦𝗼𝗹𝘂𝘁𝗶𝗼𝗻
พาทุกโมเลกุลความเย็น เข้าสู่ยุค Net Zero

#น้ำยาแอร์ #น้ำยาทำความเย็น #สารทำความเย็น #กู้คืนสารทำความเย็น #ฟื้นสภาพสารทำความเย็น

16/05/2026

📰 Breaking News : พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ไปต่อ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติ เห็นชอบให้พิจารณาร่างกฎหมายค้างท่อ 34 ฉบับต่อ รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ด้วยคะแนน เห็นด้วย 611 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง

แม้มตินี้เป็นการเห็นชอบตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 147 เพื่อให้ร่างกฎหมายที่ตกไปเพราะยุบสภา กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อ ไม่ใช่ขั้นสุดท้ายของการประกาศใช้ทันที

แต่สิ่งที่น่าจับตา คือร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ได้เป็นแค่กฎหมายเรื่องฝุ่น PM2.5 หรือควันพิษเท่านั้น หากแต่นี่อาจเป็นหนึ่งในกฎหมายสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงทิศทางใหญ่ของประเทศ ทั้งเรื่อง การลดมลพิษ การลดการปล่อยคาร์บอน และเป้าหมาย Net Zero

📍สาระสำคัญของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด
แกนหลักของกฎหมายนี้คือ เปลี่ยนจากการ จัดการมลพิษเป็นครั้ง ๆ ไปเป็น สิทธิของประชาชนในการมีอากาศสะอาด

1. รับรองสิทธิในอากาศสะอาด
ประชาชน ชุมชน และกลุ่มเปราะบางต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิในการหายใจอากาศสะอาด รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศ และสิทธิฟ้องร้องหรือเรียกร้องความเป็นธรรมเมื่อได้รับผลกระทบ

2. มีโครงสร้างบริหารจัดการหลายระดับ
ร่างกฎหมายวางกลไกคณะกรรมการระดับชาติ ระดับจังหวัด และคณะกรรมการวิชาการ เพื่อให้การแก้ปัญหาไม่ใช่งานเฉพาะกิจ แต่เป็นระบบถาวร โดยระดับจังหวัดจะมีบทบาทสำคัญในการทำแผนที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พื้นที่อุตสาหกรรม หรือพื้นที่เกษตร

3. ครอบคลุมหลายแหล่งกำเนิดมลพิษ
ไม่ได้มองแค่ฝุ่นจากรถหรือโรงงาน แต่ครอบคลุม อุตสาหกรรม คมนาคม ป่าไม้ เกษตรกรรม เมือง และมลพิษข้ามแดน โดยภาคเกษตรมีแนวทางจำกัดการเผา ส่วนภาคคมนาคมเน้นลดการใช้รถใช้น้ำมันในเขตเมือง เพิ่มยานยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ และพัฒนาขนส่งสาธารณะ

4. ใช้ทั้งบทลงโทษและมาตรการเศรษฐศาสตร์
กฎหมายไม่ได้มีแค่สั่งห้ามหรือปรับ แต่เปิดทางให้ใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เช่น กองทุนอากาศสะอาด ระบบซื้อขายสิทธิการระบายมลพิษในพื้นที่ควบคุม และระบบฝากไว้ได้คืน เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับตัวไปสู่การผลิตที่สะอาดขึ้น

5. ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบมากขึ้น
หลักสำคัญคือ ผู้สร้างมลพิษต้องรับผิดชอบ ทั้งในเชิงกฎหมายและเชิงสังคม โดยอาจมีทั้งความรับผิดทางแพ่ง อาญา และโทษปรับตามลักษณะการฝ่าฝืน

ต่อจากนี้เราคงต้องจับตาดูว่า ร่างจะถูกพิจารณาต่อในขั้นไหน รายละเอียดถูกแก้ไขอย่างไร และกฎหมายลำดับรองจะออกมาเข้มแค่ไหน

เพราะ หัวใจจริง จะอยู่ที่การบังคับใช้ เช่น มาตรฐานอากาศ ข้อมูลเปิดเผย อำนาจจังหวัด งบกองทุน และบทลงโทษจะใช้ได้จริงหรือไม่?

เพราะนี่คือสัญญาณที่ดีว่า ประเทศไทยกำลังขยับจากการ แก้ปัญหามลพิษปลายทาง ไปสู่การ จัดการต้นทางของการปล่อยคาร์บอน อย่างเป็นระบบมากขึ้น

อากาศสะอาด คือสิ่งที่คนไทยทุกคนควรได้รับวันนี้
Net Zero คือเป้าหมายที่ภาคธุรกิจและประเทศต้องเดินไปให้ถึงในวันข้างหน้า

และเมื่อสองเรื่องนี้เริ่มเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า กฎหมายจะผ่านเมื่อไหร่ แต่คือ องค์กรของเราพร้อมแค่ไหน เมื่ออากาศสะอาดและคาร์บอนต่ำ กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกธุรกิจ

♻️ 𝗟𝗼𝘄 𝗳𝗼𝗿 𝗭𝗲𝗿𝗼 𝗹 ครบรอบ 𝟭𝟮 ปี 𝗖𝗼𝗹𝗱𝗲𝗿 𝗦𝗼𝗹𝘂𝘁𝗶𝗼𝗻
พาทุกโมเลกุลความเย็น เข้าสู่ยุค Net Zero

ติดต่อเรา :
Line id : หรือคลิก : https://lin.ee/VEnKS4M
Website : www.coldersolution.co.th
✉ Email : [email protected]

Photos from Colder Solution สารทำความเย็น อะไหล่แอร์ คอมเพรสเซอร์'s post 15/05/2026

🛢️อีกหนึ่งสารทำความเย็นที่ถูกตั้งคำถามไม่แพ้ R-454B ในงานสัมมนา HFO Transition Training ที่ผ่านมา คือ R1234ze เพราะชื่อนี้ไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ในฐานะ น้ำยาค่า GWP ต่ำ หรือ HFO รุ่นใหม่ แต่กำลังถูกจับตาในฐานะสัญญาณว่า Chiller รุ่นใหม่ทั่วโลกกำลังขยับไปทางไหน

🇹🇭 ประเทศไทยพร้อมใช้ R1234ze แล้วหรือยัง?
เมื่อน้ำยา Low-GWP กำลังมา แต่หลายองค์กรอาจยังไม่พร้อมเปลี่ยน Chiller ทั้งระบบ

หลังจากประเทศไทยให้สัตยาบันต่อ Kigali Amendment ในปี 2024 ทิศทางของอุตสาหกรรมทำความเย็นเริ่มชัดขึ้นว่า การลดการใช้สารทำความเย็นกลุ่ม HFC ที่มีค่า GWP สูง จะไม่ใช่แค่ เทรนด์สิ่งแวดล้อม อีกต่อไป

แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ระยะยาวของอาคาร โรงงาน และผู้ประกอบการที่ใช้ระบบ Chiller อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายลดการใช้ HFC ลงตามกรอบระยะยาวของข้อตกลงดังกล่าว

หนึ่งในน้ำยาที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่ม Chiller รุ่นใหม่ คือ R1234ze หรือ HFO-1234ze(E) ซึ่งถูกพัฒนาให้เป็นทางเลือกค่า GWP ต่ำมาก ทดแทน R134a ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่ม A2L คือมีความเป็นพิษต่ำและติดไฟได้ต่ำ จึงต้องออกแบบระบบและขั้นตอนความปลอดภัยให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น

รายละเอียดสินค้า R-1234ze : https://www.coldersolution.co.th/products/air-liquid/solstice-1234ze/

คำถามคือ… ประเทศไทยพร้อมใช้ R1234ze แล้วหรือยัง?
จากที่เราวิเคราะห์ปัญหาของผู้ใช้สารทำความเย็น ที่อยู่ในวงการระบบปรับอากาศ ชิลเลอร์ คำตอบอาจไม่ใช่ พร้อม หรือ ไม่พร้อม แบบตัดสินได้ทันที แต่ต้องแยกเป็น 3 ระดับตามมุมมอง ดังนี้

1.ในมุมเทคโนโลยี
พร้อมแล้ว เพราะปัจจุบัน R1234ze ไม่ใช่น้ำยาที่อยู่ในขั้นทดลองอีกต่อไป ผู้ผลิต Chiller หลายรายเริ่มมีเครื่องที่ออกแบบมารองรับ R1234ze แล้ว และ ในประเทศไทยเอง มี Air-Cooled Chiller รุ่น RTAG ที่ระบุสารทำความเย็น R134a, R513A และ R1234ze เป็นตัวเลือกของระบบ

แปลว่าในเชิง อุปกรณ์รองรับและเทคโนโลยี คำตอบคือ พร้อม เพราะ Chiller ที่ออกแบบมาสำหรับ R1234ze มีอยู่จริง และถูกใช้ในงานอาคารและอุตสาหกรรมมาแล้วในหลายตลาด

2.ในมุมการใช้งานจริงของประเทศไทย
Colder Solution ขอตอบว่า ยังคงต้องประเมิน เพราะถึงเทคโนโลยีจะพร้อม แต่การใช้งานจริงอาจยังไม่ได้พร้อมเท่ากันทุกที่ เพราะ R1234ze ไม่ใช่น้ำยาที่เอาไปเติมแทน R134a ได้ทันที ระบบต้องถูกออกแบบให้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นคอมเพรสเซอร์, Heat Exchanger, วาล์ว, อุปกรณ์ควบคุม, น้ำมันหล่อลื่น ไปจนถึงข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

โดยเฉพาะประเด็นที่ R1234ze อยู่ในกลุ่ม A2L ทำให้องค์กรที่ต้องการใช้งาน ยังคงต้องเตรียมความพร้อมเช่น มีทีมช่างเข้าใจน้ำยากลุ่ม A2L, พื้นที่ติดตั้งมีการระบายอากาศ หรือจัดเตรียมระบบและมาตรการความปลอดภัย เพราะการใช้ Low-GWP Refrigerant ให้ได้ผล ไม่ใช่แค่เปลี่ยนน้ำยา แต่คือการเปลี่ยนมาตรฐานการออกแบบและการดูแลระบบทั้งชุด

3.ในมุมธุรกิจ
คงให้คำตอบว่า พร้อม แต่สำหรับ คนที่กำลังเปลี่ยนเครื่องใหม่มากที่สุด

R1234ze จะเหมาะมากกับองค์กรที่กำลังจะซื้อ Chiller ใหม่ เปลี่ยนเครื่องเก่า หรือออกแบบระบบใหม่ตั้งแต่ต้น เพราะสามารถเลือกเครื่องที่ออกแบบมารองรับน้ำยานี้โดยตรงได้ อย่างเช่น โรงงานที่มีนโยบาย ESG หรือ Carbon Reduction หรือ อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล Data Center ที่ต้องการภาพลักษณ์ Green Building

เราคงต้องพูดกันตามตรงว่า สำหรับองค์กรที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยน Chiller ทั้งระบบ หรือ ยังไม่พร้อมในการใช้งานจริง ทั้งระบบ และ บุคลากร การกระโดดไป R1234ze ทันทีอาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มที่สุดเสมอไป

แล้วคนยังไม่พร้อม มีทางเลือกอะไรบ้าง?

1.ใช้ระบบเดิมต่อ แต่เริ่มทำ Refrigerant Risk Audit
สำหรับองค์กรที่ยังใช้ Chiller เดิมอยู่ สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบเปลี่ยนน้ำยา แต่คือการประเมินความเสี่ยงของระบบเดิมก่อน เช่น สารทำความเย็นที่ใช้อยู่, อายุการใช้งานชิลเลอร์, เสีย/รั่ว บ่อยแค่ไหน, ประสิทธิภาพชิลเลอร์, รวมไปถึงความยากง่ายของการหาอะไหล่ทดแทนเมื่อซ่อม

วิธีนี้เหมาะกับองค์กรที่ยังไม่พร้อมลงทุนใหม่ แต่ต้องการเห็นภาพว่า เรามีเวลาอีกเท่าไร ก่อนต้องตัดสินใจเปลี่ยนระบบ

2.น้ำยาทางเลือก R513A
สำหรับบางระบบที่เดิมใช้ R134a และยังไม่พร้อมขยับไป R1234ze อาจมีทางเลือกอย่าง R513A ซึ่งถูกใช้เป็นน้ำยาค่า GWP ต่ำลง R-513A มักถูกพูดถึงในฐานะทางเลือกเปลี่ยนผ่านสำหรับระบบที่ต้องการลด GWP แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนเครื่องใหม่ทั้งหมด

สำคัญ: ต้องให้ผู้ผลิตเครื่องหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนเสมอ เพราะไม่ใช่ทุกเครื่องจะรองรับการเปลี่ยนได้เหมือนกัน และยังต้องดูเรื่องน้ำมัน วาล์ว ประสิทธิภาพ การรับประกัน และเงื่อนไขการใช้งานจริง

ดูรายละเอียดสินค้า R-513A เพิ่มเติม : https://www.coldersolution.co.th/products/air-liquid/r513-a-chemours/

การใช้งานสารทำความเย็น R-513A เพื่อใช้ในงาน AHU : https://www.coldersolution.co.th/reference/2/

3.วางแผนเปลี่ยนเครื่องเป็นรอบ
การเข้าสู่ยุค Low-GWP Refrigerant ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Chiller ทั้งหมดทันที และ สามารถวางเป็นแผนระยะ 3–5 ปีได้ เช่น

ปีแรก ตรวจสอบระบบเดิมและจัดลำดับความเสี่ยง
ปีที่สอง เปลี่ยนเฉพาะเครื่องที่กินไฟสูงหรือซ่อมบ่อยที่สุด
ปีที่สาม วางมาตรฐานเครื่องใหม่ให้รองรับ Low-GWP Refrigerant

และค่อยๆ ทยอยลดการพึ่งพาน้ำยาเดิม วิธีนี้ช่วยให้องค์กรไม่ต้องรับภาระลงทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียว และยังทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นระบบมากขึ้น

R1234ze คือหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของ Chiller ยุค Low-GWP โดยเฉพาะโครงการใหม่หรือองค์กรที่กำลังวางแผนเปลี่ยนเครื่องใหม่ แต่สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนระบบทั้งหมด ก็ยังมีทางเลือกอื่นตามที่กล่าวมา

เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่น้ำยายุคใหม่ ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า น้ำยาตัวไหนกำลังมา? แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า ระบบของเราพร้อมไปถึงจุดนั้นหรือยัง?

และหากคุณต้องการประเมินว่า Chiller หรือระบบทำความเย็นของคุณควรเดินต่ออย่างไรในยุค Low-GWP Refrigerant

Colder Solution พร้อมช่วยวิเคราะห์ทางเลือกที่เหมาะกับระบบจริงของคุณ ตั้งแต่การประเมินน้ำยาเดิม ทางเลือกทดแทน ความพร้อมของอุปกรณ์ ไปจนถึงแนวทางวางแผนเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัยและคุ้มค่า

เพราะอนาคตของระบบทำความเย็น ไม่ได้ตัดสินจากค่า GWP เพียงตัวเดียว แต่ต้องตัดสินจากความพร้อมของทั้งระบบ

ติดต่อเรา:
Line id : หรือคลิก : https://lin.ee/VEnKS4M
Website : www.coldersolution.co.th
✉ Email : [email protected]

้อมส่ง #น้ำยาแอร์ #สารทำความเย็น #สารทำความเย็น

12/05/2026

📌 ในงานสัมมนา HFO Transition Training ที่ผ่านมา R-454B เป็นอีกหนึ่งในน้ำยาที่ถูกถามถึงมากที่สุด

ไม่ใช่เพราะเป็น HFO ที่อยู่ในกระแสเท่านั้น วงการเครื่องปรับอากาศและ Chiller ทั่วโลกเริ่มส่งสัญญาณชัดขึ้นว่า R454B กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ต้องการลดค่า GWP แทน R410A ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ผลิตหลายรายเริ่มมีเครื่องหรือไลน์ผลิตภัณฑ์ที่รองรับ R454B แล้ว เช่น

• Trane ระบุว่า R454B เป็นตัวเลือกสำหรับแทน R410A โดยมีค่า GWP ลดลงประมาณ 76% เมื่อเทียบกับ R410A และมีตัวเลือกในกลุ่ม air-cooled และ water-cooled scroll units

• Hitachi Air Conditioning มี Samurai M scroll inverter chiller ที่ระบุว่าใช้น้ำยา R454B

• Schneider Electric มี Uniflair Air Cooled Chiller with Scroll Compressors ที่ระบุรองรับ R410A/R454B ในช่วงขนาด 180–575 kW

นอกจากนี้ในกลุ่ม Rooftop และ HVAC equipment ก็เริ่มเห็นทิศทางเดียวกัน เช่น Carrier Europe เลือก R454B สำหรับ rooftop applications โดยระบุว่า R454B มีค่า GWP ต่ำกว่า R410A ประมาณ 77%

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า R454B ไม่ได้เป็นแค่ น้ำยาทางเลือก บนกระดาษ แต่เริ่มถูกนำไปใช้จริงในผลิตภัณฑ์ HVAC และ Chiller รุ่นใหม่มากขึ้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในองค์กรที่ต้องเข้าร่วมกับความยั่งยืน และมองเห็นอนาคต

💡 ก่อนเปลี่ยนมาใช้ R454B ต้องรู้อะไรบ้าง?

1.R454B ไม่ใช่น้ำยาที่เอาไปเติมแทน R410A ได้ทันที
แม้ R454B จะถูกพูดถึงในฐานะน้ำยาทางเลือกของ R410A แต่ในทางเทคนิค ไม่ควรมองว่าเป็น น้ำยาแทนกันแบบ 1:1 เพราะระบบต้องถูกออกแบบให้รองรับตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นคอมเพรสเซอร์ วาล์ว อุปกรณ์ควบคุม น้ำมันหล่อลื่น แรงดันการทำงาน ไปจนถึงมาตรฐานความปลอดภัย

ดังนั้นเครื่องเดิมที่ใช้ R410A อยู่แล้ว การเปลี่ยนต้องผ่านการประเมินโดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

2.R454B จัดอยู่ในกลุ่ม A2L
R454B เป็นสารทำความเย็นกลุ่ม A2L มีคุณสมบัติ ติดไฟได้ต่ำ เมื่อเทียบกับน้ำยากลุ่มเดิมอย่าง R410A ที่เป็น A1 ค่ะ ประเด็นนี้ไม่ได้แปลว่าใช้งานไม่ได้หรืออันตรายเกินไป แต่หมายความว่า การออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และจัดเก็บ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม เช่น การระบายอากาศ การตรวจรั่ว การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้า การอบรมช่าง และขั้นตอนทำงานหน้างาน

บทความที่เกี่ยวข้องกับสารทำความเย็น A2L
• เตรียมพร้อมรับสารทำความเย็นประเภทติดไฟ (A2L,A3): https://www.coldersolution.co.th/posts/2023/07/Thoughts-flammable-refrigerant/
• ประเภทความเป็นพิษและการติดไฟของสารทำความเย็น: https://www.coldersolution.co.th/posts/2023/04/flammability-type/
• ถึงเวลาของสารทำความเย็น A2L: https://www.coldersolution.co.th/posts/2022/03/a2l/

3.ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับจริงหรือไม่
ก่อนเลือกใช้ R454B สิ่งแรกที่ควรดูไม่ใช่แค่ค่า GWP แต่ต้องดูว่าอุปกรณ์ในระบบรองรับน้ำยาชนิดนี้หรือไม่ เช่น คอมเพรสเซอร์, Expansion Valve, Pressure switch, Sensor, Safety device ไปจนถึง น้ำมันหล่อลื้น ต้องรองรับและเหมาะกับคุณสมบัติของน้ำยา

เพราะในระบบ Chiller ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์สำคัญมาก หากเลือกผิด อาจไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ แต่กระทบถึงอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์และความเสถียรของระบบในระยะยาว

4.ค่า GWP ต่ำลง แต่ต้องดูประสิทธิภาพรวมของระบบด้วย
จุดแข็งของ R454B คือค่า GWP ต่ำกว่า R410A อย่างมีนัยสำคัญ จึงตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมตัวรับมาตรการด้านความยั่งยืนในอนาคต แต่ในการใช้งานจริง การเลือกน้ำยาไม่ควรดูแค่ GWP อย่างเดียว ต้องดูทั้งระบบ เช่น ประสิทธิภาพพลังงานของเครื่อง, โหลดการใช้งานจริง, อุณหภูมิ และความพร้อมของทีมช่างและผู้ให้บริการ

เพราะน้ำยาที่ดี ไม่ได้แปลว่าระบบจะประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติ หากการออกแบบและการควบคุมระบบไม่เหมาะสม

5.R454B เหมาะกับ เครื่องรุ่นใหม่ มากกว่างาน Retrofit แบบเร่งด่วน
สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนซื้อ Chiller ใหม่ เปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือออกแบบระบบใหม่ R454B เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง แต่สำหรับระบบเดิมที่ใช้ R410A อยู่แล้ว

การเปลี่ยนมาใช้ R454B ไม่ควรทำโดยดูแค่ว่า ค่า GWP ต่ำกว่า เพราะต้องตรวจสอบข้อจำกัดของเครื่องเดิมทั้งหมดก่อน ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันจากผู้ผลิต ความปลอดภัย มาตรฐานไซต์งาน และความคุ้มค่าในการดัดแปลงระบบ

ดูรายละเอียด น้ำยา R-454B ได้ที่: https://www.coldersolution.co.th/products/air-liquid/r454b/

✅ การเปลี่ยนผ่านสู่ R454B ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนน้ำยาในระบบเดิม หากเป็นการเปลี่ยนทั้งแนวคิดด้านการออกแบบ ความปลอดภัย การเลือกอุปกรณ์ และการดูแลระบบในระยะยาว

ดังนั้นคำถามที่ควรถามก่อนเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ น้ำยาตัวนี้ดีไหม? แต่ควรถามว่า ระบบของเราเหมาะกับสารทำความเย็นตัวนี้จริงหรือเปล่า?

สำหรับโรงงาน อาคาร หรือองค์กรที่กำลังวางแผนเปลี่ยน Chiller ใหม่ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเริ่มประเมินว่า ระบบของคุณควรเดินต่อกับน้ำยาเดิม หรือเริ่มเตรียมตัวเข้าสู่ยุค Low-GWP Refrigerant อย่างจริงจัง

อ่านเพิ่มเติมจากบทความ ถ้าน้ำยา R-410A หายไป อะไรจะมาแทนที่ ?: https://www.coldersolution.co.th/posts/2024/05/r-410-a-fade/

และหากคุณยังไม่แน่ใจว่า R454B เหมาะกับระบบของคุณหรือไม่ หรือกำลังมองหาทางเลือก Low-GWP Refrigerant สำหรับงาน Chiller, HVAC หรือระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรม Colder Solution พร้อมช่วยคุณประเมินตั้งแต่ต้นทาง

เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่น้ำยายุคใหม่ ไม่ควรเริ่มจากการ เดา แต่ควรเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง ความเข้าใจในระบบจริง และคำแนะนำจากทีมที่เข้าใจทั้งสารทำความเย็นและการใช้งานหน้างานค่ะ

ติดต่อเรา:
Line id : หรือคลิก : https://lin.ee/VEnKS4M
Website : www.coldersolution.co.th
✉ Email : [email protected]

้อมส่ง #น้ำยาแอร์ #สารทำความเย็น #สารทำความเย็น

07/05/2026

📌 จากงานสัมมนาออนไลน์ HFO Transition Training ที่ผ่านมา หลายท่านเริ่มสนใจเปลี่ยนสารทำความเย็นจาก HFC เดิม ไปเป็น HFO/HFO Blend ที่มีค่า GWP ต่ำกว่า เพื่อรองรับทิศทาง Net Zero และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

แต่ในการใช้งานจริง คำถามไม่ได้มีแค่ว่า น้ำยาตัวใหม่ GWP ต่ำกว่าไหม? แต่เป็น เมื่อน้ำยาตัวใหม่นี้เข้าไปอยู่ในชิลเลอร์หรือระบบทำความเย็นเดิมแล้ว เครื่องยังให้ Capacity, COP และ Reliability ได้ดีเท่าเดิมหรือไม่?

การเปลี่ยนจากน้ำยาเดิมกลุ่ม HFC เช่น R134a, R410A, R404A ไปเป็น HFO / HFO Blend ที่มี GWP ต่ำ มีผลต่อประสิทธิภาพของชิลเลอร์และเครื่องทำความเย็นแน่นอน แต่ผลลัพธ์ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่า ดีขึ้น หรือ แย่ลง เสมอไป

เพราะประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับ 6 ปัจจัยหลัก:

• คุณสมบัติทางเทอร์โมไดนามิกของน้ำยาใหม่
เช่น แรงดันทำงาน, อัตราการไหลของน้ำยา, ค่า refrigerating effect และอุณหภูมิ discharge ฯลฯ

• คอมเพรสเซอร์เดิมรองรับหรือไม่
น้ำยาบางตัวใกล้เคียงของเดิม เช่น R513A เทียบกับ R134a หรือ R454B เทียบกับ R410A แต่ก็ยังต้องดู Compressor map, oil, operating envelope และ approval จากผู้ผลิต

• Capacity จะตกหรือไม่
บางน้ำยา GWP ต่ำมาก แต่มี Volumetric capacity ต่ำกว่าเดิม เช่น R1234ze(E) ถ้านำไปแทน R134a ในเครื่องเดิมแบบไม่ redesign อาจทำให้ความเย็นตกได้

• วาล์วและระบบควบคุมต้องจูนใหม่ไหม
หลังเปลี่ยนน้ำยา ต้องเช็ก Superheat, subcooling, TXV/EEV, pressure cut-out, control logic และ charge ใหม่ ไม่ควรคิดว่าเติมแทนแล้วจบ

• Heat Exchanger และท่อเดิมเหมาะไหม
ถ้าน้ำยาใหม่ต้องการ Mass flow ต่างจากเดิม ท่อ/คอยล์/evaporator/condenser เดิมอาจทำให้ pressure drop สูงขึ้น ส่งผลให้ EER หรือ COP ตกได้

• Safety Class และกฎหมาย
น้ำยา HFO Blend หลายตัวเป็น A2L หรือ mildly flammable เช่น R454B จึงต้องดูเรื่อง charge limit, ventilation, leak detection, electrical safety และมาตรฐานหน้างานเพิ่ม ไม่ใช่แค่ดู GWP ต่ำอย่างเดียวค่ะ

และนี่คือการเปรียบเทียบกรณีศึกษาจริง ที่ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า HFO / HFO Blend ช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพดีขึ้นจริงไหม หรือเพียงแค่ลด GWP เท่านั้น?

• R134a → R513A
R513A เป็น HFO/HFC Blend ที่มักถูกใช้เป็นทางเลือกแทน R134a เพราะแรงดันและพฤติกรรมใกล้เคียงเดิมมากกว่า HFO บริสุทธิ์หลายตัว

ในบางการวิเคราะห์ R513A ให้สมรรถนะใกล้เคียง R134a มาก เช่น capacity ใกล้เคียงเดิมและ EER เกือบเท่าเดิม แต่ในงานทดลองกับ water chiller ที่ใช้ minichannel condenser

พบว่า R513A มี EER ต่ำกว่า R134a ถึงประมาณ 24% และมี mass flow rate สูงขึ้นราว 15% ซึ่งทำให้ pressure drop เพิ่มและกระทบประสิทธิภาพคอมเพรสเซอร์

R513A ไม่ใช่น้ำยาที่ เติมแทนแล้วจบ เสมอไป ถึงแม้จะใกล้ R134a แต่ถ้าเครื่องเดิมมีข้อจำกัดเรื่องคอมเพรสเซอร์ ท่อ วาล์ว หรือคอยล์ ประสิทธิภาพอาจตกได้

• R134a → R1234ze(E)
R1234ze(E) เป็น HFO ที่มี GWP ต่ำมาก และมักถูกใช้ในชิลเลอร์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อสารทำความเย็นนี้ตั้งแต่แรก งานทดลองใน water-to-water heat pump พบว่าเมื่อใช้ R1234ze(E) แทน R134a ที่ความเร็วคอมเพรสเซอร์เท่าเดิม capacity ลดลงประมาณ 21–23%

แม้ COP จะเปลี่ยนไม่มาก แต่ถ้าต้องดัน capacity กลับให้เท่าเดิม จำเป็นต้องเพิ่มรอบคอมเพรสเซอร์ R1234ze(E) เป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่า GWP ต่ำมาก แต่ต้องออกแบบระบบให้เหมาะ เพราะถ้าใช้กับเครื่องที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะ อาจเสีย capacity ก่อนที่จะได้ประโยชน์ด้านพลังงาน

ใน Gatwick Airport ประเทศอังกฤษ ได้เปลี่ยนชิลเลอร์ที่ใช้น้ำยา HFO R1234ze เพื่อแทนที่ Air-cooled screw chiller เดิม น้ำยา R1234ze มี GWP ต่ำกว่า 1

และเครื่องใช้ระบบ inverter เพื่อปรับ cooling output ตามโหลดจริง ช่วยเรื่อง part-load efficiency ซึ่งเป็นช่วงที่ชิลเลอร์ทำงานส่วนใหญ่ในอาคาร

เคสนี้ไม่ใช่แค่ เปลี่ยนน้ำยา แต่เป็น การเปลี่ยนเครื่องเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับ HFO ตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์จึงได้ทั้ง GWP ต่ำ, Efficiency ดี, Running cost ต่ำลงตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งสะท้อนชัดว่า HFO ให้ผลดีเมื่ออยู่ในชิลเลอร์ที่ออกแบบมารองรับตั้งแต่ต้น

• R410A → R454B
R454B เป็น HFO/HFC Blend ที่ถูกวางให้เป็นตัวเลือกแทน R410A ในระบบ DX, heat pump และ air-cooled scroll chiller รุ่นใหม่ โดยมี GWP ต่ำกว่า R410A มาก แต่เป็น A2L (ติดไฟได้เล็กน้อย)

ปัจจุบันผู้ผลิตชิลเลอร์ชั้นนำหลายรายเริ่มออกเครื่อง R454B เช่น York ระบุว่าใช้ R454B ใน Air-cooled scroll chiller เพื่อรักษา/เพิ่มประสิทธิภาพและรองรับข้อบังคับด้านสารทำความเย็นใหม่ ขณะที่หลายไลน์ผลิตภัณฑ์ในตลาดระบุ R410A/R454B คู่กันในกลุ่ม Air-cooled scroll chiller

สำหรับ R454B เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับ ระบบที่ถูกออกแบบให้รองรับ A2L แต่ในการ Retrofit ทดแทนสาร R410A ในเครื่องเดิม ควรพิจารณา Charge limit, Leak detection, Ventilation และ ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

• R404A → R448A
ในงาน Supermarket การ Retrofit จาก R404A เป็น R448A พบว่าเกิด Energy savings ประมาณ 9–20% (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแวดล้อม) และยังรักษา Operational requirements ได้ โดย discharge temperature ยังอยู่ในสเปกผู้ผลิต

แสดงว่าสารทำความเย็น Low-GWP บางตัวอาจช่วยทั้งลด GWP และลดพลังงานได้จริง แต่ต้องมีการ Retrofit ที่ถูกต้อง

การเปลี่ยนน้ำยาเหมือนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้รถยนต์ของคุณ น้ำมันเกรดใหม่อาจดีกว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า หรือเหมาะกับเครื่องรุ่นใหม่กว่า แต่ถ้าไม่ตรงกับสเปกเครื่องยนต์เดิม รถอาจไม่ได้วิ่งดีขึ้น และบางครั้งอาจทำให้เครื่องทำงานผิดปกติด้วย

กับชิลเลอร์ก็เช่นกัน เพราะในงานชิลเลอร์/เครื่องทำความเย็น น้ำยาไม่ได้ทำงานลำพัง ประสิทธิภาพจริงเกิดจากน้ำยา คอมเพรสเซอร์ คอยล์ วาล์ว และคอนโทรลที่ทำงานร่วมกัน

ติดต่อเรา :
Line id : หรือคลิก : https://lin.ee/VEnKS4M
Website : www.coldersolution.co.th
✉ Email : [email protected]

♻️ 𝗟𝗼𝘄 𝗳𝗼𝗿 𝗭𝗲𝗿𝗼 𝗹 ครบรอบ 𝟭𝟮 ปี 𝗖𝗼𝗹𝗱𝗲𝗿 𝗦𝗼𝗹𝘂𝘁𝗶𝗼𝗻
พาทุกโมเลกุลความเย็น เข้าสู่ยุค Net Zero

01/05/2026

Colder Solution ขอเป็นกำลังใจให้ แรงเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนโลกใบใหญ่

เพราะเราทุกคน คือแรงงาน
1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ และวันแรงงานสากล

30/04/2026

อีก 1 คำถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ใครอยากถาม-ตอบแบบสดๆ ชัดๆ จากวิทยากรของเรา ติดตามได้ในสัมมนาครั้งหน้านะคะ

Photos from Colder Solution สารทำความเย็น อะไหล่แอร์ คอมเพรสเซอร์'s post 29/04/2026

Colder Solution ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน ที่ให้เกียรติร่วมรับฟังและให้ความสนใจในหัวข้อ

HFO Transition Training: ผ่าสเปกน้ำยายุคใหม่

ขอขอบคุณทุกการติดตาม ทุกคำถาม และทุกการแลกเปลี่ยนมุมมอง เราหวังว่าเนื้อหาที่ได้แบ่งปันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผน เปลี่ยนผ่าน และพัฒนาระบบทำความเย็นของทุกท่านได้อย่างมั่นใจและถูกทิศทาง

สำหรับท่านที่สนใจความรู้ ข่าวสาร และกิจกรรมสัมมนาด้านระบบทำความเย็น พลังงาน และเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง แล้วพบกันในพบกันในงานสัมมนาครั้งหน้านะคะ

28/04/2026

จากข้อมูลผู้ลงทะเบียนสัมมนา HFO Transition Training: ผ่าสเปกน้ำยายุคใหม่ มีตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก คือ 81% ของผู้ลงทะเบียน ยังไม่เคยมีประสบการณ์ใช้งาน HFO จริง

จริงอยู่ที่ประเทศไทยเริ่มขยับ "ช้า" ด้วยหลายปัจจัย แต่ปี 2026 นี้ ในมุมวิเคราะห์ธุรกิจและอุตสาหกรรม กลับเป็น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด

เพราะมันสะท้อนว่า ตลาดไทยกำลังเข้าสู่ช่วง Awareness สูง แต่ Adoption ยังต่ำ หรือ คนจำนวนมากเริ่มรู้ว่า HFO กำลังมา แต่ยังไม่มั่นใจพอจะเริ่มใช้จริง

ทำไมคนส่วนใหญ่ยังไม่เริ่ม?

1. รู้จักชื่อ แต่ยังไม่รู้ข้อมูลเชิงลึก
หลายคนเคยได้ยินชื่อ R1234yf, R1234ze, R513A หรือ R454B แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่า ต่างจากของเดิมอย่างไร? เหมาะกับระบบแบบไหน? หรือ ใช้แทนได้จริงหรือไม่? ตลาดจึงอยู่ในภาวะ รู้จักแบรนด์ แต่ยังไม่เข้าใจสินค้า

2. ยังไม่มีประสบการณ์ตรง
การเปลี่ยนสารทำความเย็นไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเกี่ยวข้องกับคอมเพรสเซอร์ น้ำมัน ระบบท่อ ความปลอดภัย และต้นทุน

3. ยังไม่มี Guideline ที่มั่นใจพอ
องค์กรจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธ HFO แต่ยังไม่มี roadmap ว่า ควรเริ่มเมื่อไร? ระบบไหนควรเริ่มก่อน หรือ HFO ตัวไหนเหมาะกับระบบของตัวเอง รวมไปถึงคำถามด้านความคุ้มค่า

ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ หรือเครื่องทำความเย็น ส่วนมากยังคงใช้ น้ำยาแอร์ R-134a, R-32, R410A แม้กระทั่งสาร HCFC อย่าง R22 ที่กำลังโดนกดดันด้วยการลดการนำเข้าและการใช้อย่างหนักด้วยกฎหมาย

นี่สะท้อนว่า ตลาดส่วนใหญ่ยังอยู่กับ ระบบเดิมที่ใช้งานได้อยู่ จึงเกิด mindset สำคัญว่า ถ้ายังใช้ได้ แล้วจะเปลี่ยนทำไม? ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกต้องมาก และเป็นเหตุผลว่าทำไมการเปลี่ยนผ่านต้องเริ่มจาก “ความเข้าใจ” ไม่ใช่ความกลัว

3 อันดับแรกจากหัวข้อสัมมนาที่ผู้ลงทะเบียสนใจมากที่สุดคือ

🥇 การทดแทนสารเดิมด้วย HFO ตัวใหม่
🥈 แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ HFO ในตลาด
🥉 การนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

นี่สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ถามแล้วว่า HFO คืออะไร แต่กำลังถามว่า ใช้แทนตัวเดิมยังไง? ตลาด/ราคาจะไปทางไหน ไปจนถึงปลายทางสู่การใช้งานจริง

81% ที่ยังไม่เคยใช้ HFO ไม่ได้แปลว่าตลาดยังไม่พร้อม แต่แปลว่า ตลาดกำลัง รอข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อขยับ และในช่วงแบบนี้ ผู้ที่ได้เปรียบที่สุด ไม่ใช่คนที่รีบเปลี่ยนก่อนเสมอไป แต่คือคนที่ เข้าใจก่อน

ถ้าคุณยังอยู่ในจุด “กำลังดูอยู่” คุณไม่ได้ช้า แต่คุณกำลังอยู่ในจุดเดียวกับคนส่วนใหญ่ของตลาด

แล้วคุณจะรอเหมือนคนส่วนใหญ่ หรือเลือกเข้าใจก่อนในสัมมนา HFO Transition Training: ผ่าสเปกน้ำยายุคใหม่" (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

⏰ วันที่ 29 เมษายน 2569 | เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป
📍 รูปแบบ : Zoom Meeting (Online)
💡 พิเศษ! Q&A ท้ายชั่วโมง เตรียมคำถามหน้างานของคุณมาถามวิทยากรจาก Opteon ได้โดยตรง

📌 เปลี่ยนวิกฤตโลกให้เป็นความยั่งยืนที่ถูกต้อง
ลงทะเบียนฟรี (รับจำนวนจำกัดเพื่อการถามตอบที่ทั่วถึง) : https://forms.gle/ZmQjrrcJMfGkPVhu6

22/04/2026

⛔ R141b กำลังปิดฉากอย่างเป็นทางการ

Colder Solution อัปเดตตรงจากงาน CRH2026 ปักกิ่ง ประเทศจีน กับอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่คนในวงการทำความเย็นและงานเซอร์วิสต้องจับตาให้ดี

⛔ R141b ถูกยุติการผลิตแล้ว 100% ในทุกโรงงาน

นี่ไม่ใช่แค่ข่าวของ สินค้าตัวหนึ่งที่หายไปจากตลาด แต่มันคือจุดเปลี่ยนของวิธีทำงานในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังพึ่งพา R141b ในงานล้างระบบ งานเซอร์วิส และงานเตรียมระบบก่อนเปลี่ยนสารทำความเย็น

เมื่อของเดิมกำลังหายไป คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า เราจะยังหาซื้อได้จากที่ไหน แต่เปลี่ยนเป็น หลังจากวันนี้ เราจะใช้อะไรแทน?

อุตสาหกรรมที่ยังต้องดำเนินต่อไปภายใต้กฎระเบียบ จำเป็นต้องมีการพัฒนาทางเลือกใหม่ไว้รองรับ โดยเฉพาะ สารทำความเย็นค่ายใหญ่ที่มีมาตรฐานระดับสากล อย่าง Honeywell Solstice® EZ-Flush หรือ Chemours Opteon™ SF80

แต่การหาสารมา แทนกันได้ ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับงานจริงของคุณเสมอไป R141b กำลังออกจากเกมอย่างถาวร และอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่รอบใหม่ของการตัดสินใจ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ได้กระทบแค่ต้นทุนของสาร แต่กระทบถึงมาตรฐานการทำงาน วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ และความพร้อมของธุรกิจในอนาคต

ระหว่าง Solstice® EZ-Flush กับ Opteon™ SF80 ตัวไหนมีแนวโน้มจะขึ้นมาเป็นคำตอบใหม่ของตลาด

มาร่วมกันหาคำตอบในงานสัมมนาออนไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

HFO Transition Training: ผ่าสเปกน้ำยายุคใหม่" (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
⏰ วันที่ 29 เมษายน 2569 | เวลา 13.30-14.30 น.
📍 รูปแบบ : Zoom Meeting (Online)
💡 พิเศษ! Q&A ท้ายชั่วโมง เตรียมคำถามหน้างานของคุณมาถามวิทยากรจาก Opteon ได้โดยตรง

งานสัมมนานี้ Colder Solution จะพาคุณมองให้ชัดกว่าเดิมว่า หลังยุค R141b หรือ HFC ที่คุณใช้ประจำนั้น ตลาดกำลังเดินไปทางไหน และผู้ใช้งานควรเตรียมตัวอย่างไร

📌 เปลี่ยนวิกฤตโลกให้เป็นความยั่งยืนที่ถูกต้อง
ลงทะเบียนฟรี (รับจำนวนจำกัดเพื่อการถามตอบที่ทั่วถึง) : https://forms.gle/ZmQjrrcJMfGkPVhu6

16/04/2026

Colder มีข่าว Update จาก CHINA REFRIGERATION EXPO มาบอก (ดูให้จบนะคะ)

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการภาครัฐ ใน Samut Prakan?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


123/515 ม. 3 ซ. ธนสิทธิ์ ถ. เทพารักษ์
Samut Prakan
10540

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00