Thai Trade Center - Chicago

Call Directions Website Contact the organization

Thai Trade Center - Chicago A Thai government agency that is part of the Department of International Trade Promotion (DITP), Ministry of Commerce, Royal Thai Government.

10/12/2026
สคต.ชิคาโก ร่วมทำบุญเปิดร้าน Chiang Mai Night Bazaar ชูเสน่ห์อาหารเหนือในย่าน Old Townเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นางสาวปิ...
10/09/2026

สคต.ชิคาโก ร่วมทำบุญเปิดร้าน Chiang Mai Night Bazaar ชูเสน่ห์อาหารเหนือในย่าน Old Town
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นางสาวปิยะฉัตร พิมจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก (สคต.ชิคาโก) พร้อมด้วยทีมงาน เข้าร่วมพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสเปิดร้าน Chiangmai Night Bazaar ร้านอาหารไทยแห่งใหม่ ณ 215 W. North Ave., Chicago, Illinois เพื่อส่งเสริมการนำเสนอเสน่ห์อาหารไทยภาคเหนือและวัฒนธรรมล้านนาในตลาดสหรัฐฯ และสร้างสีสันให้แก่แวดวงร้านอาหารไทยในย่าน Old Town
ร้าน Chiang Mai Night Bazaar เป็นร้านอาหารในเครือ Tuk Tuk Thai Esan Street Food ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มอบให้แก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่มีรสชาติและมาตรฐานความเป็นไทย
การเปิดร้านแห่งใหม่นี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอ อาหารไทยภาคเหนือและอาหารพื้นเมืองล้านนา ซึ่งมีเอกลักษณ์ทั้งด้านรสชาติ วัตถุดิบ และวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร ผ่านเมนูที่เป็นที่รู้จัก อาทิ ข้าวซอย ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ลาบเหนือ โดยร้านสามารถรองรับลูกค้าทั้งภายในและภายนอกร้านได้มากกว่า 100 ที่นั่ง
การขยายตัวของร้านอาหารไทยที่นำเสนออาหารจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของอาหารไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะการนำเสนออาหารที่มีเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันและชาวต่างชาติได้รู้จักอาหารไทยในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การเติบโตของร้านอาหารไทยในต่างประเทศยังช่วยสร้างโอกาสในการขยายความต้องการ วัตถุดิบ เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์อาหารไทย ตลอดจนเป็นช่องทางในการเผยแพร่เสน่ห์ของอาหารภาคเหนือและวัฒนธรรมล้านนาให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ “อาหารไทย” ในฐานะอาหารที่มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์ และสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง
On October 8, 2026, Ms. Piyachat Pimjuntug, Director of Thai Trade Center, (TTCC), together with her team, attended a merit-making ceremony to celebrate the opening of Chiang Mai Night Bazaar, a new Thai restaurant located at 215 W. North Ave., Chicago, Illinois. The event highlights the distinctive appeal of Northern Thai cuisine and Lanna culture in the U.S. market, while adding a new dimension to Chicago’s Thai restaurant scene in the Old Town neighborhood.
Chiang Mai Night Bazaar is part of the Tuk Tuk Thai Esan Street Food restaurant group, a Thai restaurant that has been awarded the Thai SELECT certification by the Department of International Trade Promotion (DITP), Ministry of Commerce. The Thai SELECT certification recognizes Thai restaurants overseas that offer authentic Thai flavors and maintain standards that reflect the quality and identity of Thai cuisine.
The opening of Chiang Mai Night Bazaar marks another important step for Thai entrepreneurs in introducing Northern Thai and traditional Lanna cuisine to international consumers. The cuisine is distinguished by its unique flavors, ingredients, and dining traditions, with signature dishes such as Khao Soi, Sai Uoa (Northern Thai sausage), Nam Prik Ong, and Nam Prik Noom, Hung Lay, Larb Neur. The restaurant can accommodate more than 100 guests across its indoor and outdoor seating areas.
The growing number of Thai restaurants showcasing cuisine from different regions of Thailand reflects the diversity and potential of Thai cuisine in the U.S. market. In particular, presenting Thai food through the distinctive stories and cultural identities of each region provides consumers with greater variety and opportunities for Americans and international visitors to experience Thai cuisine from a broader perspective.
Furthermore, the continued growth of Thai restaurants overseas creates opportunities to increase demand for Thai ingredients, seasonings, and food products, while serving as an important platform for promoting the unique appeal of Northern Thai cuisine and Lanna culture to international audiences. These developments also contribute to strengthening the image of Thai cuisine as diverse, distinctive, and capable of appealing to consumers across a wide range of occasions and markets.

ข่าวเด่นเรื่อง   ตลาด Private Label สินค้าสัตว์เลี้ยงขยายตัว เปิดโอกาสผู้ประกอบการไทย📌   ตลาด Private Label สินค้าสัตว์เ...
10/08/2026

ข่าวเด่นเรื่อง ตลาด Private Label สินค้าสัตว์เลี้ยงขยายตัว เปิดโอกาสผู้ประกอบการไทย
📌 ตลาด Private Label สินค้าสัตว์เลี้ยงสหรัฐฯ ขยายตัวต่อเนื่อง โดยยอดขายจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 5.4% ในปี 2025 สูงกว่าการเติบโตของสินค้าแบรนด์ระดับประเทศที่ 1.2% ขณะที่กลุ่มขนมสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโตโดดเด่น 67% และ 39% ตามลำดับ สะท้อนโอกาสของตลาด Private Label ที่มีแนวโน้มขยายตัวจากความต้องการสินค้าคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้
📌 ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและสุขภาพมากกว่าการยึดติดกับ แบรนด์ โดย 67% ให้ความสำคัญกับโภชนาการและส่วนผสมที่ปลอดภัย และ 62% ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพสูง ขณะที่ 77% ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะด้านระบบย่อยอาหาร อายุยืน ภูมิคุ้มกัน ข้อต่อและกระดูก และสุขภาพช่องปาก
📌 ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและข้อกำหนดของตลาดสหรัฐฯ ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย การขึ้นทะเบียนหรือการรับรองการจดทะเบียนโรงงาน การแสดงฉลาก และข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง รวมถึงศึกษาความต้องการของผู้ค้าปลีกและช่องทางจำหน่าย เพื่อพัฒนาสินค้าและวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
https://www.ditp.go.th/post/n6ynix11e1mnaqf3v0nqo8qt
ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพิ่มเติม 📨📬📩:
➡️ YouTube https://www.youtube.com/channel/UC7o_KbE0HSjvmDsl0s4jZxg
➡️ Instagram https://www.instagram.com/thaitradecenterchicago

ข่าวเด่นเรื่อง   สหรัฐฯ เดินหน้าส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิที่ปลูกในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า        📌  สหรัฐฯ กำลังเปล...
10/01/2026

ข่าวเด่นเรื่อง สหรัฐฯ เดินหน้าส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิที่ปลูกในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า
📌 สหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนจากตลาดนำเข้า สู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานข้าวหอมมะลิภายในประเทศ โดยเร่งพัฒนา U.S.-Grown Jasmine Rice อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การขยายพื้นที่เพาะปลูก การพัฒนาพันธุ์ การประกันภัยพืชผล การกำหนดมาตรฐาน การจัดแคมเปญไปจนถึงการสร้างแบรนด์และช่องทางจำหน่าย โดยปี 2026 พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ราว 50,000 เอเคอร์ สะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันระหว่างประเทศผู้ส่งออกไปสู่การแข่งขันระหว่างข้าวหอมมะลิที่ผลิตในสหรัฐฯ กับข้าวนำเข้า
📌 แรงหนุนจากผู้บริโภคและช่องทางจำหน่ายกำลังเร่งการยอมรับ U.S.-Grown Jasmine Rice ข้าวหอมมะลิได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Millennials และ Gen Z ขณะที่ร้านอาหารและผู้ค้าปลีกรายใหญ่เริ่มสนับสนุนการใช้ข้าวที่ผลิตในสหรัฐฯ อย่างห้าง Walmart เริ่มเปลี่ยนแหล่งจัดหาสินค้า และการร่วมมือกับร้านอาหารรายใหญ่ ประกอบกับแคมเปญการตลาดของ USA Rice Federation ที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าแหล่งผลิตในสหรัฐฯ กำลังถูกพัฒนาให้เป็นจุดขายและสามารถสร้างพฤติกรรมการซื้อซ้ำได้
📌 ไทยจำเป็นต้องเริ่มวางกลยุทธ์รักษาตลาดตั้งแต่ระยะนี้ ข้าวหอมมะลิไทยอาจเผชิญแรงกดดันด้านส่วนแบ่งตลาดในระยะกลาง–ยาว ไทยจึงควรเร่งสร้างความแตกต่างของ Thai Hom Mali Rice โดยเน้นคุณภาพและเอกลักษณ์ของพันธุ์ข้าว ควบคู่กับการตรวจสอบย้อนกลับ มาตรฐาน ความยั่งยืน และการสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับร้านอาหาร ผู้ค้าปลีก และแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง.
📌
https://www.ditp.go.th/post/fwlyjh4vwf6g71slmom682hq
ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพิ่มเติม 📨📬📩:
➡️ YouTube https://www.youtube.com/channel/UC7o_KbE0HSjvmDsl0s4jZxg
➡️ Instagram https://www.instagram.com/thaitradecenterchicago

ข่าวเด่นเรื่อง  ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังใช้จ่ายช่วงเทศกาล  เน้นความคุ้มค่าและใช้ AI ช่วยตัดสินใจซื้อ           📌 ผู้บริโภคยัง...
09/23/2026

ข่าวเด่นเรื่อง ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังใช้จ่ายช่วงเทศกาล เน้นความคุ้มค่าและใช้ AI ช่วยตัดสินใจซื้อ
📌 ผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อ แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ผู้บริโภคมีแผนควบคุมงบประมาณ โปรโมชั่นและส่วนลดมีผลต่อช่วงเวลาการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคมิได้ลดความต้องการบริโภคลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปรับพฤติกรรมไปสู่สินค้าที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับงบประมาณมากขึ้น
📌 AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการค้นหาและตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้บริโภคมีแผนใช้ AI ช่วยในการค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และหาแนวคิดในการเลือกซื้อของขวัญ
📌 ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าและประสบการณ์ในโลกจริง
แม้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ Gen Z กลับให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ไม่พึ่งพาหน้าจอ สนใจของขวัญแนวย้อนยุคหรือไม่ต้องใช้เทคโนโลยี สะท้อนโอกาสของสินค้าและบริการที่สามารถสร้างประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และความทรงจำ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
📌 ช่องทางค้าปลีกแบบมีหน้าร้านยังมีความสำคัญ โดยต้องยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค Gen Z ชื่นชอบการเดินเลือกชมสินค้าในร้าน และให้ความสำคัญกับการตกแต่งและบรรยากาศของร้านในช่วงเทศกาล จึงมีแนวโน้มว่าร้านค้าจะมีบทบาททั้งในด้านการจำหน่ายสินค้าและการสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภค
📌 สินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ งานหัตถกรรม ของตกแต่งบ้าน ของขวัญ ตลอดจนสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยควรพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านประโยชน์ใช้สอยและการสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภค

https://www.ditp.go.th/post/t7thqaoix1qvrkvm5zwray1e

ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพิ่มเติม 📨📬📩:
➡️ YouTube https://www.youtube.com/channel/UC7o_KbE0HSjvmDsl0s4jZxg
➡️ Instagram https://www.instagram.com/thaitradecenterchicago

09/22/2026

🚨🇺🇸 MAHA มาแล้ว! อเมริกากำลังเปลี่ยนเกมอาหาร ผู้ส่งออกไทยต้องพร้อมรับ
จาก Food Safety สู่ Health & Nutrition — สีสังเคราะห์, GRAS, Ultra-Processed Food และฉลากหน้าแพ็ก กำลังกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาหลายปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึงการส่งออกอาหารไปสหรัฐอเมริกา ผู้ประกอบการไทยมักตั้งคำถามว่า

“โรงงานต้องผ่านอะไรบ้าง?”
“ต้องมี Food Safety Plan ไหม?”
“ฉลากถูกหรือยัง?”
“ขึ้นทะเบียน FDA แล้วหรือยัง?”

คำถามเหล่านี้ยังสำคัญเหมือนเดิม

แต่จาก MAHA Strategy – Make Our Children Healthy Again สิ่งที่สหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณออกมาชัดเจนคือ...

อนาคตของกฎหมายและนโยบายอาหารอเมริกา อาจไม่ได้ถามเพียงว่า “อาหารนี้ปลอดภัยหรือไม่?”

แต่อาจถามเพิ่มว่า

อาหารนี้ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวของผู้บริโภคอย่างไร?

MAHA เริ่มต้นจากความกังวลเรื่องโรคเรื้อรังในเด็กอเมริกัน โดยรัฐบาลระบุปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ อาหารที่ไม่เหมาะสม การสัมผัสสารเคมี การขาดกิจกรรมทางกายและความเครียด รวมถึงการใช้ยามากเกินความจำเป็น ที่น่าสนใจคือ รายงานระบุว่าเด็กอเมริกันได้รับพลังงานมากกว่า 60% จาก highly processed foods

ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่อง MAHA ไม่ได้ไกลตัวจากผู้ผลิตอาหารในประเทศไทยเลย

ลองจินตนาการว่า...

วันนี้โรงงานแห่งหนึ่งในไทยผลิตเครื่องดื่ม ขนม ซอส หรืออาหารพร้อมรับประทานส่งไปสหรัฐฯ ทุกอย่างอาจถูกต้องตามข้อกำหนด Food Safety ฉลากครบ โรงงานมีระบบดี และสินค้าส่งออกได้ตามปกติ

แต่สูตรผลิตภัณฑ์มีสีสังเคราะห์ มี food additives หลายชนิด มีสารบางตัวอาศัยสถานะ GRAS และเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน

สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสนใจมากขึ้น

MAHA Strategy ระบุว่า FDA จะเดินหน้านโยบายจำกัดหรือห้ามการใช้ petroleum-based food dyes หรือ FD&C certified colors พร้อมสนับสนุนสีจากแหล่งธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน FDA เตรียมยกระดับการทบทวนสารเคมีในอาหาร ไม่ว่าจะเป็น food additives, color additives, GRAS substances, food-contact substances หรือสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม และยังพูดถึงการปฏิรูประบบ GRAS โดยมุ่งไปสู่ mandatory GRAS notification และเพิ่มความโปร่งใสของสารที่อยู่ในอาหาร

อีกคำหนึ่งที่ผู้ประกอบการอาหารควรเริ่มจำไว้คือ

Ultra-Processed Food

เพราะ USDA, HHS และ FDA กำลังพยายามพัฒนานิยามระดับรัฐบาลกลางของคำนี้ เพื่อรองรับงานวิจัยและนโยบายที่จะตามมาในอนาคต

และเรื่องไม่ได้จบเพียงสูตรอาหาร

ฉลากก็อาจเปลี่ยน

FDA จะเดินหน้าพิจารณา Front-of-Pack Nutrition Information หรือข้อมูลโภชนาการที่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ โดยนำความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ และ Dietary Guidelines for Americans ฉบับใหม่มาประกอบการพิจารณา

ทิศทางของ MAHA ยังใช้แนวคิดที่น่าสนใจมากคือ

“Real Food First”

ให้ความสำคัญกับ whole foods และอาหารที่ผ่านกระบวนการน้อย พร้อมลด highly processed foods และ added sugar

สำหรับประเทศไทย นี่จึงไม่ใช่เพียง “ความเสี่ยง”

แต่มันอาจเป็น โอกาส

เพราะเรามีข้าว ผลไม้ ผัก สมุนไพร อาหารทะเล และวัตถุดิบอาหารจากธรรมชาติจำนวนมาก

โจทย์สำคัญคือ เราจะเปลี่ยนความได้เปรียบด้านวัตถุดิบเหล่านี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบทั้ง

Food Safety + Nutrition + Clean/Transparent Ingredients + Regulatory Compliance

ได้หรือไม่

ดังนั้น หากถามว่า

“MAHA ออกมาแล้ว โรงงานไทยต้องเปลี่ยนสูตรทันทีหรือไม่?”

คำตอบคือ ยังไม่ใช่

เพราะ MAHA Strategy เป็น ยุทธศาสตร์และทิศทางนโยบาย ไม่ใช่กฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับกับผู้ส่งออกทันที เอกสารนี้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานรัฐบาลกลางพัฒนางานวิจัย ปรับนโยบาย สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มความตระหนักด้านสุขภาพ

แต่สำหรับคนทำ Regulatory Compliance สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงรอวันที่กฎหมายประกาศ Final Rule

สิ่งสำคัญกว่าคือ

เห็นทิศทางก่อน แล้วเตรียมตัวก่อน

วันนี้ผู้ส่งออกไทยควรเริ่มถามตัวเองอย่างน้อย 5 คำถาม

สินค้าของเรามี synthetic colors หรือ additives อะไรบ้าง?
มี ingredient ใดที่อาศัยสถานะ GRAS?
หากสหรัฐฯ กำหนดนิยาม Ultra-Processed Food ชัดเจน สินค้าเราจะอยู่ตรงไหน?
ถ้า Front-of-Pack Nutrition Labeling เปลี่ยน ฉลากเราจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
เราสามารถ reformulate ให้เรียบง่ายขึ้น โดยยังรักษาคุณภาพ รสชาติ อายุการเก็บ และความปลอดภัยได้หรือไม่?

เพราะโลกของ U.S. Food Regulatory Compliance กำลังค่อย ๆ ขยับจากคำถามว่า

“อาหารนี้ปลอดภัยหรือไม่?”

ไปสู่คำถามที่กว้างขึ้นว่า

“อาหารนี้คืออะไร ผลิตอย่างไร มีอะไรอยู่ข้างใน และส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างไร?”

และนี่คือเหตุผลที่ผู้ส่งออกไทยควรเริ่มทำความรู้จักคำว่า


Make America Healthy Again

ตั้งแต่วันนี้

เพราะคนที่ได้เปรียบในตลาดสหรัฐฯ อาจไม่ใช่คนที่รอให้กฎหมายบังคับแล้วค่อยปรับตัว

แต่คือคนที่ อ่านทิศทาง Regulatory ให้ขาด และเตรียมพร้อมก่อนตลาดเปลี่ยน

FOODPRO ACADEMY
U.S. Food Regulatory Compliance & Global Trade

#ส่งออกอาหารไปอเมริกา

09/22/2026

Durian: Beyond the Fruit — Discover Thai Durian Delights 💛

Bold, creamy and unmistakably tropical, durian is one of Thailand’s most distinctive fruits.

In Thai food culture, it is enjoyed not only fresh, but also paired with sticky rice, slowly cooked into preserves, simmered in syrup, folded into desserts and transformed into crisp snacks.

Join us to discover how Thailand takes durian beyond the fruit.


[ 🥭 From Fresh Fruit to Thai Delights ]

Thai cooks use both ripe and firm, underripe durian, depending on the preparation.

Ripe flesh works well with coconut milk and sticky rice or can be slowly cooked into a concentrated paste. Firmer, underripe durian is better suited to simmering and frying, where it can retain its shape.


1. Khao Niao Durian — Durian Sticky Rice 🥥🍚

This classic Thai dessert combines durian, sticky rice and coconut milk.

Sweet coconut sticky rice is served with ripe durian and a fragrant coconut sauce. The creamy fruit contrasts with the chewy rice, while coconut milk balances the durian’s rich and distinctive flavour.


2. Durian Kuan — Durian Preserve 💛

Durian Kuan is made by slowly cooking durian flesh, traditionally with sugar, until much of its moisture evaporates.

As it cooks, the fruit develops into a dense, glossy paste with a soft, chewy texture and an intensely concentrated flavour. Its distinctive consistency comes from gradually reducing the moisture in the fruit through prolonged cooking.


3. Durian Chueam — Durian in Syrup 🍯

For Durian Chueam, firm, underripe durian—often varieties such as Mon Thong, is slowly simmered in sugar syrup until tender and sweet while still holding its shape.

This dessert showcases the Thai technique known as chueam, in which fruits are gently cooked in sugar syrup.


4. Khanom Mo Kaeng Durian — Thai Custard with Durian 🥧

Khanom Mo Kaeng is a rich Thai baked custard traditionally made with coconut milk, eggs and palm sugar.

In this durian variation, ripe fruit is incorporated into the custard mixture, adding richness and a distinctive fruity aroma. Crisp fried shallots scattered on top provide a lightly savoury contrast to the sweet custard.


5. Khao Tom Mud Durian — Steamed Coconut Sticky Rice with Durian 🍚🌿

Khao Tom Mud Durian combines sticky rice, coconut milk and ripe durian in a soft, chewy dessert traditionally wrapped and steamed.

Depending on the recipe, the durian may be incorporated into the rice or used as a filling. During steaming, its aroma and flavour blend with the coconut sticky rice, creating a rich yet gently fruity dessert.


6. Alua Durian — A Traditional Sweet with a Modern Twist 🌼

Alua is a classic Thai sweet with decorative shapes, a lightly dried exterior and a softer centre.

The durian variation adds the fruit’s creamy aroma and flavour. Some versions are shaped or coloured to resemble durian, making the sweet both playful and distinctive.


7. Durian Thot — Crispy Durian Chips 💛✨

For Durian Thot, firm durian is thinly sliced and fried until crisp. Commercial versions may use vacuum frying at lower temperatures, which allows the fruit to be fried at lower temperatures, helping to reduce browning while retaining its natural colour and flavour.

Because the fruit is used before it becomes fully ripe, the flavour is generally milder and less pungent than fresh durian. The result is a crunchy snack with a subtle sweet-savoury character.


8. Freeze-Dried Durian ❄️

Freeze-dried durian is made from ripe fruit that is frozen and dried under low pressure.

The process removes moisture while largely preserving the fruit’s structure, creating a light, airy and crisp texture. Its distinctive aroma and flavour remain recognisably durian, but in a completely different texture from fresh fruit or fried chips.

— — — — — — — — — — — — — — —

💛 ทุเรียน จากผลไม้สู่หลากหลายความอร่อยแบบไทย

ทุเรียนเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของประเทศไทย ด้วยกลิ่นเฉพาะตัว รสชาติเข้มข้น และเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนคล้ายครีม

ในวัฒนธรรมอาหารไทย ทุเรียนไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ที่ไว้รับประทานสดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถจับคู่กับข้าวเหนียว นำไปกวน เชื่อม ผสมในขนมไทย และประยุกต์เป็นขนมหวานและของว่างไทยได้หลากหลายเมนู

มาร่วมค้นพบความอร่อยของทุเรียนไทยในมิติที่มากกว่าการรับประทานเป็นผลไม้สด


[ 🥭 จากผลไม้สดสู่หลากหลายความอร่อยแบบไทย ]

การเลือกใช้ทุเรียนขึ้นอยู่กับลักษณะของขนมและวิธีการปรุง โดยสามารถใช้ได้ทั้งทุเรียนสุกและทุเรียนที่ยังไม่สุกจัด
เนื้อทุเรียนสุกเข้ากันได้ดีกับกะทิและข้าวเหนียว รวมถึงสามารถนำไปกวนจนมีเนื้อสัมผัสเข้มข้น ส่วนทุเรียนที่ยังไม่สุกจัดและมีเนื้อค่อนข้างแน่นเหมาะกับการเชื่อมและการทอด เพราะสามารถคงรูปได้ดีกว่าระหว่างการปรุง

1. ข้าวเหนียวทุเรียน 🥥🍚

หนึ่งในขนมไทยคลาสสิกที่นำสามวัตถุดิบอย่าง ทุเรียน ข้าวเหนียว และกะทิ มาจับคู่กันได้อย่างลงตัว

ข้าวเหนียวมูนรสหวานมันเสิร์ฟคู่กับทุเรียนสุกในน้ำกะทิหอมมัน เนื้อทุเรียนที่นุ่มละมุนตัดกับความหนึบของข้าวเหนียว ขณะที่กะทิช่วยเติมความกลมกล่อมและช่วยสร้างสมดุลให้แก่กลิ่นรสอันเข้มข้นของทุเรียน


2. ทุเรียนกวน 💛

ทุเรียนกวน ทำจากเนื้อทุเรียนที่นำมากวนอย่างช้า ๆ โดยทั่วไปมักเติมน้ำตาล และกวนโดยใช้ไฟอ่อน

เมื่อกวนเป็นเวลานาน เนื้อทุเรียนจะเปลี่ยนเป็นเนื้อสัมผัสที่แน่น นุ่ม หนึบ และมีผิวมันวาว พร้อมกับกลิ่นและรสของทุเรียนที่เข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน ความเหนียวของทุเรียนกวนเกิดจากการลดความชื้นและทำให้เนื้อผลไม้เข้มข้นขึ้นผ่านการกวนเป็นเวลานาน


3. ทุเรียนเชื่อม 🍯

สำหรับเมนูทุเรียนเชื่อม จะเลือกใช้ทุเรียนที่มีเนื้อค่อนข้างแน่น โดยนิยมใช้ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง แล้วนำไปเคี่ยวอย่างช้า ๆ ในน้ำเชื่อมจนเนื้อทุเรียนนุ่มและซึมซับความหวาน แต่ยังคงรูปทรงเอาไว้ได้

เมนูนี้สะท้อนเทคนิคการทำขนมไทยที่เรียกว่า “การเชื่อม” ซึ่งเป็นการนำผลไม้หรือวัตถุดิบต่าง ๆ ไปเคี่ยวในน้ำเชื่อมเข้มข้นอย่างช้า ๆ จนได้รสหวานและเนื้อสัมผัสตามต้องการ


4. ขนมหม้อแกงทุเรียน 🥧

ขนมหม้อแกงเป็นขนมไทยอบที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายคัสตาร์ด โดยทั่วไปทำจากกะทิ ไข่ และน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนด

สำหรับขนมหม้อแกงทุเรียน จะนำเนื้อทุเรียนสุกมาผสมลงในเนื้อขนม เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ด้านบนมักโรยด้วยหอมเจียวกรอบ ซึ่งช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสเค็มมันเล็กน้อยให้ตัดกับความหวานของขนม


5. ข้าวต้มมัดทุเรียน 🍚🌿

ข้าวต้มมัดทุเรียน เป็นหนึ่งในขนมที่ผสมผสานข้าวเหนียว กะทิ และทุเรียนสุกเข้าด้วยกัน ก่อนห่อด้วยใบตองและนำไปนึ่งจนสุก

แต่ละสูตรอาจนำทุเรียนมาผสมกับข้าวเหนียวหรือใช้เป็นไส้ เมื่อผ่านการนึ่ง กลิ่นและรสของทุเรียนจะผสานเข้ากับข้าวเหนียวกะทิ ทำให้ได้ขนมเนื้อนุ่มหนึบ หอมมัน และมีรสทุเรียนแทรกอยู่ในทุกคำ


6. อาลัวทุเรียน 🌼

อาลัว เป็นขนมที่โดดเด่นด้วยรูปทรงสวยงาม ผิวด้านนอกแห้งเล็กน้อย แต่ยังคงความนุ่มอยู่ภายใน
อาลัวทุเรียนเป็นรูปแบบร่วมสมัยที่นำทุเรียนมาเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติอันเข้มข้น บางรูปแบบยังทำเป็นทรงและแต่งสีให้ดูคล้ายทุเรียน เพิ่มความสนุกและเอกลักษณ์ให้แก่ขนมไทยชนิดนี้


7. ทุเรียนทอด 💛✨

สำหรับขนมทุเรียนทอด จะเลือกใช้ทุเรียนที่มีเนื้อแน่น ที่ยังไม่สุกจัด นำมาหั่นเป็นแผ่นบาง แล้วทอดจนได้เนื้อสัมผัสกรอบ กลิ่นและรสของขนมชิ้นนี้จึงมักมีรสอ่อนกว่าทุเรียนสดที่สุกเต็มที่

ผู้ผลิตบางรายอาจใช้เทคนิคการทอดสุญญากาศ ซึ่งสามารถทอดที่อุณหภูมิต่ำลง ช่วยลดการเกิดสีน้ำตาล และช่วยคงสีและกลิ่นรสตามธรรมชาติของทุเรียนไว้ได้ดีขึ้น


8. ทุเรียนอบกรอบแบบฟรีซดราย ❄️

ทุเรียนฟรีซดราย ทำจากเนื้อทุเรียนสุกที่ผ่านการแช่แข็ง จากนั้นจึงดึงความชื้นออกภายใต้ความดันต่ำ

กระบวนการนี้ช่วยดึงความชื้นออกจากเนื้อทุเรียนโดยยังคงโครงสร้างของผลไม้เอาไว้ ทำให้เนื้อทุเรียนมีเนื้อสัมผัสที่เบา โปร่ง และกรอบ พร้อมกลิ่นและรสทุเรียนที่ยังคงเด่นชัด



#กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
#อาหารไทย
#ทุเรียน # ขนมหวานไทย

09/22/2026

[cr. Ministry of Culture]   One of the nation’s greatest prides, Jasmine Rice almost always takes center stage at international competitions, winning accolades and prizes as the world’s most delicious rice. Known as Hom Mali (หอมมะลิ) in Thai, the name is often thought to imply th...

09/22/2026

🏆 DITP คว้า 1 ใน 3 รางวัลเลิศรัฐ ระดับดีเด่น ประจำปี 2569! 🏆
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยนางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดี เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม (ประเภทเปิดใจใกล้ชิดประชาชน) ระดับดีเด่น จากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี จัดโดย สำนักงาน ก.พ.ร.
รางวัลนี้การันตีความสำเร็จจากผลงาน ”DITP Open & Connected : เปิดประตูสู่การค้าโลก“ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้มข้นจาก 706 ผลงานทั่วประเทศ!

ชู 3 กลยุทธ์หลักเพื่อสร้างแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทย:
🤝 Co-creation เปิดเวทีการมีส่วนร่วม
📊 Open Data เปิดเผยข้อมูลทางการค้า
💻 Digital Transformation ยกระดับบริการดิจิทัล
DITP พร้อมเดินหน้าพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเชื่อมโยงทุกโอกาสและพาธุรกิจไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก 🌐✨

📍 ติดตามข่าวสารและบริการ DITP:
เว็บไซต์: ditp.go.th
☎️ สายด่วน 1169

#กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ #คิดจะส่งออกนึกถึงDITP #รางวัลเลิศรัฐ2569

09/22/2026

Address

700 N. Rush Street , 2nd FL
Chicago, IL
60611

Opening Hours

Monday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Tuesday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Wednesday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Thursday 9am - 12pm
1pm - 5pm
Friday 9am - 12pm
1pm - 5pm

Telephone

+13127873388

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Thai Trade Center - Chicago posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Organization

Send a message to Thai Trade Center - Chicago:

Shortcuts

Share